playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

      เวทีชาวบ้าน  “แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ” เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่รีสอร์ทชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูก ตำบลปากน้ำ ที่สตูล มีชาวบ้านและหน่วยงานในท้องถิ่นร่วมเวทีกว่า ๒๐๐ คน อาทิ ผู้นำชุมชนจาก ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล สงขลา ผู้ว่าและรองผู้ว่าจ.สตูล นายกอบต.ปากน้ำ ผู้จัดการสำนักงานปฎิบ้ติการภาคใต้ พอช. มีประพจน์ ภู่ทองคำ เป็นพิธีดำเนินรายการ

 

     งานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนเป็นแกนหลักในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้  (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ยะลา สงขลา สตูล)   เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่ได้รับงบจากรัฐบาลภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  ปีงบประมาณ  ๒๕๕๓-๒๕๕๔ วงเงิน   ๑๘๒๒.๒ ล้านบาท    มีเป้าหมายในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนยากจนในพื้นที่  ๑๒๒๐   หมู่บ้าน ผู้รับประโยชน์  ๓๗,๖๓๐ ครัวเรือน  แก้ปัญหาที่ดินใน  ๔๐ พื้นที่   ๑๔๒ ชุมชน 

      ในงานมีโปสเตอร์แผ่นใหญ่  “ สันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นได้  เมื่อให้โอกาสชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง”  ผลของการดำเนินโครงการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนเป็นแกนหลักในพื้นที่ ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้   ได้ถูกถ่ายทอดผ่านผู้เข้าร่วมรายการเวทีชาวบ้าน ในแง่มุมต่างๆ ดังนี้

สร้างซ่อมบ้านให้คนจนที่ยากลำบากที่สุดในชุมชน
     นายดอเลาะห์อาลี    สาแม   ผู้นำชุมชนจ.ยะลา ระบุว่า ขั้นตอนการทำงานที่สำคัญที่สุดของเราคือ  การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ยากลำบากที่สุดก่อน     เช่นครอบครัวที่ไม่มีบ้าน  ครอบครัวขยาย   หรือครอบครัวที่อาศัยอยู่กับคนอื่นๆบ้านบางหลังมี  ๕  ครอบครัว สมาชิก  ๑๙  คน  อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน    สมาชิกในบ้านได้อยู่พร้อมกันเฉพาะเวลาทานข้าว  หลังจากนั้นต้องแยกย้ายไปนอนที่อื่น

     นายรัฐการ ลัดเลีย นายกอบต.ปากน้ำ  ให้ข้อมูลว่า  เราทำงานโดยใช้ข้อมูล ทั้งข้อมูลของเครือข่ายองค์กรชุมชน  ของอบต.  ข้อมูลบัญชีการจ่ายซะกาด ของมัสยิด    และผ่านการตรวจสอบของของคณะทำงานระดับหมู่บ้าน ตำบล  และจังหวัด  ในด้านพื้นที่ตำบลท่าหิน  อ.สะทิงพระ  จ.สงขลา นางอรวรรณ  จิตภักดี  ซึ่งเป็นผู้เดือดร้อนที่ได้รับการช่วยเหลือเล่าว่า   การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ตำบลท่าหิน     ได้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ รับสมัครผู้เดือดร้อน  เมื่อได้รายชื่อผู้เดือดร้อนแล้ว มีการทำเวทีประชาคมหมู่บ้านจัดลำดับผู้เดือดร้อน  เช่นคนที่มีฐานะยากจนมาก คนพิการ หญิงหม้าย  จะเป็นคนที่อยู่ในลำดับแรกๆที่ได้รับการช่วยเหลือก่อน   ในการก่อสร้างมีการช่วยกัน  ไม่ใช้ผู้รับเหมา   สำหรับตัวเธอเองบ้านเดิมอยู่ในพื้นที่ลุ่มฝนตกมาห่าเดียวน้ำก็ท่วมแล้ว   บ้านหลังใหม่ของเธอจึงยกพื้นสูงมีความปลอดภัยจากภาวะน้ำท่วมขัง

     นายเจ๊ะปอ สะแม  ผู้นำจากจ.ปัตตานี  ระบุว่า  ในพื้นที่จ.ปัตตานี ชาวประมงพื้นบ้านส่วนใหญ่จะขาดความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัย   ในตำบลบางตะวา อ.หนองจิก     เฉพาะบ้านบางตะวามีชาวบ้าน ๕๗  ครัวเรือน   ไม่มีบ้านของตนเองใช้มัสยิดและอาศัยบ้านคนอื่นเป็นที่อยู่อาศัย   ทำให้เราได้ช่วยเหลือคนที่เขาเดือดร้อนมากๆ 

๑ ใน ๒๗  เมนูไทยเข้มแข็งห้าจังหวัดที่คืนทุนเพราะคิดถึงคนรอในรอบถัดไป
      คณะทำงานโครงการในหลายพื้นที่ระบุว่า  ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลืองบประมาณเพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งมีทั้งบ้านที่สร้างใหม่ทั้งหลัง(วงเงินไม่เกิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท/หลัง)  และบ้านที่ซ่อมสร้าง  (วงเงินไม่เกิน  ๕๐,๐๐๐  บาท/หลัง )   ต่างยอมรับกติกาในเรื่องการคืนทุนเพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนในรอบถัดไป  แม้ว่าเงินที่ได้มาเป็นเงินที่รัฐบาลให้เปล่า   แต่ชาวบ้านผู้เดือดร้อนยินดีคืนเงินเข้ากองทุนของชุมชนในระดับตำบล    ซึ่งมีทั้งคืน 100 % และส่วนใหญ่คืน  ๕๐%  ของงบประมาณที่ได้รับ

    นางพาสนา ศรีศรัทธา  ผู้นำชุมชน จ.นราธิวาส ระบุว่า  ในหลายตำบลในจ.นราธิวาส มีการตกลงคืนทุนวันละ ๑๑ บาท  คือ ๑ บาทเพื่อเป็นเงิน สวัสดิการ  อีก ๑๐ บาท คืนเพื่อเป็นกองทุนที่อยู่อาศัย  ที่ตำบลตันหยงลิมอร์  อ.ระแงะ ชาวบ้านคืนมาแล้ว  ๑๕๐,๐๐๐ บาท  สร้างบ้านให้กับผู้เดือดร้อนรอบสองแล้ว  ๕  หลัง  ในเรื่องการคืนทุนนี้ นายสะมะแอ เจ๊ะมูดอ  คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า  แม้ในหลายพื้นที่มีกติการในเรื่องการคืนทุน   แต่คณะอนุกรรมการฯ  ได้มีนโยบายว่า การคินทุนต้องไม่ทำให้คนจนซึ่งลำบากอยู่แล้ว ต้องลำบากมากกว่าเดิม   และอย่าให้คนจนต้องรับภาระหนี้ถึงโลกหน้า  รวมทั้งในช่วงที่ชาวบ้านประกอบอาชีพไม่ได้ก็ให้ผ่อนผันไม่ต้องชำระคืนทุนในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

     การคืนทุน  จึงไม่ได้จำกัดว่าต้องคืนเป็นเงินอย่างเดียว   สมาชิกบางราย  ได้คืนทุนด้วยความดีและแรงงาน  เช่นบางพื้นที่ คืนทุนด้วยการสอนอัลกุรอ่าน    ช่วยทำความสะอาดวัด  หรือมัสยิด   ในรายที่มีฝีมือในการซ่อมสร้างก็จะคืนทุนในรูปแบบของการช่วยเหลือซ่อมสร้างบ้านของสมาชิกเป็นต้น

     ณ ปัจจุบัน  มีการคืนทุนแล้วเป็นเงินมากว่ากว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท    ในพื้นที่ทั้งห้าจังหวัด  นายสายัณฑ์  ศรีน้อย  กล่าวว่า  ตอนคัดเลือกผู้เดือดร้อน  เราบอกสมาชิกว่าหากท่านเดือดร้อนจริง  ทุกครัวเรือนจะได้รับการช่วยเหลือ  แม้ว่ารัฐบาลจะให้เงินเรามาจำกัด  แต่ด้วยระบบการคืนทุนจะทำให้เกิดการช่วยเหลือคนที่ลำบากในรอบถัดไป ทำให้โครงการเกิดความยั่งยืน    และโครงการนี้เป็นหนึ่งใน  ๒๗  เมนูที่รัฐบาลให้เงินเปล่าในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการคืนทุน    และระบบการคืนทุนนี้ไม่ใช่แนวทางของพอช.หรือรัฐบาล เป็นผู้กำหนด   แต่เป็นแนวทางของชุมชนเพราะเราคิดถึงคนยากลำบากที่ยังรอ

จัดการตนเอง  ด้วยความรัก ความศรัทธาและดูแลกันในยามยาก
    นายเจ๊ะปะ  สะแม  เล่าว่า  บางครั้งในกระบวนการคัดเลือกพบว่ามีคนที่ยากลำบากเท่าๆกัน   ต้องใช้หลักศาสนาและเวทีประชาคมช่วย  หรือบางครั้งต้องใช้วิธีจับฉลาก   แต่ไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับคณะทำงาน  เพราะมีผู้เดือดร้อนที่ยอมเสียสละเพราะเห็นว่าคนอื่นลำบากกว่า  เจ๊ะปอ  เห็นว่า เราได้ทำและได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน  ถ้าทำอย่างนี้มาก่อนประเทศไทยก็คงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมานานแล้ว   โครงการนี้จึงเป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชน  สร้างสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน ช่วยซับน้ำตา    ช่วยสร้างรอยยิ้ม  ซึ่งหาได้ยากมาก  และวันนี้เราได้เห็นรอยยิ้มแล้วในระดับหนึ่ง   ดังเช่นที่นาย มูฮัมมะยูไว ดอเลาะ  รองประธานที่อยู่อาศัย ตำบลบ้านนอก อ. ปะนาเระ จ.ปัตตานี   ระบุว่า  ในพื้นที่ตำบลบ้านนอก จ.ปัตตานี มีพี่น้องไทยพุทธ-มุสลิม    หมู่บ้านไทยพุทธซึ่งชาวบ้านฐานะยากจนกว่า  น่าจะได้รับงบ   ๑.๓๕  ล้านของหมู่บ้าน   แต่เขายอมให้หมู่บ้านมุสลิมได้รับงบประมาณ   และที่ตำบลปะนาเระ  ได้รับงบประมาณวงเงิน  ๘  ล้านบาท  เพื่อการซ่อมสร้างบ้าน  ๓๐๓  หลัง    หรือที่ตำบลสะนอ  จ.ปัตตานี    มี การคืนทุน   ๑๐๐ %  ของคนที่ได้รับงบประมาณ  ทำให้ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนรอบสองอีก ๑๒๐  ครัวเรือน  

     นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างที่ตำบลสุวารี  อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส   ชาวบ้านได้ใช้เงินคืนทุนจำนวน ๗๐,๐๐๐ บาท   ช่วยสร้างบ้านผู้ประสบภัยไฟไหม้ได้ทันทีหลังเกิดเหตุไฟไหม้   

กระบวนการและกลไกการทำงานคือเส้นทางสำคัญไปสู่เป้าหมาย
 ผู้เข้าร่วมเวทีเห็นร่วมกันว่า บ้านคือสถาบันครอบครัว และการศึกษา แห่งแรก  เพราเป็นจุดเดียวที่รู้สึกมั่นคง ปลอดภัย ทั้งในยามทุกข์และสุข   คนที่ไม่บ้านจะคิดอะไรไม่ออก  การให้โอกาสเพื่อให้คนมีบ้าน  จึงเป็นการให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ในการหาเลี้ยงครอบครัว  ให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษา  ให้โอกาสคนในการทำความดีและสร้างสิ่งที่ดีๆให้กับตัวเอง และสังคม

    กลไกการทำงานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก    จึงมีคณะทำงานตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน  ตำบล จังหวัด  และอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้   ซึ่งมีองค์ประกอบของผู้นำชุมชน  ผู้นำศาสนา  ผู้แทนท้องถิ่นท้องที่  นักวิชาการ และหน่วยงานสนับสนุน    ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานในทุกขั้นตอน  ตั้งแต่การคัดเลือกผู้เดือดร้อน  และเวทีประชาคมในระดับพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน   การจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการสร้างบ้าน ที่มีทั้งคณะจัดหาวัสดุอุปกรณ์และคณะกรรมการตรวจรับ  ที่ไม่ได้แจกเงินเพื่อให้ต่างคนต่างซื้อ  แต่บริหารจัดการโดยกลุ่ม การใช้ช่างชุมชนแทนผู้รับเหมา   การทำงานในระดับพื้นที่มีสี่เสาหลัก  คือท้องถิ่น ท้องที่  ผู้นำศานา  ผู้นำชุมชน  หน่วยงานท้องถิ่น   เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกผู้เดือดร้อนและจัดลำดับความสำคัญของการช่วยเหลือ   เนื่องจากมีผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมาก 

     นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง  ผู้จัดการสำนักงาน ปฏิบัติการภาคใต้  พอช. กล่าวว่า การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย  ต้องทำคู่กับการแก้ปัญหาที่ดิน  เพราะในหลายพื้นที่มีชาวประมงพื้นบ้านซึ่งส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องที่ดิน  ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาร่วมกับนักวิชาการที่มีข้อมูล  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดหาที่ดินเพื่อแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว   ผลของโครงการนี้   สำหรับพี่น้องที่ยากจนทำให้เราได้ใจเขา  คนที่ลำบากที่สุดเขาได้รับการดูแล ไม่ถูกทอดทิ้ง    และพี่น้องมีความรู้สึกที่ดีต่อหน่วยงานและรัฐบาลมาก

     ด้านนายเหนือชาย  จีระอภิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังสตูล กล่าวว่า  ทางจังหวัดได้ให้ความร่วมมือกับโครงการนี้อย่างเต็มที่  แต่การทำงานในพื้นที่ขนาดใหญ่   ยังมีช่องว่างอยู่อีกมาก  เช่นการประชาสัมพันธ์โครงการในระยะแรก  ชาวบ้านส่วนหนึ่งไม่เชื่อว่าจะมีโครงการที่จะให้การช่วยเหลือเรื่องบ้านและที่ดินจริง     จึงไม่ได้ให้ความสนใจ     ส่งผลให้มีเรื่องร้องร้องเรียนในบางพื้นที่  และเราได้พยายามแก้ปัญหาโดยกระบวนการมีส่วนร่วม   เพื่อไม่ให้ผู้เดือดร้อนจริงๆตกหล่น  และเกิดความแตกแยกในพื้นที่

   ทั้งนี้โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนและท้องถิ่นเป็นแกนหลัก ในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)  เป็นหน่วยงานดำเนินโครงการ    ปัจจุบันมีการอนุมัติงบประมาณเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยแล้วในพื้นที่ ๑,๑๖๘  หมู่บ้าน  มีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์  ๓๖,๔๖๕  ครัวเรือน  มีบ้านที่ซ่อมสร้างแล้วเสร็จและอยู่ในระหว่างดำเนินการ  ๑๙,๐๘๕  หลัง  ทีเหลืออยู่ในขั้นเตรียมการเพื่อการก่อสร้าง   ในด้านงานแก้ปัญหาที่ดินมีการอนุมัติงบประมาณและดำเนินการแล้วใน ๒๐ พื้นที่

เขียนโดย   อุดมศรี  ศิริลักษณาพร       

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter