กว่าสิบปี ระบบการเกษตรที่ต้องพึ่งพาสารเคมีได้เข้ามาแทรกแซงถึงเทือกสวน ไร่นา เพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ที่ดิน ผืนน้ำ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งสุขภาพร่างกายของเกษตรกรค่อยๆ ดูดซับสารพิษเข้าไป...จนบอบช้ำ!!!
ด้วยผลกระทบที่เริ่มทวีขึ้นอย่างไม่มีวันลดลา กลุ่มเกษตรกรภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง และลำพูน ได้รวมตัวกันตั้งเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือตอนบนขึ้น โดยใช้ภูมิปัญญาและระบบการผลิตแบบพึ่งพาธรรมชาติ เพื่อพลิกฟื้นผืนดินที่ได้รับความบอบช้ำมาเป็นเวลานาน จากการปลูกพืชไร้สารพิษ ไม่สนใจเพิ่มปริมาณการผลิต แต่ห่วงใยสุขภาพร่างกายมากขึ้น
อีกทั้งระบบการศึกษาในปัจจุบัน ได้ปลูกฝังให้คนได้รับใบประกาศนียบัตรเพื่อไปใช้แรงงานในโรงงาน ในเมืองหลวง เป็นการดูดคนออกจากพื้นที่ ออกจากชุมชน ไม่รู้ว่าในชุมชนของตนเองมีดีอะไรบ้าง
เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด จึงร่วมกับ สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดโครงการ?ทัวร์คนรุ่นใหม่ เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือตอนบน?ขึ้น ระหว่างวันที่ 21 ? 25 ตุลาคม 2547 ที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่จากเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ที่ทำงานด้านเกษตรกรรมยั่งยืนอยู่ในแต่ละจังหวัดได้มาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ภาคทฤษฎี หลักการปฏิบัติจริงจากผู้รู้ นักพัฒนาและผู้นำชุมชนที่ผ่านประสบการณ์ด้านการทำเกษตรอินทรีย์หรือเกษตรปลอดสาร เป็นการเติมความรู้เกี่ยวกับสังคม ชุมชนให้คนรุ่นใหม่ที่มาจากแต่ละพื้นที่ได้เข้าใจพื้นฐานการพัฒนา ซึ่งในการเรียนรู้ครั้งนี้ได้ลงไปเรียนรู้ในพื้นที่ รวม 5 วัน เพื่อศึกษาของจริงจากชาวบ้าน อาทิ การทำไร่หมุนเวียนของชาวปกาเกอญอ ของกลุ่มเกษตรบ้านห้วยหินลาด อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย , การปลูกพืชหมุนเวียนของชาวบ้านบ้านถ้ำ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่และศูนย์เกษตรสารภี จ.เชียงใหม่ , ศูนย์แปรรูปและจำหน่ายพืชผักปลอดสาร ของเกษตรอิ่มบุญ จ.เชียงใหม่ , การใช้จุลินทรีย์เพื่อการเกษตรในท้องถิ่น ของเกษตรกร อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน และการแปรรูปน้ำมันงาปลอดสาร ของกลุ่มผลิตน้ำมันงา บ้านปางหมู จ.แม่ฮ่องสอน เป็นต้น
พี่เกรียงไกร ปาญสุวรรณ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน ภาคเหนือตอนบน เล่าถึงที่มาของโครงการทัวร์คนรุ่นใหม่ให้ฟังว่า คณะกรรมการเครือข่ายที่มาจาก 8 จังหวัด ได้มีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับการถ่ายทอดประสบการณ์สู่คนรุ่นใหม่ที่จะมาทำงานพัฒนาด้านเกษตรยั่งยืนต่อไปที่ผ่านมาน้องๆ คนรุ่นใหม่ จะทำงานด้านเกษตรในแต่ละพื้นที่ของตนเองอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีเวทีพบปะแลกเปลี่ยนแนวคิดกับกลุ่มอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่น้องๆ คนรุ่นใหม่ยังขาดประสบการณ์และเทคนิคในการทำงานกับชุมชน คณะกรรมการฯ เล็งเห็นความสำคัญของคนรุ่นใหม่ จึงจัดโครงการให้คนที่ทำงานอยู่ในแต่ละเครือข่ายมาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน
ซึ่งการจัดโครงการทัวร์คนรุ่นใหม่ในครั้งนี้ นับว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่และผู้มีประสบการณ์ในแต่ละพื้นที่ ให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ เกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในภายภาคหน้า โดยน้องๆ คนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมในครั้งนี้ เขาจะต้องกลับไปกำหนดทิศทางของตนเองว่าจะมีแผนงานหรือกิจกรรมที่จะทำร่วมกันกันอย่างไรให้มีความต่อเนื่อง และขยายไปสู่รุ่นต่อๆ ไปอีกด้วย
นางสาวสมศรี ตาสา หรือ อึ่ง ตัวแทนคนรุ่นใหม่จากกลุ่มเกษตรซงะ บ้านกองลอย อ.ฮอดจ.เชียงใหม่ เล่าว่า เคยทำงานในเมืองมาก่อน แต่ละเดือนไม่มีเงินเหลือเก็บ คิดว่าถ้าแก่ตัวแล้วยังหาความมั่นคงไม่ได้ เลยกลับมาทำเกษตรอยู่ที่บ้านกับครอบครัว
ตอนนี้กลับมาทำเกี่ยวกับเกษตรที่บ้านได้ 3 เดือนแล้ว ตัวเองไม่ค่อยรู้เรื่องการทำเกษตรเท่าไหร่ แต่พอมาเรียนรู้ในครั้งนี้ รู้สึกว่าที่อื่นเขาก้าวหน้าไปมาก ในขณะที่เรายังไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน แต่มีแนวความคิดที่เหมือนกันคือทำเกษตรปลอดสารและนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามาทำร่วมกัน
ส่วนใหญ่ที่หมู่บ้านปลูกพืชเชิงเดี่ยว ในระยะต่อไปอยากให้มีการปลูกพืชแบบผสมผสาน จะไม่ได้รับผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คงเอาตัวอย่างจากเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ของ ต.แม่ทา ที่ลงไปดูงานมา เขาปลูกข้าวโพดผักอ่อน ก็ยังคงปลูกพืชเชิงเดี่ยวนี้ไว้ แล้วค่อยปลูกพืชชนิดต่างๆ เสริมเข้าไปในพื้นที่
พวกเรามีความคาดหวังอยากให้มีเวทีพบปะกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเอาคนที่มีใจจริงๆ มาทำด้วยกัน เมื่อเขาทำแล้วเห็นผล คนอื่นๆ เห็นความสำเร็จแล้วก็จะเริ่มเข้ามา ถึงแม้ไม่มีงบประมาณสนับสนุนเราก็ต้องทำต่อ
ด้านนายศิลป์ชัย นามจันทร์ ตัวแทนจากเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ต.แม่ทา กิ่ง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เล่าว่า มาเจอเพื่อนๆ พี่ๆ ในครั้งนี้ได้เรียนรู้ เรื่องจิตสำนึก การเข้าไปทำงานกับชุมชน การวิเคราะห์ชุมชน และได้เห็นพื้นที่ที่เขาทำกันจริงๆ ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากบ้านของเพื่อนที่เข้าร่วมในครั้งนี้ว่า แต่ละพื้นที่เขาทำเกษตรกันแบบไหน ยังไง ได้เรียนรู้เทคนิค และแนวคิดทางการทำเกษตรทั้งที่สูงและที่ราบ เพื่อนำกลับไปประยุกต์กับภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตนเองต่อไป
พี่เกรียงไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า คนรุ่นใหม่ที่จะมาทำงานด้านเกษตร จะมาจากลูกหลานของคนในชุมชนหรือจากผู้นำชาวบ้านที่มีความตั้งใจ และปฏิบัติจริง พร้อมขยายผลไปสู่กลุ่มต่างๆ เพราะคณะกรรมการฯ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ชุมชนท้องถิ่น หรือผู้นำชุมชนจะต้องถ่ายทอดประสบการณ์และปลูกจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่ ได้สืบทอดเจตนารมณ์ต่อไป
โครงการทัวร์คนรุ่นใหม่ของเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือตอนบน จึงเป็นการถ่ายทอดเจตนารมณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ได้กลับมาพัฒนาชุมชน เรียนรู้จากการลงไปปฏิบัติจริง โดยใช้ทุนเดิมที่อยู่ในชุมชน
"คนรุ่นใหม่ หัวใจสีเขียว? เป็นอีกตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่มีคามตั้งใจที่จะพลิกฟื้นแผ่นดิน ถิ่นเกิด โดยใช้ประสบการณ์ที่ได้รับและภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนมาผสมผสาน ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นให้กลับมาทำการเกษตรปลอดสารดังเดิม





