
สังคมไทย เป็นสังคมที่มีธรรมเนียมเคารพผู้อาวุโส ในฐานะเป็นผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน มีประสบการณ์ชีวิต และสั่งสมภูมิปัญญาจากอดีตสู่ปัจจุบัน ผู้สูงอายุจึงได้รับการยกย่องให้เป็นสถาบันหนึ่งในสังคมมาตั้งแต่อดีต
ปัจจุบัน สังคมที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้สูงอายุกลายเป็นภาระของสังคม แต่หากสังคมให้โอกาส พลังเงียบที่ผู้สูงอายุมีอยู่ ก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมได้ เหมือนกับองค์กรผู้สูงอายุจังหวัดอ่างทอง ที่ประสบความสำเร็จในการนำเอาที่ดินสาธารณะมาจัดสร้างเป็นสวนสมุนไพรและเป็น ศูนย์รวมผู้สูงอายุแบบครบวงจร
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2544 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 1 ล้านบาทให้กับองค์กรผู้สูงอายุจังหวัดอ่างทอง เพื่อดำเนินโครงการสวัสดิการผู้สูงอายุในจังหวัด ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา องค์กรผู้สูงอายุจังหวัดอ่างทองได้ดำเนินกิจกรรมไปแล้วหลายอย่าง โดยกิจกรรมที่โดดเด่นที่สุด ก็คือ การจัดสร้าง ?สวนสมุนไพรผู้สูงอายุ? ขึ้น ที่อำเภอโพธิ์ทอง
ลุงสุทัศน์ อยู่นาน รองประธานเครือข่ายผู้สูงอายุจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า แนวคิดในการสร้างสวนสมุนไพรนั้น เกิดขึ้นมาจากการมองเห็นว่าในจังหวัดอ่างทองมีที่ดินสาธารณะหลายแห่งถูกทิ้ง ให้รกร้างว่างเปล่า โดยไม่มีการใช้ประโยชน์อะไรเลย ทางเครือข่ายผู้สูงอายุอ่างทองก็เลยปรึกษากันว่าน่าจะมีการนำเอาที่ดิน สาธารณะต่างๆ มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ และคิดว่าการจัดตั้งสวนสมุนไพรผู้สูงอายุขึ้นมา น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด จึงได้ไปเจรจาของเช่าพื้นที่สาธารณะ ขนาด 3 ไร่ จาก อบต.บางพลับ อ.โพธิ์ทอง ในอัตราค่าเช่าปีละ 3,000 บาท จากนั้นก็ได้ปรับพื้นที่ใหม่ มีการสร้างโรงเรือนสำหรับปลูกสมุนไพรขึ้น ทำถนนภายในสวน ต่อมาได้นำสมุนไพรในท้องถิ่นและจากที่อื่นๆ กว่า 200 ชนิดมาปลูกไว้ และมีการเขียนป้ายบอกชื่อสมุนไพรชนิดต่างๆ พร้อมทั้งสรรพคุณเอาไว้ด้วย ซึ่งสมุนไพรที่ปลูกไปแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโต อีกไม่นานก็จะสามารถให้ผลผลิตตอบแทนได้อย่างเต็มที่
สวน สมุนไพรแห่งนี้จะเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรของชุมชน เป็นศูนย์รวมของผู้สูงอายุทั้งจังหวัด แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชุมชน ศูนย์ขยายพันธุ์สมุนไพร และศูนย์แปรรูปสมุนไพรในอนาคต เพื่อนำผลกำไรมาจัดเป็นกองทุนสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุต่อไป
หากโครงการจัดสร้างสวนสมุนไพรประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทางคณะกรรมการก็จะจัดทำโครงการเกี่ยวกับสมุนไพรอื่นๆ ตามมา เช่น การขยายพันธุ์แจกและจำหน่าย แปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร และทำโรงอบและโรงนวดสมุนไพรขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกมีรายได้เสริม ตลอดจนเป็นศูนย์ถ่ายทอดภูมิปัญญาเกี่ยวกับสมุนไพรให้กับลูกหลาน
?การดำเนินงานที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จด้วยดี ทำให้คณะทำงานมีกำลังใจมากขึ้นโดยในอนาคต เครือข่ายผู้สูงอายุจังหวัดอ่างทองจะผลักดันให้มีการนำเอาที่สาธารณะมาใช้ ประโยชน์ให้มากขึ้น จะมีการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรขึ้นบริเวณด้านหลังสวนสมุนไพร แห่งนี้ จะจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่ยากไร้ จัดกิจกรรมอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย และขยายเครือข่ายให้มีสมาชิกมากขึ้น จะได้ดูแลผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง? ลุงสุทัศน์ กล่าว
ทั้งนี้ การผลักดันให้มีการนำเอาพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ถูกทิ้งให้รกร้างมาบริหาร จัดการให้เกิดประโยชน์ขึ้นโดยเครือข่ายผู้สูงอายุอ่างทองนั้น นับว่าเป็นมิติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งได้จุดประกายให้เครือข่ายผู้สูงอายุอีกหลายจังหวัดนำเอาแนวคิดนี้ไปปรับ ใช้ในจังหวัดของตนเอง
และนี่ก็คือ....พลังของผู้สูงอายุ ที่ใช้ภูมิปัญญาที่มีอยู่ไปสร้างสรรค์ชุมชน ทำให้ผู้สูงอายุอ่างทองในวันนี้มิใช่ผู้โดดเดี่ยวและแปลกแยกในสังคม ลูกหลานอีกต่อไป





