playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ได้มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในชุมชน 14 หมู่บ้าน ตามแนวเขตป่าเขาราวเทียนทอง ที่อยู่ผูกพันกับป่าเขา เก็บเห็ด เก็บผัก หาหน่อไม้กินเป็นอาหารธรรมชาติ หล่อเลี้ยงชีวิตมายาวนาน

ที่นี่เราได้พบเรื่องราวครอบครัวชีวิตพอเพียงของอาจารย์เชาวลิต แสงอรุณ แห่งบ้านบุทางรถ ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา
จ.ชัยนาท ผูกพันอยู่กับผืนป่ารอบๆ บ้านแห่งนี้มาแต่ป่าไม้ยังเขียวขจีมีอาหารธรรมชาติมากมาย ไม่เป็นหนี้เป็นสิน แต่ด้วยความอยากมีทรัพย์สินเงินทองเพื่อให้ลูกได้เรียนหนังสือ จึงโค่นล้มป่าไม้เพื่อเปลี่ยนสภาพมาปลูกไร่มันสำปะหลัง ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย ซึ่งมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งผลให้อาหารธรรมชาติหดหายลงไปพร้อมๆ กับผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งสวนทางกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้น

อาจารย์เชาวลิต บอกว่า เรานึกถึงชีวิตดั่งเดิมที่เคยอาศัยอยู่คู่กับป่า จึงมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อต้องการยกป่าใหญ่มาไว้ที่บ้านอย่างเคย จึงใช้เวลาในช่วงปิดภาคเรียนออกเดินป่าเพื่อศึกษาระบบนิเวศอยู่หลายปี แล้วมาลงทุนปรับเปลี่ยนพื้นที่จากดินตายให้กลายเป็นดินมีชีวิตด้วยการปลูกต้นไม้ลอกเลียนแบบธรรมชาติ จนถูกชาวบ้านตั้งฉายาให้ว่า “คุณครูบ้า”

“ถ้าวันนี้ พรุ่งนี้ หรือวันต่อๆ ไป หากผืนแผ่นดินนี้ซึ้งไร้ทรัพยากรป่าไม้ เราจะนึกถึงอะไรเป็นสิ่งแรก” ครูบ้าเริ่มเล่าให้ฟัง
การกลับสู่ชีวิตดั่งเดิมมาเริ่มใหม่อีกครั้งมันคงไม่สายเกินแก้ เริ่มจากฟื้นดินให้มีชีวิตโดยดูว่าที่ตรงไหนปลูกต้นไม้ชนิดใดได้ก็ปลูกชนิดนั้นลงไป ทั้งต้นไม้ใช้สอย ต้นไม้ให้ร่มเงา เถาวัลย์ พืชสมุนไพรปลูกทุกอย่างที่อยากปลูก ไม่สนใจว่าปลูกแล้วมันจะรกรุงรังหรือเป็นระเบียบหรือไม่ ต้นไหนตายก็ปลูกใหม่ ปลูกมันทุกวันออมไปเรื่อยๆ พอต้นไม้โตขึ้นอาหารธรรมชาติก็จะกลับคืนมาไม่ต้องไปรบกวนป่าใหญ่ เพียงแต่เราพึ่งพาป่าที่ปลูกขึ้นมาและปล่อยให้มันโตแบบธรรมชาติระบบนิเวศมันจะปรับตัวของมันเอง

“มีอยู่ช่วงหนึ่งตอนผมเริ่มปลูกป่าใหม่ๆ ชาวบ้านที่เดินผ่านบ้านผมทีไรเขามักจะซุบซิบนินทาเสมอ แต่ไม่ได้สนใจอะไร เพราะมั่นใจว่าหากมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาสักวัน การกลับไปดำรงชีวิตแบบดั่งเดิมต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกันเมื่อป่าเติบใหญ่ความเอื้ออาทรและความผูกพันระหว่างพืช สัตว์ คน จึงเริ่มก่อตัวขึ้น แม้ในช่วงแรกชาวบ้านจะมองว่าสิ่งที่ทำนั้นมันบ้า เพราะนอกจากจะไม่ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกข้าวโพด ปลูกอ้อยแล้วยังลดพื้นที่ปลูกข้าวลง ขุดสระน้ำมากขึ้น แม้จะได้ยินชาวบ้านว่าเป็นคนบ้าทั้งๆที่เป็นอาจารย์ แต่ผมก็ยังหน้าตั้งตาปลูกต้นไม้ต่อไป จนชาวบ้านตั้งสมญานามให้ว่า “คุณครูบ้า” ตั้งแต่นั้นมา”

สิบกว่าปีที่ผ่านมาหลังจากได้ผูกมิตรกับธรรมชาติ ได้เห็นสัตว์ป่านานาชนิดอพยพเข้ามาอาศัยอยู่กว่า 50 ชนิด ยามเช้าของทุกวันเสียงนกร้องขานรับกัน บางตัวแย่งกันกินผลไม้ ด้านกระรอก กระแตและไก่ป่าก็ไม่น้อยหน้า ยามค่ำคืนเสียงกบ เขียด ที่อาศัยอยู่ตามขอบบ่อขับขานเป็นเสียงดนตรีกล่อมให้ได้หลับนอน
 นางละเอียด แสงอรุณ ภรรยาอาจารย์เชาวลิต บอกว่า ตอนแรกก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าสามีกำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็ไม่อยากซักถามอะไรไปมาก ปล่อยให้เขาทำจะได้สบายใจ จนเราได้คุยกันจึงเข้าใจและยอมรับกับสิ่งที่เขาอยากทำ หลังจากปลูกป่าขึ้นมาช่วยให้เรามีอาหารการกินที่สมบูรณ์และปลอดภัย มีรายได้ดีแบบพอเพียง ในแต่ละวันข้าวปลาอาหารไม่ได้ซื้อเลย หลังจากได้คิด ผลิต ปรับปรุง ภายใต้แนวคิดเรื่องการพึ่งพาตนเอง จากการฟื้นฟูป่ารักษาต้นไม้ไม่เพียงแต่ให้ความร่มรื่น แต่มันยังเป็นเสมือนตู้เสบียงเลี้ยงครอบครัว

พื้นที่ดินแบ่งไว้ปลูกข้าว 5 ไร่ แปรงเกษตรปรานีตอีกหนึ่งไร่ ผักสวนครัวปลูกตามขอบบ่อตามคันนา และตามแปรงเกษตรสารพัดชนิด มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่หนึ่งบ่อและบ่อที่ขุดเลียนแบบคูคลองอีกบ่อมีปลามากมายหลายชนิด ทั้งปลาดุก ปลานินและปลาช่อน ฯลฯ

“ผมประทับใจประโยคที่พี่ละเอียดตอบผมว่า พี่ใช้อะไรเลี้ยงปลาในบ่อ พี่เค้าตอบว่า “ตั้งแต่มีปลาพี่ไม่ได้เลี้ยงปลา แต่ปลามันเลี้ยงครอบครัวพี่”

จนกระทั่งทุกวันนี้ สิ่งที่อาจารย์เชาวลิตและพี่ละเอียดช่วยกันยกป่าใหญ่มาไว้ที่บ้านนั้นกลับกลายเป็นทรัพย์สินที่เก็บกินไม่รู้จักหมด ลูกสาวที่จบปริญญาตรี 2 คน และคนเล็กจบปวส.ต่างกลับมาเพื่อช่วยงานในบ้าน

น้องวิไลวรรณ แสงอรุณ ลูกสาวคนที่สองของครอบครัว บอกว่า หลังจากที่เรียนจบคณะประมงแล้วก็ไม่ไปทำงานที่ไหนใจอยากกลับมาบ้านเพราะไหนๆเราก็กลับมาสักวันสู้กลับมาตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า วันที่เรายังมีแรงทำงานช่วยครอบครัว

ทุกเช้าหลังนั่งเล่นกินกาแฟกับครอบครัวแล้ว น้องวิไลวรรณจะออกไปเกี่ยวหญ้ามาให้วัวนมทุกๆวัน จากนั้นจึงกลับมาอาบน้ำกินข้าวแล้วพักผ่อนเอาแรง ช่วงสายๆจึงจะออกไปปลูกผักปลูกต้นไม้ ทำโน่นทำนี่เล็กๆน้อยๆในสวน

การพึ่งพาอาศัยอยู่กันอย่างสมดุลและเอื้อเฟื้อต่อกัน เกียรติลาภ ยศ ชื่อเสียงและคำสรรเสริญ ทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันเป็นเพียงสิ่งสมมุติเท่านั้น  

ทุกวันนี้ “ผืนป่าไม่ได้มีเฉพาะหลังบ้าน อ.เชาวลิต เท่านั้น แต่รูปธรรมที่ อ.เชาวลิต ได้ปูทางเอาไว้ มีอีกหลายครอบครัวในระแวกเขาราวเทียนทองได้เดินตาม

 “ไม่ต้องรบกวนป่าอีกต่อไป ป่าใหญ่ก็ฟื้นตัวในขณะที่ป่าเล็กหลาย ๆ บ้านก็ร่มรื่น มันเป็นกลยุทธสร้างป่าใหญ่ให้น่าอยู่นั่นเอง” อ.เชาวลิตกล่าวอย่างภูมิใจ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter