playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

30 2-1การจัดงาน “สมัชชาสวัสดิการชุมชน: ปฏิรูปสังคมจากฐานราก” เมื่อวันที่ ๒๗-๒๘ สิงหาคม  ๒๕๕๓  ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช   ซึ่งมีขบวนองค์กรสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ คณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัด หน่วยงานและองค์กรปกครองท้องถิ่น ร่วมงานกว่า ๑, ๖๐๐ คน ขบวนองค์กรสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ ได้ร่วมประกาศหลักการสำคัญของสวัสดิการชุมชนและข้อเสนอต่อรัฐบาล ดังนี้

 

 


คำประกาศสมัชชาสวัสดิการชุมชน ๒๕๕๓
สวัสดิการชุมชนปฏิรูปประเทศไทย


พวกเราผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนกว่า ๓,๕๐๐ กองทุนทั่วประเทศ ได้มาประชุมกันที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชแห่งนี้ เพื่อทบทวนบทเรียนการทำงานประจำปี แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดสวัสดิการเพื่อชาวชุมชนทั้งเมืองและชนบท ตลอดจนรวบรวมข้อเสนอในเชิงนโยบายเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การพัฒนาสวัสดิการชุมชนมีความแข็งแกร่ง เป็นรากฐานการพัฒนาสวัสดิการสังคมของประเทศต่อไป ผลการแลกเปลี่ยนบทเรียนประสบการณ์ทางด้านต่างๆพวกเรามีฉันทามติดังนี้

  1. เรายึดมั่นในหลักการและอุดมการณ์ของสวัสดิการชุมชนที่เน้นเป็นการให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี         เป็นการช่วยเหลือกันและกัน ด้วยน้ำพักน้ำแรง ภูมิปัญญา ทรัพยากรและทุนที่มีอยู่ในชุมชน ให้ชาวชุมชนมีความมั่นคงปลอดภัยทางสังคม  เราเชื่อว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนคือองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเอง เป็นการปฏิรูปสังคมจากฐานรากอย่างแท้จริง
  2. ในปี ๒๕๕๓ นี้เราสามารถจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเพิ่มขึ้นอีก ๕๑๐กองทุน พวกเราขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ เป็นเงิน ๗๒๗ ล้านบาทและปี ๒๕๕๔ อีก ๘๐๐ ล้านบาท รวมทั้งการมีมติครม.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถสนับสนุนกองทุนสวัสดิการได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
  3. เรามีความภาคภูมิใจว่ากองทุนสวัสดิการที่เราจัดตั้งขึ้นสามารถให้การช่วยเหลือสมาชิกทั่วประเทศได้เป็นจำนวนมาก ทั้งคนเกิด แก่ เจ็บ ตาย คนด้อยโอกาส ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ กองทุนการศึกษาและความเดือดร้อนฉุกเฉินของสมาชิก หลายกองทุนตำบลมีสมาชิกมากกว่า ๕,๐๐๐ คน กองทุนที่มีความแข็งแกร่งสามารถจัดสวัสดิการให้สมาชิกถึง ๒๕ ประเภท มากกว่าระบบสวัสดิการไหนๆในประเทศ กองทุนสวัสดิการชุมชนได้เปลี่ยนแปลงจิตใจของคนในชุมชนให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขและรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีงามของชุมชนกลับมาใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานของการเปลี่ยนชุมชนที่สำคัญ
  4. เราพบว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จสำคัญของกองทุนสวัสดิการคือ การมีผู้นำที่ดี มีความเสียสละ มีทีมงานที่เข้มแข็ง การเปิดกว้างรับสมาชิกทุกกลุ่ม การใช้กลไกทางศาสนาและหลักธรรมเป็นเครื่องนำทาง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การเชื่อมโยงกับกองทุนต่างๆที่มีอยู่ในชุมชน การบริหารแบบมีส่วนร่วม โปร่งใสและการร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  5. ทางด้านการพัฒนาความเข้มข็งของกองทุน เราต้องมีระบบการเงินบัญชีที่ดี มีความโปร่งใส มีระบบข้อมูลสมาชิกที่ครบถ้วนถูกต้อง ต้องรณรงค์ให้มีสมาชิกครอบคลุมประชากรทั้งหมดของเมืองหรือตำบลภายในระยะเวลาสองสามปีข้างหน้านี้ ต้องจัดตั้งกองทุนใหม่ให้ครบทุกเมืองทุกตำบล ต้องคำนวณรายรับรายจ่ายกองทุนให้มีความสมดุลเพื่อความยั่งยืนของกองทุน ต้องเพิ่มประเภทสวัสดิการและเพิ่มเงินช่วยเหลือให้กับสมาชิกให้มากขึ้น เชิญชวนกองทุนและองค์กรชุมชนอื่นๆให้มาจัดสวัสดิการร่วมกัน ต้องระดมทุนเพิ่มเติมเข้ากองทุนด้วยวิธีการต่างๆ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ การพัฒนาคณะกรรมการและสมาชิกให้มีทักษะในการบริหารกองทุนให้ร่วมมือกันทำงานอย่างแข็งขันและต้องสร้างผู้นำรุ่นใหม่ขึ้นมาสืบทอดอุดมการณ์และการบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนต่อไป
  6. สำหรับการเชื่อมโยงและขยายผล กองทุนสวัสดิการของเราจะไม่ใช่แค่เพื่อการเกิด แก่ เจ็บ ตายเท่านั้น แต่จะครอบคลุมไปถึงการช่วยเหลือคนด้อยโอกาสที่แม้ไม่เป็นสมาชิกก็จะได้รับการช่วยเหลือ ครอบคลุมไปถึงการช่วยเหลือการศึกษาของเด็กๆของเราแล้วให้เขากลับมาทำงานในชุมชน เชื่อมโยงไปถึงเกษตรอินทรีย์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การจัดการที่ดินเพื่อคนจนและการแก้ปัญหาทุกๆเรื่องของชุมชน เราต้องพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเอง ไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆ
  7. เราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอของผู้ทรงคุณวุฒิและเพื่อนๆของเราที่แนะนำว่า ขบวนสวัสดิการชุมชนต้องเชื่อมโยงกับขบวนองค์กรชุมชนโดยรวม เชื่อมโยงหรือเป็นส่วนหนึ่งของสภาองค์กรชุมชนและเชื่อมโยงกับขบวนประชาชนเพื่อการปฎิรูปประเทศไทย เราจะกลับไปจัดปรับกองทุนของเราให้เกิดการเชื่อมโยงที่ว่านั้นขึ้นโดยเร็ว กรณีที่มีการเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว เราจะทำให้สะพานเชื่อมนั้นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
  8. เราเห็นร่วมกันว่าการจัดสวัสดิการของเราในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการทำงานในเชิงตั้งรับ คือรับมือกับปัญหาสุขภาพต่างๆของสมาชิก เราจะยกระดับให้กองทุนของเราจะทำงานในเชิงรุก ซึ่งก็คือการเสริมสร้างสุขภาพของสมาชิกให้สมบูรณ์แข็งแรง ลดการเบิกค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งจะทำให้กองทุนของเราสามารถขยายประเภทสวัสดิการไปยังด้านอื่นๆและมีความยั่งยืนในระยะยาว    
  9. กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ขบวนองค์กรชุมชนสวัสดิการได้ร่วมทำงานกับคณะกรรมการสวัสดิการในระดับจังหวัดซึ่งหลายจังหวัดสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดีระหว่างชุมชนกับหน่วยราชการ แต่บางจังหวัดก็ยังต้องปรับปรุงพัฒนา อย่างไรก็ตามเครือข่ายสวัสดิการชุมชนยังยืนยันหลักการว่าเราจะทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆทุกหน่วยงาน โดยจัดปรับความสัมพันธ์ให้มีความเหมาะสม เพราะการประสานงานกับหน่วยราชการต่างๆในจังหวัดนี้เองที่ทำให้ขบวนสวัสดิการมีกำลังคนทำงานหลายหลากภาคส่วนรวมกันทั่วประเทศกว่า ๒,๑๐๐ คน
  10. กองทุนสวัสดิการชุมชนทุกหนแห่งจะสร้างความร่วมมือกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงเรียน สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นในจังหวัด  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน เพื่อหาแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนให้มีคุณภาพและมีความยั่งยืน

 แต่ลำพังการขับเคลื่อนขบวนสวัสดิการชุมชนด้วยสมาชิกชุมชนเองนั้น ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ให้กับระบบสวัสดิการของประเทศ ขบวนสวัสดิการชุมชนใคร่มีข้อเสนอให้รัฐบาลและภาคีที่เกี่ยวข้องสนับสนุนขบวนเราในเรื่องต่างๆดังนี้

  1. แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ให้การสนับสนุนสวัสดิการชุมขชนมาอย่างต่อเนื่อง แต่การสนับสนุนสวัสดิการชุมชนจากรัฐในปัจจุบันยังไม่มีความมั่นคงถาวร เครือข่ายสวัสดิการชุมชนเสนอให้รัฐบาล กำหนดมาตรการ แผนแม่บทหรือกฎหมาย เพื่อยกระดับสวัสดิการชุมชนจากแค่โครงการรายปีที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงตามภาวะทางการเมืองเป็นระบบที่มีความมั่นคง ยั่งยืน มากกว่าเดิม
  2. คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศไทยทุกคณะต้องนำเอาระบบและกระบวนการสวัสดิการชุมชน มากำหนดเป็นสาระสำคัญของการปฏิรูปประเทศไทย  เพราะนี่คือกลไกการคุ้มครองทางสังคมของชุมชนที่สำคัญมาก
  3. คณะกรรมการกระจายอำนาจต้องกำหนดแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเรื่องการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อให้การสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ถาวร ไม่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของผู้บริหาร
  4. จุดอ่อนของของมาตรการ การช่วยเหลือทางสังคมและสวัสดิการสังคมต่างๆในปัจจุบันคือการเน้นการช่วยเหลือรายบุคคล ใช้งบประมาณมากและรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง ซึ่งไม่มีความยั่งยืนและจะเป็นภาระด้านงบประมาณในระยะยาว รัฐบาลควรปรับเปลี่ยนมาตรการการช่วยเหลือทางสังคมหรือสวัสดิการสังคมที่มีอยู่ในปัจจุบันของทุกหน่วยงานให้มีความยั่งยืน ถ้าโครงการหรือมาตรการไหนเป็นสวัสดิการที่กองทุนสวัสดิการชุมชนสามารถจัดการได้ในระดับชุมชน ให้ปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณโดยสนับสนุนงบประมาณตรงให้กองทุนสวัสดิการุชมชนเป็นผู้ดำเนินการ เพราะกองทุนรู้จักและเข้าใจปัญหาของกลุ่มผู้เดือดร้อนมากกว่า จัดการได้รวดเร็วกว่า ต้นทุนดำเนินการต่ำกว่าการดำเนินการโดยหน่วยงานหลายเท่าตัว การจัดการดังกล่าวจะทำให้องค์กรชุมชนชุมชนมีความเข้มแข็งซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการพัฒนาประแทศอย่างยั่งยืน
  5. ขอให้รัฐบาลออกมาตรการเพื่อสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนนอกเหนือจากการสนับสนุนงบประมาณโดยตรง เช่น มาตรการด้านภาษี ด้านการเงินการคลัง การให้กองทุนซื้อพันธบัตรอัตราดอกเบี้ยสูงพิเศษ การสร้างสินทรัพย์ถาวรของกองทุน เป็นต้น เพื่อให้กองทุนสวัสดิการสามารถพึ่งตนเองได้ในระยะยาว เพราะในอนาคตกองทุนสวัสดิการชุมชนจะเป็นระบบซึ่งเป็นที่พึ่งของคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากระบบอื่นๆ

ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยที่ทุกฝ่ายในสังคมจะเข้ามามีส่วนร่วม กองทุนสวัสดิการชุมชนคือองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจากฐานรากไปสู่สังคมแห่งความมั่นคงของมนุษย์และชุมชน

30 2-4 30 2-2 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter