31 มกราคม 2549
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2549 ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ครั้งที่ 1/2549 ณ ห้องประชุมชั้น 6 พอช. โดยมีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานอนุกรรมการฯ และประธานที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เป็นประธาน ที่ประชุมได้รับทราบถึงความสำคัญของการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นภารกิจของ พอช. ที่ระบุไว้ใน พรฎ.จัดตั้งสถาบันฯ มาตรา 8 (4) ที่กำหนดให้สถาบันรับรองสถานภาพการเป็นองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากกิจการที่อยู่ในอำนาจของสถาบัน ซึ่งการดำเนินงานด้านการรับรองสถานภาพ 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีการทำในลักษณะพื้นที่นำร่อง 14 จังหวัด โดยเน้นให้การรับรองสถานภาพเป็นเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาคุณภาพไปสู่ความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน
นายกฤษฎา อุทยานัน อนุกรรมการให้ข้อคิดเห็นว่า การดำเนินงานด้านการรับรองสถานภาพ 5 ปีที่ผ่านมา คืบหน้าไม่มากนัก เพราะมีการทำงานการรับรองความมีตัวตนกับการรับรองคุณภาพควบคู่กันไป ซึ่งภารกิจของสถาบันตามมาตรา 8 ให้รับรองการมีตัวตนขององค์กรชุมชน ดังนั้น ในขั้นต้นเราควรทำงานเรื่องการรับรองการมีตัวตนก่อน แล้วค่อยนำไปสู่การรับรองด้านคุณภาพ
ด้านนายเสมือน หงษ์โต อนุกรรมการที่เป็นผู้แทนชาวบ้าน ตั้งข้อสังเกตุว่า การรับรองการมีตัวตนควรเน้นความต่อเนื่องยั่งยืน เพราะในข้อเท็จจริงมีบางองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพียงเพื่อรอรับงบประมาณจากหน่วยงานต่าง ๆ เท่านั้น
นอกจากนี้ในที่ประชุมได้มีการเรียนรู้ประสบการณ์งานรับรองสถานภาพของจังหวัดตราด และมุกดาหาร ที่ทำนำร่องในช่วงปี 2548 ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อน่าสนใจหลายประการ คือ ประเด็นที่ชาวบ้านกำหนดคุณลักษณะของความเป็นองค์กรกันเอง โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ในท้องถิ่นเข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วย โดยจะใช้การรับรองกันเองในระดับพื้นที่
จากนั้นที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน จะเน้นรับรองการมีตัวตนขององค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ในลักษณะที่เป็นการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้การทำงานระดับพื้นที่ที่มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ฝ่าย เข้ามาร่วมกันทำงาน คือ ชุมชน หน่วยงานในท้องถิ่น และส่วนราชการในภูมิภาค ส่วนการทำงานของเครือข่ายองค์กรชุมชนในปัจจุบันที่มีลักษณะเป็นประเด็นนั้น ก็เป็นการทำงานในเชิงคุณภาพ ซึ่งทำให้ปกติอยู่แล้ว ก็จะเป็นการเสริมบทบาทซึ่งกันและกันได้ ซึ่งหากมีการรับรองความมีตัวตนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็จะทำให้มีฐานข้อมูลที่แน่นอน และจะต้องมีการทำให้เป็นปัจจุบันทุกระยะ ซึ่งจะเป็นบันใดก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การรับรองด้านคุณภาพในอนาคต




