playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เคยมีคนที่ขึ้นไปพักอาศัยอยู่กับชาวบ้านถามเราว่า ไม่เสียดายน้ำเหรอ ทำไมถึงปล่อยน้ำทิ้งไว้อย่างนี้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ผมจึงบอกไปว่าไม่เสียดายเหรอ เพราะหากเราปิดน้ำไว้คนพื้นล่างเขาจะมีน้ำใช้เหรอ เพราะน้ำที่มีอยู่ในป่าเขานี้จะไม่มีวันหมดไป หากเรายังมีการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ส่วนน้ำที่ไหลลงไปก็จะไหลไปรวมกันที่ลำธารห้วยแม่โถ แล้วไหลลงสู่คนพื้นล่างต่อไป เพียงแต่เราไม่ทำให้น้ำสกปรกเป็นพอ 

ท่ามกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์แห่งตำบลแม่เจดีย์ใหญ่ เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นบ่อเกิดแห่งพืชพรรณธัญญาหาร และสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนและสัตว์ป่าหลายชนิดมานานตั้งแต่อดีต ซึ่งวันนี้ดินแดนแห่งนี้ก็ยังสมบูรณ์ด้วยน้ำ สาเหตุประการหนึ่งเป็นเพราะชาวบ้านได้ช่วยกันดูแลป่าและมีระบบจัดการน้ำที่ดี

 นางมี จะกุนี แก่ฝายและผู้ประกอบพิธีกรรม บอกว่า ชาวบ้านมีการจัดการน้ำด้วยระบบเหมืองฝายมาเนิ่นนานทั้งอุปโภค บริโภคและทำเกษตรกรรม เป็นภูมิปัญญามาจากบรรพบุรุษตกทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน จนกลายเป็นวิธีชีวิตและวัฒนธรรม เหมืองฝายถูกสร้างขึ้นจากภูมิปัญญาดั่งเดิมของท้องถิ่นประมาณร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยการนำไม้ไผ่กั้นเป็นแนว กว้างประมาณสองเมตรตรงกลางจะนำหินมาวางเรียงรายจนเต็มปิดกั้นทางน้ำตามแนวขวางของสายแม่น้ำลาว

 “เราต้องหาบริเวณลำห้วยที่ไม่ลึกเพราะน้ำลึกทำยากและใช้เวลาทำนาน มันไม่แข็งแรงพังง่าย แต่ถ้าหากตื้นจนเกินไปก็ไม่ดีเก็บกักน้ำได้น้อย”

 จากอดีตจนถึงปัจจุบันบ้านสุขเจริญมีเหมืองฝายอยู่ 2 ลูกด้วยกัน มันตกทอดมาจากบรรพบุรุษ และชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน ฝายแรกมีประวัติศาสตร์มายาวนานมาก ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อๆกันมาว่า ช่วงนั้นเป็นปีที่มีน้ำแห้งขอดชาวบ้านไม่มีแม้แต่น้ำจะกิน ส่วนน้ำทำการเกษตรไม่ต้องพูดถึง คนเฒ่าคนแก่เลยชวนให้คนในหมู่บ้านพากันนำหินมาวางเรียงรายกันเป็นแถวปิดกันทางน้ำเอาไว้ จึงพอมีน้ำได้อุปโภค บริโภค จนถึงฤดูฝน เห็นว่าได้ผลดีชาวบ้านเลยทำกันทุกๆ ปี

ฝายที่สองเป็นฝายที่เรียนแบบมาจากฝายแรก แต่นำไปใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรมที่ชาวบ้านปลูกพืชผักไว้กิน เป็นฝายที่ต่ำลงมาจากฝายแรกไม่มากนัก ทั้งสองฝายเป็นระบบการจักการน้ำแบบธรรมชาติได้เป็นอย่างดีโดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

 ที่ผ่านมาชาวบ้านรู้กันว่าช่วงไหนต้องมาซ่อมแซม คนในหมู่บ้านจะมาช่วยกัน โดยไม่ได้นัดหมายอะไร เพราะมันเป็นประเพณีมาเนิ่นนาน ไม่เว้นแม้แต่เด็ก ผู้หญิงและคนแก่ และหากในครอบครัวไหนมีคนมากก็จะมามาก โดยไม่คิดว่าจะเสียเปรียบกัน

 ด้านผู้เฒ่าผู้แก่บ้านสุขเจริญ เล่าเสริมว่า จากอดีตจนถึงปัจจุบัน การซ่อมแซมฝายในแต่ละปีก็ต้องทำพิธีกรรมไหว้ผีฝายก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ผีฝายปกป้องรักษา อีกทั้งยังสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านมีแรงใจที่จะปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่และเกื้อกูลกัน ให้เกิดความสัมพันธ์กันกับวิถีชีวิตตามธรรมชาติด้วย

 เหตุผลที่เหมืองฝายเข้ามามีความเกี่ยวพันกับมนุษย์ เพราะได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดของแต่ล่ะคน ซึ่งนานๆ ครั้งจะได้มารวมกัน ส่วนสัตว์ก็ได้ใช้ประโยชน์แตกต่างกันไป เช่น ปลา กุ้ง หรือแม้แต่หอย ก็ได้เป็นที่วางไข่ขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นแหล่งรวมของสัตว์ป่าที่มาอาศัยน้ำกิน ด้านพืชพันธุ์ ป่าไม้ก็ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ พืชผักก็ล้วนแล้วแต่ได้ประโยชน์จากน้ำทั้งสิ้น

ไม่เพียงเท่านี้ การสร้างระบบเหมืองฝาย ยังเป็นแหล่งรวมของศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี จนเป็นบ่อเกิดแห่งศูนย์รวมภูมิปัญญาตามวิถีชีวิตของคนในชุมชนมาหลายชั่วอายุคน

 ส่วนการแบ่งปันน้ำร่วมกันในชุมชนนั้น จะดูถึงความเหมาะสม อย่างเช่นในภาวะน้ำน้อยเราต้องทำอย่างไร ซึ่งบางครั้งเราต้องลดพื้นที่เพาะปลูกลงเพื่อจะได้ใช้น้ำกันอย่างทั่วถึง และจะกันน้ำออกเป็นส่วนๆ เช่น น้ำกิน น้ำใช้ หรือแม้แต่น้ำเพื่อทำการเกษตร เป็นต้น

 หากปีไหนมีน้ำมากพอ เราก็สามารถใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรไปพร้อมๆกันได้ แต่สิ่งสำคัญเราอย่างลืมปล่อยน้ำลงไปให้กับคนพื้นล่างให้เขาได้ใช้น้ำอย่างเพียงพอและเท่าเทียมกับเราด้วย สิ่งเหล่านั้นจึงจะเรียกว่าการจัดการน้ำโดยระบบเหมืองฝายโดยชุมชนอย่างแท้จริง

 อ้ายโส จานเก่า รองประธานเครือข่ายต้นน้ำแม่ลาว เล่าว่า นอกจากการทำเหมือนฝายแล้ว การใช้น้ำในครัวเรือนจะใช้ระบบประปาภูเขา ซึ่งการทำน้ำประปาภูเขา เป็นระบบการจัดการน้ำของชาวบ้านที่ได้ผลและสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องใช้ถังน้ำออกไปตักน้ำมากินมาใช้ หรือไปอาบน้ำในตาน้ำให้ยุ่งยากและเสียเวลาก็มีน้ำกินน้ำใช้ในครัวเรือน คนในเขตต้นน้ำแม่ลาวและคนพื้นล่างยังได้ใช้น้ำอย่างเท่าเทียมกัน

วิธีการทำนั้น ชาวบ้านได้ใช้ไม้ไผ่ผ่าครึ่งเป็นทางยาวแล้วนำไปเสียบไว้ในตาน้ำจากที่สูงกว่าบ้าน วางเรียงจากภูเขาลดหลั่งกันลงมาเรื่อยๆ แล้วแยกออกไปแจกจ่ายตามบ้านของแต่ละครอบครัวจนทั่วทั้งหมู่บ้าน และแต่ละครอบครัวจะต่อเข้าบ้านใครบ้านมัน  แต่การใช้น้ำประปาภูเขาจะไม่มีปิดน้ำเอาไว้ ชาวบ้านจะปล่อยให้มันไหลลงสู่แม่น้ำลำคลองตามธรรมชาติ

 เราใช้กันอยู่อย่างนี้มาเป็นสิบๆปี ส่วนตาน้ำอื่นๆที่ไม่ได้ถูกใช้ในการทำน้ำประปาภูเขาก็จะได้ไหลลงสู่คนพื้นล่างให้มีน้ำใช้เฉกเช่นคนต้นน้ำ

 เคยมีคนที่ขึ้นไปพักอาศัยอยู่กับชาวบ้านถามเราว่า ไม่เสียดายน้ำเหรอ ทำไมถึงปล่อยน้ำทิ้งไว้อย่างนี้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ผมจึงบอกไปว่าไม่เสียดายเหรอ เพราะหากเราปิดน้ำไว้คนพื้นล่างเขาจะมีน้ำใช้เหรอ เพราะน้ำที่มีอยู่ในป่าเขานี้จะไม่มีวันหมดไป หากเรายังมีการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ส่วนน้ำที่ไหลลงไปก็จะไหลไปรวมกันที่ลำธารห้วยแม่โถ แล้วไหลลงสู่คนพื้นล่างต่อไป เพียงแต่เราไม่ทำให้น้ำสกปรกเป็นพอ 

 อ้ายโส เล่าต่อว่า ที่ผ่านมาการใช้ไม้ไผ่ทำน้ำประปาภูเขาของชาวบ้านประสพปัญหาอยู่หลายอย่าง เช่น หากเกิดดินถล่มก็จะทำให้รางน้ำแตกหักง่าย หรือมีใบไม้ร่วงลงมาอุดตัน กิ่งไม้หักลงมาทับ ทำให้ชำรุดเสียหายอยู่เป็นประจำ ต้องซ่อมแซมทุกอาทิตย์ จนชาวบ้านต้องหันมาใช้สายยางแทน แต่ก็เกิดปัญหาอีก เพราะทำให้สายยางเกิดเป็นตระใคร่น้ำ ไม่สามารถดื่มกินได้และมีกลิ่นเหม็น  

ต่อมาชาวบ้านจึงต้องหันมาใช้ไม้ไผ่แบบเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เราใช้วิธีนำเหล็กมาเจาะให้ทะลุ คล้ายๆกับท่อประปาแล้วค่อยนำมาทำเป็นประปาภูเขา ซึ่งก็ได้ผลดี  แต่การที่เราจะเจาะไม้ไผ่ได้นั้นต้องใช้เวลานาน เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร

 ประปาภูเขาชาวบ้านผู้ใช้น้ำจะช่วยกันดูแล หากเกิดชำรุดเสียหายก็จะช่วยกันซ่อมแซม โดยไม่ต้องบอกกล่าว ชาวบ้านจะรู้กันเองว่าช่วงไหนต้องมาซ่อมแซม

 ต่อมาทางสภาตำบลแม่เจดีย์ใหม่ได้เข้ามาสำรวจในหมู่บ้าน เห็นว่าชาวบ้านได้จัดสรรแบ่งปันน้ำกันดีอยู่แล้ว จึงได้เข้ามาสนับสนุนให้ชาวบ้านทำต่อไป และได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เช่น ซื้อวัสดุอุปกรณ์เพื่อทำน้ำประปาภูเขาให้สามารถอยู่ได้อย่างถาวร เมื่อมีงบประมาณจากทางสภาตำบลแม่เจดีย์ใหม่เข้ามาสนับสนุนแล้ว เราจึงได้นำเงินจำนวนนั้นไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนสิ่งไหนพอหาได้ในชุมชนก็ยังนำมาดัดแปลงใช้อยู่เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย

ต่อมาชาวบ้านจึงเริ่มทำน้ำประปาขึ้นมาใหม่ โดยใช้ท่อประปาขนาดใหญ่เสียบเข้าที่ตาน้ำแทนกระบอกไม้ไผ่ จากนั้นจึงส่งน้ำมาที่ท่อพักที่ทำด้วยบล็อกปูนที่ก่อขึ้น 3 บล็อก เพื่อพักน้ำและป้องกันเศษใบไม้และกิ่งไม้ไปอุดตัน จากนั้นค่อยต่อท่อน้ำประปาจากท่อพักแล้วแจกจ่ายตามบ้าน ซึ่งถือว่าวิธีนี้สามารถลดปัญหาได้มากที่เดียว

น้ำประปาภูเขาเราใช้ตาน้ำแค่ตาเดียวเท่านั้น ส่วนตาน้ำที่เหลือและยังมีอยู่อีกจำนวนมากนั้น ชาวบ้านจะไม่เข้าไปแตะต้อง เราจะปล่อยให้มันไหลลงสู่แม่น้ำตามธรรมชาติ แต่บางทีใครที่เข้าไปเก็บของป่า หากพบตาน้ำที่ถูกใบไม้อุดตันหรือปิดตาน้ำไว้ ชาวบ้านก็จะช่วยกันนำใบไม้ออกจนหมด เพื่อจะให้น้ำไหลได้สะดวกและน้ำไม่เน่าเสีย

 สัตว์ป่าบางชนิด เช่น หมูป่า ก็เป็นอีกผู้ช่วยที่แสนดี เพราะมันจะช่วยดุลเอาใบไม้ออกจากตาน้ำ ขยายตาน้ำ และทำทางน้ำไหลได้สะดวกยิ่งขึ้น

  ดังนั้นการจัดการน้ำภายใต้ระบบประปาภูเขาระบบเหมืองฝาย เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ต้องการจะแบ่งปันน้ำให้เท่าเทียมกันและสมดุลกับธรรมชาติ ถ้าหากใช้น้ำอย่างไร้ขอบจำกัด จะส่งผลกระทบต่อชุมชนต้นน้ำและปลายน้ำได้ นี่จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าคนต้นน้ำสามารถจัดการกับระบบการจัดการน้ำได้อย่างเกื้อกูล

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter