playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ชัยภูมิ: เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดชัยภูมิยกชั้นตำบลบ้านขามแห่งแรกต้นแบบ ชุมชนจัดการตนเอง ระบุเป้าหมายวางรากฐานสร้างชุมชนพึ่งตนเองในอนาคตทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และสร้างการเมืองภาคพลเมืองสมานฉันท์ ยกระดับไปสู่การจัดสวัสดิการชุมชนดูแลซึ่งกันและกันตั้งแต่เกิดจนตาย

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดชัยภูมิร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดเวทีเสนอแนวทางการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ “ตำบลจัดการตนเอง” ขึ้น ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลบ้านขาม อำเภอจัสตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยมี ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยภูมิ คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดชัยภูมิ 46  ตำบล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ ส่วนราชการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. พี่น้องเครือข่ายองค์กรชุมชนตำบลบ้านขาม เข้าร่วมงานครั้งนี้ประมาณ 250 คน โดยมีนายพินิจ   บุญวัน นายอำเภอจัตุรัส เป็นประธานในพิธีเปิด

นายพินิจ บุญวัน นายอำเภอจัสตุรัส จ. ชัยภูมิ กล่าวว่า  การพัฒนาที่ผ่านมาเป็นการจัดการสั่งจากข้างบนลงข้างล่าง เหมือนกันหมด ซึ่งไม่เหมาะกับแต่วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่าง ซึ่งการคิดเอง ทำเอง การจัดการตนเอง เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการพัฒนาตนเองที่ยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่เรื่องคน เงิน วัสดุ

การพัฒนาทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เพราะหากเริ่มจากคนอื่นมันก็ควบคุมยาก แล้วค่อยขยับเป็นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มๆ ตามถนัด ตำบลบ้านขามมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่สามารถรวมรวบกันทำ ตั้งแต่การรวมกลุ่ม ทำกลุ่มออมทรัพย์ โรงสีชุมชน ธนาคารข้าว กองทุนสวัสดิการชุมชน เมื่อเห็นว่าดีช่วยเหลือกันได้จึงคิดต่อถึงการนำกลุ่มมาบูรณาการเข้าด้วยกัน ทำให้เห็นทิศทางในการแก้ไขปัญหา จึงร่วมกันคิด ร่วมกันทำมากขึ้น เกิดการประสานงานกับหน่วยงานรัฐขึ้น

ผมยกให้ตำบลบ้านขามเป็นต้นแบบแห่งแรกของ จ.ชัยภูมิ เป็นชุมชนที่จัดการตนเองได้โดยไม่พึ่งปัจจัยภายนอก และเชื่อมั่นว่าหากทั้งจังหวัดชัยภูมิทำแนวคิดไปปรับเปลี่ยนใช้กับตำบลของตนเองแล้วจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมั่นคง

นายประจวบ  แต่งทรัพย์  ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านขาม กล่าวว่า การพัฒนาต้องใช้ทั้งรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่มาผสมกัน คือในรูปแบบเก่าไม่มีเงินก็นำภูมิปัญญาวัฒนธรรมมาใช้ร่วมกัน บ้านขามเข้มแข็งได้นั้นด้วยผู้นำดี เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. มาเป็นส่วนหนึ่งในด้านการพัฒนา ปัจจัยที่สำคัญก็คือผู้นำมีทิศทางคล้ายกัน คือ เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและไม่เคยมีความขัดแย้ง ในชุมชนมีความคิดแตกต่างกันได้ แต่เราไม่แตกแยก ความรู้ ความสามารถทุกคนมันเหมือนกันทั้งหมด ใครมีความรู้ด้านอะไรก็มาแลกเปลี่ยนกัน โดยใช้กลไกบริหารแบบมีส่วนร่วม ซึ่งตำบลบ้านขามกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ต้องใช้เวลาเพาะบ่มมายาวนานกว่า 20 ปี

ในเรื่องของการจัดการตนเอง คือคนต้องมารวมกลุ่มกัน มาออมร่วมกัน และใช้ทุนที่มีอยู่มาจัดการปัญหาให้คลี่คลาย เช่น เรื่องผลผลิตทางการเกษตร เรารับซื้อเอง ขายเอง แปรรูปเอง ภายใต้การบูรณาการทุนร่วมกัน เราได้อำนาจ ได้การต่อรอง ได้คน ได้พลัง ถ้าไม่ทำครบวงจรแบบนี้ปัญหาก็แก้ไม่หมด

การแก้ปัญหาขั้นต่อไปจะเสนอโครงการช่วยเหลือพี่น้องในเรื่องที่ดินทำกิน ครัวเรือนไหนไม่มีที่ทำกิน หรืออยากมีที่ทำกินเราซื้อให้ แล้วมาผ่อนกับกลุ่มโดยมีดอกเบี้ยร้อยละหนึ่งบาท เป็นปัญหาที่มีทางออกชุมชนก็ต้องดูแล เพราะไม่มีใครอยากอยู่กับความจน ไม่มีใครอยากอยู่กับสิ่งที่ไม่ดี เราจะช่วยเหลือกัน โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาช่วยเหลือกัน ส่วนไหนที่แก้ไขไม่ได้ก็ประสานกับหน่วยงานในท้องถิ่นเข้ามาดูแล

ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านขาม กล่าวเพิ่มเติมว่า ตำบลบ้านขามเป็นตำบลแห่งการเรียนรู้ด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตนเอง โดยกระบวนการรวมกลุ่ม องค์กรชุมชนในหมู่บ้านทั้งตำบลรวม  117  องค์กร  ประกอบด้วยกลุ่มกองทุนหมู่บ้าน  กลุ่มสัจจะออมทรัพย์  กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการลิต  กลุ่มกองทุนสวัสดิการวันละบาท  กลุ่มร้านค้าชุมชน  ธนาคารข้าว  กองทุนปุ๋ย  กลุ่มโรงสีชุมชน  กลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน  กลุ่มพัฒนาสังคม  เป็นต้น  โดยแยกเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็งสามารถบริหารจัดตนเองได้ดี  66  กลุ่ม  กลุ่มที่มีความเข้มแข็งปานกลาง  38  กลุ่ม  และ กลุ่มเรียนรู้  13  กลุ่ม  มีแกนนำหลักในพัฒนา ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มองค์กรชุมชน และ ผู้นำท้องถิ่น  รวม  47 คน

ซึ่งในวันนี้กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านขาม  ได้จัดสวัสดิการถุงยังชีพและค่าครองชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสในชุมชน จำนวน 224 คน และกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านขามยังได้รับการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล จากรัฐบาล จำนวนเงิน 820,155  บาท

มีการกำหนดว่าในสิ้นปีนี้ทุนที่เกิดจากการบูรณาการทุนจะนำไปแก้ไขปัญหาชุมชน เช่น วิสาหกิจชุมชน หนี้นอกระบบ การผลิต อาชีพ ฯลฯ นี่คือชุมชนจัดการตนเอง และพร้อมขยายเป็นเครื่อข่ายแก้ปัญหาร่วมกันทั้งจังหวัด โดยมีตำบลบ้านขามที่จะเป็นทั้งพี่เลี้ยงและผู้ร่วมเรียนรู้ หากเราทำให้เข้มแข็งจากตัวเราชุมชนก็จะแข็งแรง

นายสำเริง  เสกขุนทด  ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. กล่าวว่า คำว่าตำบลจัดการตนเองถือว่าเป็นคำใหม่ เพราะเมื่อก่อนจะคุ้นชินคำว่าชุมชนพึ่งตนเอง ชุมชนพอเพียง จึงขอขยายความ 3 คำ คือ

ตำบล แปลว่า วัฒนธรรม ประเพณี ชาติพันธุ์ ภูมินิเวศน์
จัดการ แปลว่า เราต้องการจัดการกับวิถีชีวิตของคนในตำบลและสามารถแปลได้ 2 ความหมายคือ จัดการปัญหา จัดการกับเรื่องไม่ดีไปสู่เรื่องที่ดีขึ้น เช่น ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ประเพณีวัฒนธรรม หรือบางเรื่องดีอยู่แล้วๆ ยกระดับให้ดีขึ้น

ตนเอง  แปลว่า ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  กลุ่ม หากกลุ่มไม่เพียงพอมันต้องเป็นระดับหมู่บ้าน ตำบลหมายถึงหลายๆ กลุ่มในหมู่บ้านเป็นตำบล

ซึ่งกระบวนการจัดการตนเองได้นั้น ประการแรก ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน ว่าพี่น้องในบ้านเรามีปัญหากี่ปัญหา แล้วปัญหานั้นจะแก้ไขได้อย่างไร ข้อมูลจะเป็นสิ่งที่บอกถึงความชัดเจน รวมถึงการผนวกกับแผนตำบล กล่าวคือเอาข้อมูลมาดูและแก้ปัญหาร่วมกัน

ประการที่สอง ต้องรวมทุนเป็นทุนใหม่เพื่อเสริมทุนเก่า จากครอบครัว รวมกันเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสวัสดิการ กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มเกษตร

ประการที่สาม  การหนุนเสริมของหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหา มาบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยใช้แผนของหมู่บ้าน/ชุมชนเป็นหลัก และจะนำไปสู่การพึ่งตนเองได้

สามเรื่องนี้ คือ คน กลุ่ม เครือข่าย การมีข้อมูลที่ชัดเจน และหน่วยงานที่จะมาหนุนเสริม กระทั่งนโยบายของรัฐบาล

ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวย้ำว่า อย่าว่าแต่ตำบลจัดการตนเองเลย ตัวอย่างที่ตำบลบ้านขามนี่แหละคือการปฏิรูปประเทศไทย ถ้ามีลักษณะอย่างบ้านขามเกิดขึ้นใน อ.จตุรัต อย่างน้อยร้อยละ 50 หรือในจังหวัดชัยภูมิมีร้อยละ 50 แบบนี้ถือว่าเป็นการปฏิรูปตนเองบนวิถีชีวิต คน ตำบล ท้องถิ่น เป้าหมายก็เพื่อวางรากฐานสร้างชุมชนพึ่งตนเองทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และสร้างการเมืองภาคพลเมืองอย่างสมานฉันท์ ยกระดับไปสู่การจัดสวัสดิการชุมชนดูแลซึ่งกันและกันตั้งแต่เกิดจนตาย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter