playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ผืนป่าชายเลนตลอดแนวอ่าวบ้านดอนตั้งแต่ อ.ท่าฉาง อ.เมือง อ.กาญจนดิษฐ์ ไปจนถึง อ.ดอนสัก ในเขต จ.สุราษฏร์ธานี ความยาวนับ 100 กิโลเมตร ในอดีตเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์เป็นอย่างมาก ท้องทะเลบริเวณนี้จึงอุดมไปด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา นานาชนิด หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมาเป็นเวลานาน หอยนางรมที่มีรสชาดอร่อยที่สุดของประเทศไทย ก็ก่อกำเนิดขึ้นที่นี่

นายสมหมาย คงวิจิตร กรรมการหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านง่ามยวน ต.ตะเคียนทอง อ.กาญจนดิษฐ์ วัย 50 เศษ ย้อนอดีตเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มให้ฟังว่า เมื่อก่อนชาวบ้านมีอาชีพหลักอยู่สองอย่างคือ ทำนาและหากินกับทะเล พอเสร็จจากการทำนาก็ลงทะเล หาปูหาปลาหากินได้ทุกฤดู เดือนสิบถึงเดือนสิบสองลอยอวนบ้าง ทำนอมซ่อนจับปลากระบอก ตกเบ็ดปลาแขยง หน้าแล้งก็เก็บหอยแครง ป้องคันดินหาตัวเคยมาทำกะปิ เรียกว่าลงเลเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ต้องหาบกลับบ้านจนหลังแอ่น ส่วนปูทะเลหากินได้ตลอดปี

?เมื่อก่อนป่าชายเลนขึ้นหนาทึบ เป็นป่า 4 ชั้น เริ่มจากป่าตุ่ม ถัดลงไปเป็นป่าถั่ว(คล้ายๆกับโกงกางแต่ใบเล็กกว่า) ป่าโกงกาง ลำดับสุดท้าย ซึ่งอยู่ติดกับทะเลคือป่าลำพูและแสม รวมกันแล้วกว้างประมาณหนึ่งกิโลเมตร ยาวตลอดแนวอ่าวบ้านดอน?

ต่อมาประมาณปี 2529 รัฐบาลส่งเสริมให้มีการทำนากุ้งก็นำพื้นที่ป่าชายเลนส่วนที่เป็นป่าตุ่มกับป่าถั่วมาจัดสรรให้ชาวบ้านทำนากุ้งคนละประมาณ 25 ไร่ ทำให้ป่าชายเลนถูกทำลายลงเหลือเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น

นายพรชัย จันทร์สงค์ รองประธานบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนทอง บอกว่า แรกๆก็ทำนากุ้งกันแบบธรรมชาติ คือสูบน้ำทะเลเข้านา กุ้งก็อยู่ในน้ำทะเลอยู่แล้วทิ้งไว้ 3-4 เดือนก็จับออกขายได้ แต่มาในระยะหลังมีการขยายพื้นที่ทำนากุ้งขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งเปลี่ยนการเลี้ยงจากวิธีธรรมชาติไปสู่การเลี้ยงเพื่อการค้า ปล่อยกุ้งกุลาดำลงไปมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงกุ้งมากขึ้น ท้ายที่สุดก็ปล่อยน้ำเสียลงสู่ท้องทะเล

จากสาเหตุใหญ่ 2 ประการ ดังกล่าว ทำให้สัตว์ทะเลอยู่ไม่ได้ ทะเลซึ่งเคยเป็นแหล่งอาหารของพวกเราก็หากินกันยากขึ้นทุกวัน จะหาปูดำมาต้มกินสักตัวก็แสนยากเย็น หอยแครงที่เคยอาศัยอยู่ริมฝั่งก็หายไป ที่เคยป้องดินดักเคยมาทำกะปิซึ่งเมื่อก่อนทำกันทุกครอบครัวก็หาได้ยากขึ้น ตอนนี้เหลืออยู่เพียง 10 กว่าราย

ด้วยเหตุนี้พวกเราชาวบ้านจากหมู่ที่ 3 ถึงหมู่ที่ 6 ในเขต ต.ตะเคียนทอง จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนขึ้น

นายอำนาจ วิสาสลัด ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนตะเคียนทอง เล่าว่า กลุ่มอนุรักษ์ฯของเราเพิ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สมาชิกรุ่นแรกก็เป็นชาวบ้านที่มีอาชีพทำนากุ้ง ทำโดยไม่มีทุนรอนอะไร ออกเงินกันเอง ใครไม่มีเงินก็ร่วมลงแรง เราทำทางเดินด้วยไม้ไผ่เพื่อใช้สำรวจตรวจตรา จากนั้นก็ชวนชาวบ้านมาปลูกป่าร่วมกัน ซึ่งตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา เราปลูกป่าไปแล้ว 4 ครั้ง มีชาวบ้านมาร่วมปลูกกันหลายร้อยคน โดยปลูกได้ประมาณ 5,000 ต้น พื้นที่ 4,000 ไร่ แรกๆก็ใช้กล้าไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมาปลูก ต่อมาทางการก็เข้ามาสนับสนุนเรื่องการเพาะชำต้นกล้า จากนั้นเราก็นำเอาไม้ไผ่ไปปักไว้เป็นแนวเพื่อป้องกันเรือประมงแล่นเข้ามาทำลายต้นกล้าที่ปลูกใหม่

ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนตะเคียนทอง เล่าอีกว่า นอกจากงานปลูกป่าแล้ว ภารกิจสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างความเข้าใจกับคนที่ยังใช้ยาปฏิชีวนะเลี้ยงกุ้งและปล่อยน้ำเสียลงทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ?นาเช่า? เป็นเถ้าแก่ในตลาดบ้านดอนมาเช่าที่ทำนากุ้งแล้วจ้างคนมาดูแล จึงไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับท้องถิ่น

?พวกเราซึ่งเป็นคนที่นี่หันมาใช้สมุนไพรทดแทนยาปฏิชีวนะ เช่น เจ็ดตะมูล กระเทียม กล้วยน้ำว้า สิ่งเหล่านี้ราคาถูกและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่พวกเถ้าแก่ยังใช้ยาอยู่ นี่คือภาระหนักที่ต้องทำความเข้าใจ? ประธานกลุ่มอนุรักษ์ฯ กล่าว

ด้านนายพรชัย จันทร์สงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องการอนุรักษ์ป่าชายเลนนับเป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานท้องถิ่นอย่าง อบต. จะต้องสนับสนุนให้มากขึ้น ทั้งการซื้อเรือหางยาวสำหรับใช้ในการลาดตระเวนป้องกันเรือประมงไม่ให้เข้ามาในพื้นที่อนุรักษ์ คอยสอดส่องคนต่างพื้นที่ ที่เข้ามาขุดหอยแซมฝั่ง (การขุดหอยแซมฝั่งจะทำลายหน่ออ่อนของต้นไม้)

วันนี้แม้ว่ากลุ่มอนุรักษ์จะตั้งขึ้นมาได้เพียง 4 เดือน แต่ด้วยภารกิจที่ชัดเจน ด้วยเป้าหมายที่คนในท้องถิ่นเข้าใจได้ง่าย จึงทำให้กลุ่มได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านอย่างดียิ่ง เห็นความกลมเกลียว ความเป็นกลุ่มเป็นก้อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยในขณะนี้อยู่ในช่วงที่จะพัฒนาป่าชายเลนทั้งหมดให้เป็นป่าชุมชน จะมีการออกกฎระเบียบต่างๆ ร่วมกัน

?เราไม่ได้อนุรักษ์ป่าชายเลน เพียงเพราะกลัวว่าต่างชาติไม่ซื้อกุ้งไทย เพราะเขาหาว่าเราเลี้ยงกุ้งแบบทำลายธรรมชาติ แต่เราอนุรักษ์ป่าตรงนี้ก็เพื่อต้องการสร้างแหล่งอาหารไว้ให้ชุมชน เรารักการลงเลเชเคย ซึ่งเป็นวิถีของพวกเรา?

นี่คือปณิธานอันมุ่งมั่นของคนกลุ่มเล็กๆที่ต้องการชุบชีวิตให้กุ้ง หอย ปู ปลา คืนผืนป่าให้ทะเล และสร้าง ?ครัว? ให้กับลูกหลานของพวกเขาสืบไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter