playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

สวนมะม่วงกว่า 1,500 ไร่ ถูกตบแต่งอย่างเป็นระเบียบ ปากทางเข้าสวนมีป้ายขนาดใหญ่บอกให้รู้ว่าเป็น ? สวนลุงเที่ยง ? ภายในสวนมีโรงเรือนขนาดใหญ่ รถไถ กระสอบปุ๋ยทั้งเคมีและชีวภาพ

ลุงเที่ยง สุขนิยม เจ้า ของสวนเล่าว่า 20 กว่าปีก่อน มะม่วงราคาดี คนเลยแห่มาปลูกมะม่วงกันมาก ลุงเองก็ทุ่มไปสุดตัว มาในระยะหลังคนแห่มาปลูกกันมากเกินไปจนมะม่วงล้นตลาด ราคาตกเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง 10 บาท ในขณะที่ต้นทุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ

" ลุงพยายามปรับวิถีการผลิต หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ทำขึ้นเองเพื่อลดต้นทุนการผลิต แต่หากปีไหนราคาตกมากๆ ก็ต้องใช้เคมีมากขึ้น ทั้งปุ๋ยและสารเร่งผลยิ่งทำให้ต้นทุนสูงมากขึ้น ตอนนี้ก็หาข้อสรุปหรือหาทางออกไม่ได้ว่าทางรอดมันอยู่ที่ไหน ทุกคนที่มาดูงาน ลุงบอกได้เลยว่ามาดูตัวอย่างที่ไม่ดีจากลุง แล้วนำไปเป็นบทเรียนว่าการทำเกษตรใหญ่ๆ ปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ราคาไม่แน่นอนมันดีหรือไม่ ? ลุงเที่ยง แนะ

ทุกวันนี้รู้ทั้งรู้ว่าสารเคมีมันไม่ดี แต่พอเราทำเป็นการค้าก็ยากที่จะหันไปใช้ปุ๋ยชีวภาพได้อย่างสมบูรณ์

จากสวนลุงเที่ยง เราเดินทางไปยังสวน คุณสมทรง อุดมทรัพย์ หรือพี่เม้า เกษตรกรคนเก่งแห่งเครือข่ายภูมิปัญญาพัฒนาเกาะจันทร์ สวนพี่เม้าตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลเกาะจันทร์ กิ่งอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี บนเนื้อที่ 50 ไร่ ซึ่งพี่เม้าเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ก็ปลูกมันสำปะหลังบ้าง ปลูกอ้อยบ้าง ซึ่งต้นทุนสูงเพราะใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมาก อีกทั้งราคาไม่แน่นอนทำให้ขาดทุน ก็เลยหันมาปลูกพืชหลายๆ อย่าง แรกๆ ก็ปลูกมะม่วงก่อน จากนั้นก็ขยายไปปลูกขนุน ชมพู ฝรั่ง ปลูกผักสวนครัว หอม พริก และอีกหลายอย่างแซมระหว่างไม้ผล

 

ช่วงที่เข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายภูมิปัญญาพัฒนาเกาะจันทร์ ซึ่งเป็นองค์กรของชาวบ้านเอง เขาก็ส่งเสริมให้ทำปุ๋ยชีวภาพ แทนปุ๋ยเคมีทำให้ลดต้นทุนได้มาก เพราะวัสดุที่ทำก็เป็นเศษพืชเศษผักในสวนนั่นเอง

?อย่างต้นขนุน และไม้ผลทุกอย่างใช้ปุ๋ยชีวภาพใส่รอบๆโคนต้น หนึ่งกระสอบผลจะดกอย่างไม่น่าเชื่อ? พี่เม้าเล่าอย่างภูมิใจ

พี่เม้าเล่าถึงรายได้ให้ฟังว่า พอหันมาปลูกพืชหลายอย่างและขุดบ่อเลี้ยงปลา เราก็ไม่ต้องซื้อข้าวปลาอาหารและยังมีรายได้ทั้งปี คือเดือนมกราคม ? เมษายน มะม่วงจะให้ผลทำรายได้ปีละประมาณ 200,000 บาท ขนุนเก็บขายได้ตลอดปี พริก ผักคะน้า หอม ก็ให้ผลหน้าฝน รวมๆ แล้วปีละหลายหมื่นบาท ส่วนฝรั่งกับชมพูที่เพิ่งปลูกอีกไม่นานก็ให้ผล ซึ่งคาดว่าถ้าทุกอย่างให้ผลเต็มที่จะมีรายได้ปีละ 300,000 ? 400,000 บาท ในขณะที่ต้นทุนต่ำ มีก็แต่ค่าปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งต้องซื้อปีละประมาณ 3 ตันๆ 2,000 บาท ทั้งนี้เพราะยังทำเองได้ไม่เพียงพอ

?หันมาทำเกษตรอินทรีย์ เต็มรูปแบบได้ 2 ปีแล้ว ทำให้ลืมตาอ้าปากได้ ตื่นเช้าขึ้นมาก็มองเห็นผลขนุนดกเต็มต้น คิดแล้วก็มีความสุข ? พี่เม้าบอก

มองไปรอบๆ สวนพี่เม้าหรือแม้ตามเส้นทางที่เดินทางมา พบว่าสวนของพี่เม้าถูกห้อมล้อมด้วยสวนเกษตรเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ ทั้งมันสำปะหลัง สวนป่ายูคาลิปตัส ที่ยังคงหลับไหลจมปลักอยู่กับการทำเกษตรเชิงการค้า ทำลายธรรมชาติและระบบนิเวศน์

การลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองของพี่เม้าท่ามกลางภาวะเช่นนี้ จึงนับเป็นความกล้าหาญยิ่งนักของเกษตรกรเมืองชลบุรี ที่มิได้เต็มไปด้วยกลิ่นอบอวลของเกษตรอินทรีย์อย่างภาคอื่น ๆ ของประเทศนี้

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter