นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบนโยบายในการประชุมสร้างความเข้าใจการดำเนินงานโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมวิทยทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จ.นนทบุรี โดยมีผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด คณะอนุกรรมการสนับสนุนสวัสดิการชุมชน และเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เข้าร่วมประชุมประมาณ ๔๕๐คน
นายสมพร ใช้บางยาง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แนวคิดการทำงานการจัดสวัสดิการชุมชนได้ให้ภาคประชาชนเป็นหลัก ซึ่งความสำเร็จอยู่ที่ภาคประชาชนทุกคนในฐานะเป็นผู้นำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดประสานงานอำนวยความสะดวก ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งถือได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการของทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคประชาชน สำหรับบทบาทการสนับสนุนของกระทรวงมหาดไทยนั้น เบื้องต้นจะเป็นการทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัด และประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจและแก้บทบัญญัติท้องถิ่นในการสมทบกองทุน ให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชน
ทั้งนี้ในการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการช่วงแรกไม่ต้องการปริมาณ แต่ให้เน้นเชิงคุณภาพมากกว่า ต้องเกิดการยอมรับจากสังคม รุ่น 1ต้องเป็นกองทุนที่เป็นต้นแบบให้กับกองทุนอื่นๆ สามารถมาเรียนรู้ได้ คาดว่าภายในระยะเวลาอีก ๕ ปี จะดำเนินการให้เกิดการจัดตั้งกองทุนทั้งเจ็ดพันกว่าตำบลทั้งประเทศ นายสมพรกล่าว
จากนั้นได้มีการอภิปรายเสนอสาระสำคัญของโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนโดยผู้แทนองค์กรชุมชน และผู้แทน พอช.ให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินงาน หลักเกณฑ์/วิธีการสมทบกองทุน และได้มีการแลกเปลี่ยนซักถามการดำเนินงานที่ผ่านมาด้วย
นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้การสนับสนุนการจัดกลไกการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนโดยภาคประชาชนเป็นหลัก ภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้หนุนเสริมให้เกิดสวัสดิการชุมชน ทั้งที่เป็นกลไกในระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับตำบล อย่างไรก็ตามในการสนับสนุนงบสมทบกองทุนจะไม่ได้ให้ทันทีทุกกลุ่ม แต่กองทุนสวัสดิการชุมชนแต่ละแห่งต้องพัฒนากลุ่มให้มีคุณภาพตามเงื่อนไขก่อน ดังนั้นจึงไม่ควรเร่งรัดเชิงปริมาณ แต่ต้องใส่ใจกับการพัฒนาอุดมการณ์เป็นสำคัญ
ทั้งนี้รัฐบาลได้เห็นชอบโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนพร้อมอุดหนุนงบประมาณ ๗๒๗ ล้านบาท สำหรับการสนับสนุนงบประมาณให้กองทุนที่จัดตั้งก่อนการดำเนินโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
- เป็นกองทุนระดับตำบล/ท้องถิ่น ที่มีการจัดตั้งและดำเนินการสวัสดิการชุมชนไม่ต่ำกว่า 1 ปี และได้รับการรับรองจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด/กรุงเทพมหานคร
- สมาชิกและผู้รับประโยชน์มีความหลากหลายครอบคลุมกลุ่มคนรวมถึงเยาวชน คนชรา คนพิการ ผู้ด้อยโอกาสและสมาชิกกระจายพื้นที่ในตำบล/ท้องถิ่น โดยมีหมู่บ้าน/ชุมชน เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน
- มีเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มาจากสมาชิก และได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ระบบการบริหารกองทุนที่ดี มีความชัดเจน ทั้งคณะกรรมการ สมาชิก ข้อมูล ระเบียบหลักเกณฑ์ของกองทุน ระบบบัญชีการเงิน แผนการพัฒนาองค์กร การติดตามประเมินผล และการรายงานผลการดำเนินงานต่อสาธารณะ
- มีการจัดสวัสดิการชุมชนพื้นฐานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง เช่น เกิด เจ็บ แก่ การศึกษา อาชีพ ที่ดูแลสมาชิกและคนในชุมชน และเชื่อมโยงสวัสดิการกับงานพัฒนาอื่นๆ ในชุมชน เช่น องค์กรการเงินชุมชน
สำหรับการสนับสนุนงบประมาณให้กับกองทุนที่จัดตั้งใหม่และได้รับและได้รับการสมทบเงินจากรัฐครั้งแรก โดยมีเกณฑ์การพิจารณาดังนี้

- เป็นกองทุนที่มีการจัดตั้งและดำเนินการสวัสดิการชุมชนไม่ต่ำกว่า 1 ปี และได้รับการรับรองจากคณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด/กรุงเทพมหานคร
- มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 100 คน ครอบคลุมกลุ่มคน รวมถึงเยาวชน คนชรา คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สมาชิกกระจายพื้นที่ในตำบล และมีหมู่บ้าน/ชุมชน เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนทั้งหมดในตำบล/ท้องถิ่น
- มีเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มาจากสมาชิก และได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับสวัสดิการชุมชนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ส่วนคุณสมบัติอื่นเหมือนกับกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งแล้ว เมื่อกองทุนสวัสดิการชุมชนมีคุณภาพตามที่กำหนดโครงการจะสมทบงบให้เท่ากับจำนวนเงินออมสมทบเพื่อสวัสดิการของสมาชิกร่วมกัน แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท/กองทุน
และในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชนระดับชาติ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจให้เกิดความชัดเจนให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนทุกจังหวัด โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ผ่านวีดีโอคอนเฟอเร้นท์ จากนั้นจะให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดคัดเลือกกองทุนที่เข้าเกณฑ์ ผ่านคณะกรรมการจังหวัดพิจารณา ซึ่งจะทำพิธีมอบในวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๓
ทั้งนี้เป้าหมายการดำเนินงานในปี ๒๕๕๓ จะพัฒนาความเข้มแข็งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่จัดตั้งแล้ว ๓,๑๐๐ ตำบล/เมือง และสามารถขยายผลการจัดตั้งกองทุนใหม่ให้ครอบคลุมพื้นที่ ๒,๐๐๐ ตำบล/เมือง
ทั่วประเทศ.




