playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนทั่วประเทศร่วมกันจัดงาน “เปิดความคิด ชีวิต องค์ความรู้ 18 ปีสวนลุงโชค” บ้านคลองทุเรียน ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจของเครือข่ายองค์กรชุมชนด้านการเกษตร เช่น เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน แสดงพันธุ์ข้าวพื้นบ้านของไทย เมื่อสีแล้วเมล็ดข้าวมีทั้งเป็นสีดำ สีเขียว สีเหลือง สีแดง แต่พันธุ์ข้าวเหล่านี้กำลังสูญหายไปเพราะในตลาดจะมีขายเพียงแค่ข้าวเหนียวพันธุ์กข 6 และข้าวหอมมะลิ

เครือข่ายอินแปง จากจังหวัดสกลนคร สาธิตการบำรุงรักษาร่างกายด้วยภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะการทำสปาน้ำมันงา

วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี สาธิตการทำไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว ด้วยการนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาต้มให้เดือด ก่อนผสมโซดาไฟกับเอททิวแอลกอฮอล์ ทิ้งให้ตกตะกอน แล้วนำน้ำมันที่ได้ไปใช้เดินเครื่องปั่นไฟใช้ภายในงาน

ด้านเวทีเสวนา เปิดประเด็นด้วยลุงโชค หรือ โชคดี ปรโลกานนท์ นำพูดคุยบอกเล่าประวัติของตนจากคนทำไร่ข้าวโพด บนพื้นที่ 100 ไร่ ใช้เวลากว่า 18 ปีในการปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบเกษตรกรรมยั่งยืน มีทั้งนาข้าว สระน้ำ ไม้ผล ไม้ยืนต้นสารพัดชนิด ลุงโชคได้เรียนรู้ว่า การทำฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ตามตำราที่เรียนจบปริญญาตรีไม่ใช่หนทางสู่ความยั่งยืน แท้จริงแล้วต้องเรียนรู้จากธรรมชาติและใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ

นอกจากนี้ลุงโชค ยังให้แง่คิดอีกว่า ขณะนี้แรงงานในภาคเกษตรกำลังขาดแคลน และต้องเสียค่าจ้างมากขึ้น ดังนั้นต่อไปการทำเกษตรเพื่อขายจะประสบปัญหาขาดทุนหนัก ท้ายที่สุดต้องเป็นหนี้และเกษตรกรต้องสูญเสียที่ดินของตนเองไป

ในงานมีการจัดสัมนาระดมควมคิดเห็นเพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และยุทธศาสตร์บูรณาการเชิงพื้นที่

ศ.ดร.ระพี สาคริก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวแสดงความเห็นว่า ตนเคยกล่าวไว้แล้วว่าเกษตรเป็นวัฒนธรรมไม่ใช่แค่อาชีพ ใครที่คิดว่าเป็นแค่อาชีพนั้นถือว่าคิดตื้นเขินมาก วันนี้จิตวิญญาณไทยถูกครอบงำจากต่างชาติ ทำให้การพัฒนาที่ผ่านมาทำให้การสูญเสียสิทธิการถือครองที่ดินของเกษตรกรไทยถือว่าเป็นหายนะของชาติ ทุกวันนี้เมื่อเรานั่งรถในกรุงเทพฯ เห็นร้านค้าแผงลอยเป็นจำนวนมากขึ้น นั่นคือความล้มเหลวในภาคชนบท
 ผมคิดว่าเกษตรกรรม เป็นงานที่มีเกียรติ เกษตรกรเป็นกองทัพที่จะรักษาแผ่นดิน ไม่มีประเทศไหนปล่อยให้มีการทำร้ายเกษตรกร เหมือนที่ประเทศไทยทำเอฟทีเอ เปิดเสรีการค้าแต่เกษตรกรป่นปี้หมด ถ้าไม่มีการส่งคนไปเรียนเมืองนอก ถามว่าเรามีความรู้ด้านการเกษตรไหม ในอดีตการทำนาไม่เคยใส่ปุ๋ย แต่พอมาวันนี้จะหวนกลับไปหาสมัยบรรพบุรุษ การกลับไปทำเกษตรอินทรีย์ จึงเป็นเรื่องยาก

ศ.ดร.ระพี “สรุปแล้วแผ่นดินไทย เกษตรกรไทยมีหน้าที่รักษาฐานรากของสังคมไทย และเราจะต้องเรียนรู้จากความเจ็บปวด เพราะความเจ็บปวดจะสอนเราให้เปลี่ยนแปลง”

นายดวงทิพย์ ต๊ะวันนา ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือ กล่าวว่า ผมไม่อยากหวังพึ่งรัฐบาล เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยรับฟังเข้าใจปัญหาของเกษตรกรอย่างแท้จริง คนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็มาจากกลุ่มทุน แต่การขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนต้องพูดถึงนโยบายด้วย ซึ่งตนก็อยากให้รัฐบาลมีนโยบายในการแบ่งปันทรัพยากรธรรมชาติดิน น้ำ ป่า อย่างเท่าเทียมกัน ให้ทุกคนได้เข้าถึง ไม่ใช่เหมือนอย่างทุกวันนี้ ผ่านไปทางไหนเห็นที่รกร้างว่างเปล่าขึ้นป้ายว่า Land for sale ขณะที่เกษตรกรมีที่ครอบครัวละ 2-3 ไร่ บางคนก็ไม่มี ส่วนเกษตรกรเราต้องปฏิบัติจริงในพื้นที่ ขยายความคิดและการกระทำเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนออกไปให้กว้างขวาง.

 สมพล  โชคดีศรีสวัสดิ์

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter