"ถ้าเราคิดจะทำและตั้งใจจริง ความหวังมีความสำเร็จไปกว่าครึ่งเพียงแต่จะมีใจทำกันจริงไหม ดังนั้นปรัชญาคนอยู่กับป่าคือเลี้ยงตนเองได้ ถ้าชุมชนอยู่ไม่ได้แปลว่าการบริหารการจัดการยังไม่บรรลุผล"
"โครงการปิดทองหลังพระที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นหนทางการพัฒนาอย่างถูกต้อง เพราะเป็นสร้างภูมิคุ้มกัน และมั่นใจว่าจะเป็นทางออกของชุมชน เป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้คนอยู่กับผ่าได้อย่างยั่งยืน และมั่นใจว่าเราจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่เอาชนะอุปสรรค ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี อย่างภาคภูมิใจ ซึ่งแน่นอนว่า จะเป็นทางออกเพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ"
หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการโครงการปิดทองหลังพระเล่าวว่า แนวคิดโครงการปิดทองหลังพระ เพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เผยแพร่สู่ชุมชน และกระตุ้นให้เกิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องการจัดการน้ำ อาหารพลังงาน และโลกร้อน ใน 6 มิติ คือ ดิน น้ำ ป่า เกษตร พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป้าหมาย 1 ล้านกิจกรรม ผ่านศูนย์ศึกษาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เชื่อมโยงสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันยังได้ดำเนินการปลูกป่า 80 แสนไร่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเจริญ พระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ซึ่งจะเป็นการปลูกป่าตามพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีชุมชนเป็นหลักในการกำหนดพื้นที่ปลูกป่าอย่างเหมาะสม
"ถ้าเราคิดจะทำและตั้งใจจริง ความหวังมีและสำเร็จไปกว่าครึ่ง เพียงแต่จะมีใจทำกันจริงไหม ดังนั้นปรัชญาคนอยู่กับป่าคือเลี้ยงตนเองได้ ถ้าชุมชนอยู่ไม่ได้แปลว่าการบริหารจัดการยังไม่บรรลุผล" ประธานกรรมการโครงการปิดทองหลังพระ ระบุและขยายความต่อว่า
การพัฒนาจำเป็นต้องทำแบบรอบด้านและบูรณาการทุกส่วนเข้าด้วยกัน ทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ค่อยเป็นค่อยไป เพราะตระหนักดีว่า การพัฒนาจะบรรลุตามเป้าประสงค์ได้ ต้องเริ่มจากสุขภาพและปากท้องเป็นอันดับแรก การพัฒนาอื่นๆ จึงจะเป็นไปได้ ที่สำคัญกิจกรรมการพัฒนาต้องไม่สลับซับซ้อน ทำได้จริง เป็นเหตุเป็นผลตามแต่ละบริบทของพื้นที่ ชาวบ้านปฏิบัติได้อันจะนำไปสู่การวางรากฐานของความมั่นคง ชุมชนมีความเข้มแข็ง และมีสุขภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน
นายสาคร สงมา ประธานมูลนิธิคนเพียงไพรเล่าวว่า เครือข่ายองค์กรชุมชนได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. วางแนวทางที่จะทำงานร่วมกับโครการพัฒนาดอยตุง ตามโครงการปิดทองหลังพระสืบสานตามแนวพระราชดำริ หลายฝ่ายจึงได้คัดเลือกชุมชนนำร่องพี่จะเข้าร่วมโครงการรุ่นที่ 1 ที่มาจากหลายประเด็นงาน เช่น การจัดการป่า น้ำที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการพัฒนาทางเลือกในการผลิตทางการเกษตรและการพัฒนาพลังงานทดแทน
จากนั้นจึงระดมความคิดพูดคุยกันอีกครั้งซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ชุมชนมีต้นทุนมายาวนานตั้งแต่การรวมกลุ่มจัดการดิน น้ำ ป่า เกษตร สวัสดิการ ออมทรัพย์ ฯลฯ ที่เกิดจาการประสานการทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชนที่เป็นต้นทุนที่ทำกันมานานและต่อเนื่อง
"โครงการปิดทองหลังพระ มีชุมชนนำร่องเข้าร่วมโครงการรุ่นที่ 1 ทั้งหมด 72 พื้นที่แยกเป็นพื้นที่การจัดการที่ดินทำกินและเกษตร 95 หมู่บ้าน การจัดการน้ำ 225 หมู่บ้าน การจัดการป่า 138 หมู่บ้าน การจัดการสิ่งแวดล้อม 57 หมู่บ้าน พลังงานทดแทน 14 หมู่บ้าน ครอบคลุม 13 จังหวัด ซึ่งทั้งหมดเป็นชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งในการจัดการตนเอง" ประธานมูลนิธิคนเพียงไพร บอก
นายเดโช ไชยทัพ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ เล่าเสริมว่า ต้นทุนที่ชุมชนได้ร่วมกันสือบทอดและรักษาไว้ซึ่งภูมิปัญญาที่มีมานาน ทั้งการจัดการ เรื่องลุ่มน้ำ การจัดการเหมืองฝาย ป่าชุมชน การปักปันที่ดิน การแบ่งเขตพื้นที่ป่าอย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนนั้นๆ มีการทำเกษตรแบบผสมผสาน การทำปุ๋ยหมัก การเลี้ยงปลาในนาข้าว หมูหลุม ทำเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา รวมไปถึงการจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน สิ่งที่เกิดเป็นศักยภาพของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมความสำเร็จที่พัฒนาต่อยอดไปสู่การทำธนาคารชุมชน สวัสดิการชุมชน ศูนย์เรียนรู้ชุมชน และการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551
"ขบวนการพัฒนาภาคประชาชนที่มีมายาวนาน ได้ถูกเพาะบ่มแล้วเกิดเป็นแผนงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม เพื่อปรับแผนสู่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เกิดการรวมตัวขึ้นอย่างกว้างขวาง ชุมชนมีจิตสำนึกในชุมชนของตนเองมากขึ้น เป็นภาพชุมชนได้ร่วมลงมือปฏิบัติ พัฒนาไปสู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน"
ดังนั้นการขยายการทำงานร่วมกับโครงการปิดทองหลังพระ จะเป็นความร่วมมือใหม่ระหว่างชาวบ้านกับรัฐ ที่เกิดจากความจริงจัง จริงใจ นำไปสู่การมีส่วนร่วมคิดร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผลประโยชน์รวมทั้งร่วมที่จะก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน เป็นความยืดหยุ่นที่จะตกลงร่วมกันทำงาน เรียนรู้ซึ่งกันและและกันอย่างทั่วถึง และมีความต่อเนื่องเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำไปขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป
โครงการปิดทองหลังพระ เป้าหมายเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลง เป็นต้นทุนมาขับเครื่องงานร่วมกัน สร้างมิตรในระยะยาว สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย อันจะยังผลต่อชุมชนท้องถิ่นในที่สุด
ประพันธ์ สีดำ
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
มติชน ฉบับวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551





