เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรชุมชนรอบพื้นที่ๆกำลังจะประกาศเป็นอุทยานน้ำตกซีโบ ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) อุทยานน้ำตกซีโป และอำเภอระแงะ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินทำกินรอบพื้นที่ๆกำลังจะประกาศเป็นอุทยานน้ำตกซีโป ณ ห้องประชุมศาลาประชาคม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้นำชุมชนพร้อมหน่วยงานเข้าร่วมประมาณ 300 คน
นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ พอช. กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เป็นงานสำคัญประการหนึ่งที่ พอช.ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่ผ่านมาได้สนับสนุนการทำงานในพื้นที่นำร่องกรณีประกาศอุทยานแห่งชาติ บูโด – สุไหงปาดี ทับที่ทำกินของราษฎร ในพื้นที่ ๕ ตำบล ของอ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งครม.เห็นชอบแนวทางในการแก้ปัญหาที่ดิน สาระสำคัญคือเห็นชอบแนวทางการตัดโค่นต้นยางพาราที่หมดอายุเพื่อปลูกใหม่ทดแทน ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 4 เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องเอกสาสิทธิ์ของราษฎรผู้เดือดร้อนในอำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาสประมาณ 2,000 ราย ซึ่งได้จัดทำข้อมูลและตรวจสอบร่วมกันของทุกฝ่ายมาแล้ว มาแล้ว สำหรับการดำเนินงานในรอบพื้นที่ๆกำลังจะประกาศอุทยานน้ำตกซีโป ชุมชนต้องการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยใช้ประสบการณ์และบทเรียนจากพื้นที่นำร่องในอำเภอบาเจาะ เป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงาน คือชุมชนเป็นตัวตั้งในการแก้ปัญหาร่วมกับอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายซามูดิง หะยีบือราเฮง หัวหน้าอุทยานน้ำตกซีโป กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป กำลังดำเนินการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่จ.นราธิวาส ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นป่า โครงการไม้กระยาเลย ป่าฝั่งขวาแม่น้ำสายบุรี ซึ่งกรมป่าไม้ได้อนุญาต ให้สัมปทานทำไม้กระยาเลย เมื่อปี พ.ศ. 2515 ต่อมารัฐบาลมีนโยบายปิดป่าสัมปทานเมื่อปี 2532 จึงทำให้สภาพป่ายังคงมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด
ต่อมาได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพป่า การถือครองที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน เนื้อที่โครงการไม้กระยาเลย บนพื้นที่ 180,518ไร่ ซึ่งอุทยานต้องการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 บนเนื้อที่ประมาณ 62,000 ไร่เท่านั้น โดยให้ใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ซึ่งมีการเสนอผ่านที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแล้ว ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป
นายโสภณ ทศภรเดช เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 7 หัวหน้าสำนักงานที่ดิน อำเภอระแงะ กล่าวว่า กรมที่ดินจะดำเนินการออกเอกสารสิทธิที่ดินนอกเขตป่า เมื่อหน่วยงานที่ดูแลป่าชี้แนวเขตชัดเจนและกันแนวเขตพื้นที่ออกจากป่า และเป็นที่รับรู้ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับประชาชน อย่างเช่นการทำงานของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ 5 ตำบล อำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งครม.ได้เห็นชอบในแนวทางการแก้ไขปัญหามาแล้ว
ด้านนายนาวี มาแจมานิ ผู้นำชุมชนบ้านอูลู กล่าวว่า ชาวบ้านมีความเดือดร้อนมากเกี่ยวกับการไม่มีเอกสารสิทธิที่ดิน ส่วนใหญ่อาศัยและทำกินมา 2-3 ช่วงอายุคน ประมาณ 200-300 ปี โดยมีหลักฐานการทำกินเช่นต้นลองกอง ที่หมู่บ้านซีโป อายุประมาณ 200 ปี เมื่อปี 2541 ทางชมรมกำนันผู้ใหญ่ตำบลกาลิซา มีหนังสือร้องเรียนถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ตำแหน่งประธานรัฐสภาในขณะนั้น ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มาติดตามความคืบหน้าในพื้นที่ระยะหนึ่งแล้วเรื่องก็เงียบไป การมาวันนี้ดีใจที่ชาวบ้านรอบพื้นที่อุทยานและหน่วยงานต่างๆ มาประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่เดือดร้อน
อนึ่ง พื้นที่ๆกำลังจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ครอบคลุมพื้นที่ ๔ อำเภอในจังหวัดนราธิวาส คืออ.ระแงะ อ.จะแนะ อ.รือเสาะ และอ.ศรีสาคร สภาพป่าตอนบนตลอดแนวเทือกเขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดปี ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ หลุมพอ ยาง ตะเคียนทอง เป็นต้น เนื่องจากพื้นที่เป็นป่าดงดิบชื้นมีฝนตกตลอดปี จึงมีสัตว์ป่าชนิดต่างๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ลิง ค่าง เก้ง กระจง กวางป่า เม่น นางอาย ชะมด พญากระรอก นกเงือก นกขุนทอง เหยี่ยว นกดุเหว่าผา ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสัตว์น้ำต่างๆ จุดเด่นที่น่าสนใจ คือมีน้ำตกไอร์ซือดอ น้ำตกยากาบองอ ยอดเขาสูงสุดของพื้นที่อุทยานแห่งชาติคือ “ยอดเขาแมะแต”
ในด้านชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินในพื้นที่ ๔ อำเภอข้างต้นครอบคลุม 8 ตำบล 36 หมู่บ้าน ผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 4,000 ครัวเรือน 15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นความเดือดร้อนเรื่องทำมาหากินที่ไม่สามารถตัดเปลี่ยนต้นยางและขอรับเงินกองทุนสงเคราะห์สวนยางไม่ได้
รุสดี ยาเซ็ง





