เครือข่ายแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง ๔ ภาค สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฏิรูป สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภาพัฒนาการเมือง คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ กรมการปกครอง กรมการส่งเสริมปกครองท้องถิ่น และกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกันบูรณาการความมือยกระดับแผนชุมชนสู่แผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นางฑิฆัมพร กองสอน เลขาเครือข่ายแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง ๔ ภาค กล่าวว่า “คณะทำงานสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดให้มีเวทีการพัฒนาศักยภาพแกนนำเพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายพัฒนาแกนนำชุมชนในพื้นที่ ๑๕๒ ตำบลๆ ละ ๒ คน ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ ๒ ตำบล รวม ๓๐๔ คน มุ่งพัฒนาให้เกิดคน ๕ ประเภท ได้แก่ นักยุทธศาสตร์ นักประสาน นักสื่อสาร นักจัดการ นักวิชาการ เพื่อรองรับการยกระดับสู่แผนสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีการสรุปทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา การแลกเปลี่ยนพื้นที่ประสบความสำเร็จ การเติมเต็มวิชาการจากภาคีที่เกี่ยวข้อง และมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติการทำแผนโดยใช้คู่มือการทำแผน ๗ ขั้น โดยการอบรมดังกล่าวจัดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๑-๒๔ สิงหาคมที่ผ่านมา ณ จังหวัดขอนแก่น และจะจัดขึ้นอีก ๓ ครั้งใน ๓ ภาค ได้แก่ วันที่ ๑๘-๒๗ กันยายน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ ๒๕-๒๘ กันยายน จังหวัดปราจีนบุรี และวันที่ ๕-๘ ตุลาคม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งนอกจากการพัฒนาแกนนำดังกล่าว ในกระบวนการยกระดับแผนยังมีการเตรียมสำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพและข้อจำกัดของพื้นที่เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนต่อไป
“ทั้งนี้ สาเหตุที่ชุมชนต้องการยกระดับแผนชุมชนสู่แผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น เกิดจากการทำงานแผนชุมชนที่ผ่านมาซึ่งพบว่า แผนชุมชนยังไม่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่างรอบด้าน รวมทั้งเป็นแผนที่ต้องอาศัยการพึ่งพิงจากหน่วยงานภายนอก จึงเป็นที่มาของการยกระดับสู่แผนแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมุ่งเน้นการบูรรณาการประเด็นปัญหาครอบคลุมในทุกมิติ และเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มคิดวางแผน ตลอดจนร่วมดำเนินการ และร่วมรับประโยชน์ นับเป็นการปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชนสู่การจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง”
นิธิภา อุดมสาลี รายงาน





