playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Sou8-301155การนำเสนอผลการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน  2555 ที่ผ่านมา ซึงจัดโดยคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและแก้ปัญหาที่ดินทำกินโดยชุมชนเป็นแกนหลัก พื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี มีรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ผู้แทนหน่วยงาน ผุ้แทนกอ.รมน.ภาคใต้ผู้แทนชุมชนจาก 5 จังหวัด ร่วมงานกว่า 300 คน นอกจากงานเชิงปริมาณในการสร้างซ่อมที่อยู่อาศัยกว่า 40,000 หลังแล้ว นักวิชาการระบุ เป็นการสร้างทุนทางสังคม ที่ต้องช่วยกันสร้างความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

 

ความเป็นมาของโครงการ

        พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง  ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช.  ได้กล่าวถึงการสนับสนุนงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนเป็นแกนหลัก  ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมSurin.p-301155และความมั่นคงของมนุษย์ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ -๒๕๕๕ วงเงิน 1,862.63ล้านบาท  เพื่อการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยให้กับครัวเรือนที่ยากจนเป้าหมาย 38,630 ครัวเรือน  และการแก้ปัญหาที่ดินทำกินใน ๔๓ พื้นที่ ในด้านกระบวนการทำงานพอช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการแก้ปํญหาที่อาศัยและที่ดินทำกินพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีองค์ประกอบของหน่วยงานหลักในพื้นที่ นักวิชาการ  ภาคประชาสังคม ผู้นำชุมชน ผู้บริหารพอช.  เป็นกลไกหลักในการบริหารโครงการ  พร้อมกลไกเชิงปฏิบัติการในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอและจังหวัด  ที่มีองค์ประกอบของหน่วยงาน ชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ รวมทั้งตัวแทนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้เดือดร้อนร่วมเป็นคณะทำงาน 

      โครงการนี้จึงเป็นงานที่ทุกฝ่ายมีภาคภูมิใจเป็นอย่างมากรวมทั้งตนเอง   และได้สะท้อนแนวคิดอย่างเป็นรูปธรรมของ พอช. ที่ว่า “ชุมชนเป็นแกนหลัก พื้นที่เป็นตัวตั้ง” คือยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จ ประชาชนต้องเป็นหลัก หน่วยงานต้องสนับสนุน หากประชาชนเพียงลำพังการทำงานจะยากมาก เปรียบส่วนราชการเสมือนเหล็กเส้นที่เป็นโครงมีหน้าที่สนับสนุนสร้างความมั่นคงให้กับภาคประชาชน 

      มีสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง คือการที่ชุมชนซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการ ได้ร่วมกำหนดกติกาให้มีการคืนทุนเป็นกองทุนของชุมชนเอง   ทั้งที่งบประมาณในโครงการนี้เป็นงบที่รัฐบาลให้เปล่า  แต่คนที่เดือดร้อนอยู่แล้ว ยังมีความเห็นใจและอยากช่วยเหลือเพื่อนที่เดือดร้อนด้วยกันอีกต่อไป

      ความสำเร็จของโครงการ จึงประกอบด้วยการสนับสนุนของหน่วยงานราชการ นักวิชาการ ทหาร ภาคประชาสังคม และชุมชนผู้เดือดร้อนซึ่งมีความเข้าใจและช่วยนำพาโครงการนี้จนเกิดความสำเร็จ   พลเอกสุรินทร์ กล่าว

ความคืบหน้าของโครงการ-สร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยแล้ว 46,861 ครัวเรือน

       นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรื่อง  ผู้จัดการสำนักงานภาคใต้ตอนล่าง  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวTeerapol-301155ถึงเป้าหมายและผลการดำเนินงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและการแก้ปัญหาที่ดินว่า  การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยมีเป้าหมายในการสร้างและซ่อมที่อยู่อาศัยให้กับครัวเรือนที่ยากจนในพื้นที่ 295 ตำบล  1,421 หมู่บ้าน จำนวน       38,630 ครัวเรือน ณ เดือนพฤศจิกายน 2555  ได้มีการสนับสนุนการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยแล้ว 46,861 หลังคาเรือน โดยมีบ้านที่สร้างซ่อมเสร็จแล้ว 41,817 หลังคาเรือน ในพืนที่ 286 ตำบล 1,380 หมู่บ้าน ภายใต้งบประมาณ 1,847.64 ล้านบาท ในด้านการแก้ปัญหาที่ดินมีเป้าหมาย ใน 43 ตำบล ผลการดำเนินงานมีการสนับสนุนการแก้ปัญหาที่ดินแล้วใน 44 ตำบล ครอบคลุม 275 ชุมชน มีสมาชิกเข้าร่วม  34,585 ครัวเรือน ภายใต้งบประมาณ 22.40 ล้านบาท

จากงานซ่อมสร้างบ้านสู่การสร้างความยั่งยืนของกองทุน

       ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมและข้อตกลงของชุมชน ที่มีความตระหนักร่วมกันว่ายังมีประชาชนในตำบลที่ยังเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกเพื่อการซ่อมสร้างในรอบแรก ทั้งข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและเรื่องที่ดินในการซ่อมสร้าง  จึงได้ตกลงร่วมกันว่าให้ผู้ที่ได้รับงบประมาณในรอบแรกมีการคืนทุนเข้ากองทุนของชุมชน ส่วนใหญ่ร้อยละ 50-100 ของงบที่ได้รับ มีการคืนเป็นรายเดือน โดยมีการยกเว้นครัวเรือนที่ยากลำบาก ในปัจจุบันมีการคืนทุนเข้ากองทุนแล้วในพื้นที่ 230 ตำบล เป็นเงิน 39.60 ล้านบาท ได้ใช้เงินนี้สร้างซ่อมที่อยู่อาศัยให้กับคนยากจนในตำบลแล้ว 413 หลังคาเรือน ซึ่งกองทุนนี้จะช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาของชุมชนในด้านอื่นๆด้วย

เสียงจากชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

        นายอารีย์ ติงหวัง  ผู้นำชุมชนตำบลละงู จ.สตูล กล่าวถึงผลกระทบของโครงการฯนี้ว่า ทำให้คนในชุมชนได้รู้จักมีความเข้าใจกันมากขึ้นรวมทั้งยกระดับระดับการพัฒนาของกลุ่มเครือข่ายในชุมชน  เช่นการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มรับซื้อน้ำยาง 3 กลุ่ม การบูรณาการงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคงและโครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน  การพัฒนาทีมงานและการบริหารจัดการเช่นมีทีมกลางที่ช่วยแก้ปัญหา   การส่งเสริมคนทำดีมีรางวัล  การใช้เงินของกองทุนชุมชน เพื่อวางแผนและแก้ปัญหาภัยพิบัติของตำบล และจัดซื้อเครื่องมือสือสาร (วิทยุแดง) เพื่อเตือนภัยพิบัติ นายอารีย์กล่าวว่า การปลูกจิตสำนึกเป็นเรื่องที่ยากกว่าการปลูกต้นไม้ แต่หากเราหวังการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ก็ต้องปลูกจิตสำนึกพร้อมๆกับกับการบริหารจัดการโครงการ  ในพื้นที่ตำบลละงูได้รับงบประมาณจำนวน 24.3 ล้านบาท เพื่อสร้างซ่อมบ้าน 556 หลังคาเรือน มีการคืนทุน 100 % เงินกองทุนนี้จะนำไปแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับครัวเรือนที่ยากลำบาก และงานพัฒนาสังคมด้านอื่นๆ รวมทั้งการช่วยแก้ปัญหาภัยพิบัติ

      นายอับดุลเลาะห์ วาแม  ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสะนอSouH1-301155 จ.ปัตตานีกล่าวว่า การทำงานในตำบล มีชมรมโต๊ะอิหม่ามเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนงานพัฒนาในตำบล งานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยได้รับงบ 5.4 ล้านบาท สำหรับ 124 ครัวเรือน ตกลงให้มีการคืนทุนทั้ง 100 % ของงบประมาณที่ได้รับ  โดยมีข้อมียกเว้นสำหรับคนที่ยากลำบาก กองทุนนี้นอกจากช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว จะช่วยแก้ปัญหาเด็กกำพร้า ผู้ด้อยโอกาส และผู้เดือดร้อนอื่นๆ เราเรียกว่ากองทุน บันดุลมาล โดยมีเงินคืนจากสมาชิกเดือนละ 50,000 บาท รวมเงินคืนทุนสะสม 531,750 บาท ภายใต้กองทุนบัยดุลมาลได้นำเงินนี้ช่วยซ่อมสร้างบ้านให้สมาชิกใหม่อีก 25 ครัวเรือน จัดสวัสดิการให้ชุมชน 124 ราย ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กพิการและกำพร้า 160 ราย และสาธารณะประโยชน์อื่นๆอีก 6 รายการ  โดยมีทิศทางในการพัฒนาแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยดังนี้ 1.จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ในระบบอิสลามและ 2.สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างบ้าน

      นายจรัญ  เรืองเจริญ ผู้นำชุมชนตำบลท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.สงขลา  กล่าวว่าในตำบลได้รับงบประมาณ 18.9 ล้านบาทเพื่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน มีผู้รับประโยชน์ 429 หลังคาเรือน    มีการคืนทุนจากสมาชิกเดือนละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท  สำหรับครัวเรือนที่ยากจนหรือพิการก็ไม่ต้องคืน  ปัจจุบันมีเงินคืนเข้ากองทุนแล้ว 850,000 บาท ใช้เงินที่คืนเพื่อซ่อมบ้านให้สมาชิกใหม่แล้ว 5 หลัง สร้างบ้านใหม่ให้ผู้พิการแบบให้เปล่า 1 หลัง เงินกองนี้ได้จัดสรรเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติ เป็นกองทุนจิตอาสา กองทุนการศึกษา เป็นต้น

      นายดุสิต สาวดี ผู้แทนชุมชนตำบลแว้ง จ.นราธิวาส กล่าวว่า ในตำบลได้รับงบประมาณเพื่อการSouH5-301155สร้างซ่อมบ้านสำหรับ 243 หลังคาเรือน  มีการบริหารจัดการให้ผู้ที่ได้รับงบประมาณมีการช่วยตนเองในเรื่องการขนทราย หาไม้ ทำให้บ้านที่สร้างใหม่บางหลังใช้งบเพียง 70,000-80,000 บาท ส่งผลให้มีการนำเงินที่เหลือช่วยซ่อมบ้านอื่นๆที่ไม่ได้งบประมาณอีก 36 หลัง เป็นการเปลี่ยนทัศนคติจากผู้รับเป็นผู้ให้ไปพร้อมๆกัน  บ้านของพวกเราที่ช่วยกันสร้าง จึงเป็นบ้านที่เราได้ทำบุญร่วมกัน เป็นบ้านที่ใช้เป็นสถานที่ละหมาดของพี่น้องมุสลิมและสถานที่กราบพระของพี่น้องไทยพุทธ  ปัจจุบันมีการคืนทุนจากสมาชิกที่ได้รับงบประมาณสะสมแล้ว 800,000 บาท โดยเฉลี่ยมีการคืนทุนเดือนละ 49,000 บาท เงินที่ได้คืนมาได้นำไปซื้อที่ดิน 2.5 ไร่  เพื่อสร้างบ้านให้กับครัวเรือนที่ยากจนและไม่ที่ดินจะสร้างบ้านจำนวน 10 ครอบครัวในเบื้องต้น  ใช้เงินนี้ซ่อมบ้านแล้ว 20 หลัง รวมทั้งมีเป้าหมายในการช่วยงานพัฒนาของชุมชนทั้งเรื่องศาสนา การกีฬา และการศึกษา  นายดุสิตกล่าวต่อว่า ทิศทางการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของตำบลแว้ง ไม่ได้ดูแค่คนในตำบลเท่านั้น แต่จะดูแลพี่น้องชายขอบที่อยู่อาศัยในเขตเชิงเขามาช่วยทำงานและแก้ปัญหาด้วย

     นางนิเดาะห์ อิแตแล  ผู้นำชุมชนตำบลบาโงยสิแน จ.ยะลา กล่าวว่าโอกาสของชุมชนที่จะได้รับความไว้วางใจและบริหารจัดการเงินหลักล้าน เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงต้องบริหารจัดการให้เกิดSouH4-301155ประโยชน์ให้มากที่สุด มีความเปิดเผยโปร่งใส ซึ่งในอดีตเราเคยว่าคนอื่นไว้เยอะ ที่ตำบลของเธอคนทำงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง การประสานความร่วมมือใช้หลักของความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นหลัก จึงได้รับความร่วมมือและไว้วางใจ   ในอนาคตอยากเห็นการสนับสนุนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในทุกหมู่บ้าน  ให้มีการบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในตำบลและแผนยุทธศาสตร์งานพัฒนาห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากให้ทุกหน่วยงานวางแผนร่วมกันพร้อมเวทีรับฟังความเห็นและข้อเสนอของภาคประชาชนในพื้นที่

ย้อนหลังมองผลการศึกษาวิจัยฯ ในปีแรกของการดำเนินโครงการ

          อ.สมบูรณ์  บัวหลวง  หัวหน้าคณะทำงานวิจัยฯ   ซึ่งได้ทำการวิจัยในปี 2553 ที่ได้เริ่มโครงการนี้ เพื่อประเมินผลลัพธ์และความสำเร็จตามหลักการและวัตถุประสงค์สำคัญ ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติการในพื้นที่ รวมทั้งการประเมินความเข้าใจและความพึงพอใจในการได้รับโครงการ    การวิจัยได้ทำกับกลุ่มเป้าหมาย 1,195 คนใน 5 จังหวัด หรือร้อยละ 20 ของกลุ่มเป้าหมาย   ด้วยวิธีการประชุมกลุ่มย่อย การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์การ การถอดบทเรียน  somboon-301155ผลการวิจัยที่สำคัญจากคะแนนเต็ม 5 ในด้านความพึงพอใจที่รัฐมีโครงการนี้ได้คะแนน 4.48   เห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ ต่อคนยากจนในชุมชนจริงๆได้คะแนน 4.30  ความภุมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการได้คะแนน  4.20  เป็นทุนทางสังคมที่ดียิ่งในอนาคตเมื่อเพื่อนบ้านเดือดร้อนและประสบทุกข์ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมแก้ปัญหาเท่าที่ตนจะทำได้ ได้คะแนน 4.32

   ส่วนในด้านการประเมินเชิงคุณภาพด้านบวก  เห็นว่าโครงการนี้มีแผนงานที่ดี มีประโยชน์ถูกต้องตามกระบวนการพัฒนาที่ใช้หลักกระบวนการประชาธิปไตย  ในด้านลบมีผู้ให้ความเห็นว่าไม่ควรมอบให้ประชาชนดำเนินการเอง เพราะยังไมมีศักยภาพที่เพียงพอและเป็นการดิสเครดิตของราชการและหน่วยงานรวมทั้งพอช.

  ในด้านข้อเสนอเพื่อการปรับเพิ่มเวลาที่สำคัญได้แก่ การเพิ่มเวลาในการสร้างกระบวนการทำงานกับภาคประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งยังอ่อนแอ  ให้มีความต่อเนื่องในการดำเนินโครงการ การมีกิจกรรมที่ต่อยอดโครงการนี้ และการนำเสนอเป็นนโยบายชาติ

  โดยอ.สมบุรณ์ ได้กล่าวสรุปสิ่งที่ท้าทายว่า กลไกการตรวจสอบของหน่วยงาน ไม่มีกระบวนใดที่จะมีผลมากเท่ากับกระบวนการพัฒนาศักยภาพการบริหารงานขององค์กรภาคประชาชนเอง  เพราะประชาชนคือผู้สร้างการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงและตรวจสอบกลไกต่างๆในท้องถิ่นด้วยตนเอง

 ยุทธศาสตร์การพัฒนาของศอ.บต.ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

    ด้านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนSouH2-301155ภาคใต้  นายวิเชียร จันทรโณทัย  รองเลขาธิการศอ.บต.ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์สำคัญในการทำงานในปี 2555-2557 ว่ามีทั้งหมด 9 ด้าน ได้แก่ 1.การบริหารและบูรณาการแผนงานและงบประมาณของทุกหน่วยงานทีทำงานในพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม 2.การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนระดับตำบล ซึ่งเป้าหมาย 287 ตำบลสนับสนุนงบประมาณตำบลละ 1 ล้านบาท 3.การสร้างพื้นที่เพื่อแสวงหาทางออกในการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้หารือกัน 4.การส่งเสริมการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม 5.การเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ การเยียวยาภายใต้งบประมาณ 2,000 ล้านบาทเป้าหมาย 10,000 คน 6.การสร้างความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจชุมชน 7.การส่งเสริมดูแลแรงงานในพื้นที่ๆไปทำงานในประเทศมาเลเซีย 8.การสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ 9.การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต มีเป้าหมายในสามเรื่องคือการแก้ปัญหาของครอบครัว  การส่งเสริมอาชีพ และการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัย  ซึ่งจะมีการประสานการทำงานกับพอช.และเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ นายวิเชียร กล่าว

ข้อเสนอของชุมชนเพื่อการต่อยอดและการพัฒนาที่ยั่งยืนหลังปีที่สามของโครงการ

       Sou13-301155 ผู้นำชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติการ   มีข้อเสนอเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน   และต่อยอดจากงานแก้ปัญหาที่
อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพแกนนำพร้อมการบริหารจัดการของชุมชนเพื่อการพัฒนา โดยให้พอช.หนุนเสริมขบวนชุมชนที่ทำงานด้านนี้อย่างจริงจัง การสื่อสารสร้างความเข้าใจในงานพัฒนาที่ดำเนินการโดยขบวนชุมชน ที่สามารถบริหารจัดการ่วมกับทุกภาคส่วนทั้งราชการ วิชาการ ประชาสังคม  ให้ระดับนโยบายสนับสนุนแผนงานและงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง  ให้มีการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างเต็มพื้นที่เพื่อวางแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในระยะต่อไปอย่างจริงจัง  ให้มีการขยายโครงการนี้ให้ครอบคลุมคนยากจนซึ่งไม่มีที่ดินที่จะสร้างบ้าน   ให้มีการขยายเพดานงบประมาณในการสนับสนุนคือการสร้างบ้านใหม่ให้เพิ่มงบประมาณจาก
120,000 บาท/หลัง เป็น  150,000 บาท/หลัง ส่วนบ้านที่ซ่อมให้ขยายงบประมาณที่สนับสนุนจากหลังละ 50,000 บาท เป็น 70,000 บาท การสร้างสำนึกร่วมของคนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอืนๆดังเช่นการคืนทุนที่ดำเนินการอยู่แล้ว  การพัฒนาเรื่องระบบข้อมูล การรายงาน การจัดการความรู้และการสื่อสารทั้งในซีกของหน่วยงานสนับสนุนและขบวนชุมชน  การนำเสนอบทเรียนและความรู้เพื่อการสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ  โดยต่อยอดจากงานวิจัยในช่วงเริ่มดำเนินโครงการ    การสนับสนุนงบประมาณในการเชื่อมโยงพื้นที่แก้ปัญหาที่ดินใน 44 ตำบล  ฯลฯ รวมทั้งการยกระดับคุณภาพงานเพื่อสร้างคุณภาพที่เพิ่มขึ้น และการขยายผลไปในพื้นที่อื่นๆ

    นอกจากนี้ผู้นำชุมชนได้เสนอให้ศอ.บต.  เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

    porji-301155ด้านนายดือราแม ดาราแม (ปอจิ๊)  ผู้นำชุมชนอาวุโส  จ.นราธิวาสกล่าวว่าโครงการนี้มีความพิเศษที่เป็นงบประมาณจากรัฐบาล  แต่ในวิธีการดำเนินงานตามโครงการนี้ประชาชนสามารถออกแบบและร่วมบริหารจัดการได้อย่างเต็มที่  เสมือนมีไฟฉายที่จะนำพาผู้เดือดร้อนร่วมแก้ปัญหาและพัฒนาบ้านของตนเอง

 Sou1-301155 Sou4-301155  Sou5-301155 Sou10-301155 Sou6-301155 

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter