การทำเกษตรกรรมแบบพึ่งพาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้จะก่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและได้ผลผลิตดี แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไป กลับทำให้พบผลร้ายที่ตามมาอย่างมหันต์ หลายประการ ทั้งการทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เกษตรกรเป็นหนี้ พื้นดินถูกทำลาย สภาพแวดล้อมแปรเปลี่ยน ความอุดมสมบูรณ์หายไป สุขภาพของเกษตรกรย่ำแย่ วิถีชีวิตล่มสลาย ครอบครัวล่มจม และก่อให้เกิดปัญหาอีกหลายอย่างตามมา
สภาพปัญหาที่รุมเร้าต่างๆ ทำให้เกษตรกรหรือชาวบ้านพยายามแสวงหาทางออกให้กับตนเอง เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาและความทุกข์ที่เป็นอยู่ และเมื่อพิจารณาอย่างแจ่มแจ้งแล้วพวกเขาก็พบว่า แนวทางที่จะทำให้ชีวิตของตนเองมีสภาพที่ดีขึ้นและหลุดพ้นจากปัญหาได้ ก็คือการหันหลังให้กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วย้อนกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ปู่ย่าตายายเคยทำมา นั่นก็คือการทำเกษตรกรรมแบบธรรมชาติ ที่จะก่อให้เกิดความยั่งยืนแะมีความสุขกว่า
ทั้งนี้ ?เครือข่ายกลุ่มเกษตรครบวงจรบ้านหนองหลุบปึ้ง ต.หนองสูงใต้ อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร? ก็ได้ก่อกำเนิดขึ้นมาตามแนวคิดที่กล่าวมาข้างต้น
นายทองใบ ผ่องแผ้ว ประธานเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนครบวงจรบ้านหลุบปึ้ง เล่าว่า เครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนครบวงจรนี้จัดตั้งขึ้นมาเมื่อ ปี 2541 โดยมีสมาชิกใน 5 หมู่ บ้านรวม 125 คน และจัดตั้งเครือข่ายขึ้นในนาม ?เครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนครบวงจรบ้านหลุบปึ้ง? มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเกษตรกรให้รวมกลุ่มกัน เพื่อให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและมีพลังในการต่อรองมากขึ้น ส่งเสริมฟื้นฟูพัฒนาอาชีพและภูมิปัญญาเก่าแก่ขึ้นมาโดยใช้สิ่งของที่มีอยู่ตามธรรมชาติแทนการใช้ปุ๋ยเคมี โดยนำมูลสัตว์มาใช้แทนการใช้ปุ๋ยเคมีจะได้ไม่เป็นพิษต่อดิน ลดต้นทุนการผลิต ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน และสามารถพึ่งพาตนเองได้
? การใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ดินแข็งกระด้าง เป็นด่าง มีคุณภาพต่ำ และปุ๋ยเคมีก็มีราคาสูงมาก ยิ่งทำก็ยิ่งจนและเป็นหนี้ จึงหันมาใช้ภูมิปัญญาแบบดั้งเดิม เพราะพิจารณาแล้วว่าเป็นแนวทางที่ดีและถูกต้องแล้ว" นายทองใบกล่าว
สำหรับกิจกรรมที่เครือข่ายดำเนินการอยู่ ก็คือ กิจกรรมการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ โดยทางเครือข่ายจะเน้นที่กิจกรรมนี้มากเป็นพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร เนื่องจากต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเคมีสูง และทำให้สภาพดินในไร่นาเสื่อมโทรม พืชผลไม่ได้ผลดี จึงหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อปรับปรุงดินให้ดีขึ้น กิจกรรมต่อมา คือ ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ โดยในกลุ่มจะมีการเลี้ยงวัวพื้นเมือง เลี้ยงปลา มีกลุ่มละ 4-9 คน ทำการเกษตรแบบครบวงจร และกิจกรรมการปลูกพืชและสมุนไพร โดยสนับสนุนให้สมาชิกปลูกพืชและสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่น มะขามหวาน หวาย มะม่วง ขนุน และสมุนไพรต่างๆ เป็นต้น
โดยกิจกรรมทั้งหมดเหล่านี้ทางเครือข่ายร่วมกันทำเพื่อใช้เอง กินเอง เพื่อให้พึ่งพาตนเองได้ไม่ใช่คอยแต่พึ่งพาคนอื่น โดยใช้จิตวิทยาในการระดมคนมารวมกลุ่มกัน
นายอำคา อินทร์ผิว รองประธานเครือข่ายฯ กล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นลักษณะก้าวไปเรื่อยๆ ช้าๆ เขาเรียกว่ากระแสมันแรงในเรื่องการใช้ปุ๋ยเคมี ยาปรับศัตรูพืช แต่เราก็ทวนกระแส และเราก็ได้รับการประชาสัมพันธ์เป็นอย่างดี และได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านและชาวบ้านก็ให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น ทำให้รู้สึกว่าดีขึ้น ผลผลิตเพิ่มขึ้นชัดเจน ไม่ใช่เฉพาะแต่ข้าวอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นผัก ก็ทำให้ได้ผลผลิตดีมากขึ้น และขายได้ง่าย เพราะผลผลิตปลอดสารพิษ ตัวอย่างที่ผมใช้ คือใช้กับต้นมะขาม และหวาย จากแต่ก่อนได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร พอเราหันมาใช้ ก็ทำให้ผลิตเพิ่มมากขึ้นอย่างที่เราไม่คาดคิด ซึ่งมะขามให้ผลมาก สำหรับหวาย ก็มีต้นสีเขียว ทำให้มีกินมีใช้ตลอดปี ทำให้รายได้ดีขึ้น ด้านสุขภาพนั้น ปัจจุบัน เราไม่ได้วิตกกังวลเรื่องของสารเคมีอีกเลย เรารู้สึกสบายใจมาก ซึ่งแต่ก่อนเราก็ต้องแต่งกายให้มิดชิดเพื่อป้องกันสารพิษจากการฉีดยา บางคนก็บอกว่าไม่ต้องใส่ เพราะไม่มีอะไรหรอก ผลที่ได้รับมันเห็นทันตาก็มี เราจะต้องรักษาภูมิปัญญาชาวบ้านไว้ คือว่าถ้าเราพิสูจน์หรือดูแล มันก็เกิดประโยชน์ต่อเราโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ต่างๆ ก็ตาม รู้สึกว่าใช้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของเราดีกว่า
? โครงการนี้เน้นสิ่งแวดล้อม เราต้องการชี้ให้ทุกคนเห็นถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมี สิ่งที่เราทำนี้ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เราให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของคน และท้องถิ่นของเราจะต้องไม่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีอีกผมมั่นใจ 100% เลยว่าสิ่งที่เราทำมานั้นถูกต้อง เราเดินมาถูกทางแน่นอน แต่ก็มีปัญหาว่าเราจะเลือกทำหรือไม่ ถ้าเราเลือกทำ ก็มั่นใจได้เลยว่า มันสามารถแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่งแน่นอน ? นายอำคากล่าว
แม้ว่าหนทางข้างหน้ายังเหลืออีกยาวไกลกว่าจะเดินทางไปถึงเป้าหมาย แต่เกษตรกรกลุ่มนี้ก็มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่มั่นคง ไม่ย่อท้อ และพร้อมที่จะก้าวเดินและฟันฝ่าไปด้วยจิตใจอันแข็งแกร่ง โดยคิกหวังเอาไว้ว่า สักวันหนึ่งท้องถิ่นของตนเองจะต้องปราศจากสารเคมีอย่างสิ้นเชิง และทุกอย่างจะต้องกลับมามีความอุดมสมบูรณ์เช่นดังในอดีตอีกครั้ง





