playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

29 3-1เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ที่ผ่านมา นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี   ได้เดินทางไปมอบเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน  ในงาน “ปฏิรูประบบสวัสดิการชุมชนโดยชุมชนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา”  ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา มีคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รมว.กระทรวงพม.   ผู้อำนวยการพอช.   ผู้นำองค์กรสวัสดิการชุมชนร่วมงานกว่า ๒,๐๐๐ คน

นายสมคิด สิริวัฒนากุล รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจ.นครราชสีมา กล่าวว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนภาคอีสาน  มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในหลายรูปแบบ  เช่นหลายแห่งตั้งขึ้นในวัดใช้ชื่อกองบุญสวัสดิการ แทนกองทุนสวัสดิการ ที่เน้นการออมเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นสำคัญ  บางพื้นที่ใช้ฐานการจัดการทรัพยากรดูแลรักษาป่าชุมชน   ทำให้ได้ผลผลิตจากป่ามาเป็นกองทุนสวัสดิการ  ส่วนในชุมชนเมืองที่เริ่มจากการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผ่านโครงการบ้านมั่นคง  ก็ได้มีการตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั้งในระดับชุมชนและระดับเมืองควบคู่กันไป      

ในส่วนของภาคอีสานใต้ 6  จังหวัด คืออำนาจเจริญ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และนครราชสีมา  มีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับงบสมทบกองทุนจากรัฐบาลแล้ว ๒๗๘ กองทุน สมาชิกรวม ๑๒๑,๒๔๔ คน เงินกองทุนที่สมทบ ๒๒.๒๒  ล้านบาท  ซึ่งจะมีกองทุนที่จะรับมอบเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนในวันนี้  ๑๔๗ กองทุน เป็นเงิน ๑๐,๙๒๕,๗๕๒ บาท

29 3-2ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมานั้นมีกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว ๙๘ กองทุนในพื้นที่ ๒๔ อำเภอ จากพื้นที่ทั้งหมด ๓๓๓ ตำบล/เทศบาลโดยมีกองทุนที่ได้รับสมทบงบประมาณแล้ว ๔๔ กองทุนสมาชิกรวม ๒๐,๒๖๓ คน งบที่ได้สมทบ ๓.๖๒ ล้านบาท การจัดงานในวันนี้จะทำให้ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดความตื่นตัวที่จะร่วมกันจัดสวัสดิการชุมชนให้กระจายกว้างขวางขึ้น โดยโครงการสวัสดิการชุมชนเป็นตัวอย่างรูปธรรมความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ด้านนายอิสสระ สมชัย  รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมกล่าวว่า นับตั้งแต่รัฐบาลได้มีนโยบายสนับสนุนสวัสดิการชุมชน โดยการสนับสนุนงบประมาณในปี ๒๕๕๓ จำนวน ๗๒๗.๓ ล้านบาทและในปี ๒๕๕๔ จำนวน ๘๐๐ บาทนั้น   ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งแล้วรวม ๓,๔๔๓ กองทุน  สมาชิก ๑.๔ ล้านคน   โดยรัฐบาลได้สมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว ๒,๒๔๔ กองทุน เป็นเงิน  ๓๒๙.๘๙ ล้านบาท  สำหรับภาคอีสานมีการจัดตั้งกองทุนแล้ว ๑,๐๙๓ กองทุนสมาชิกกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ราย  รัฐบาลให้การสมทบแล้ว ๗๙๔ กองทุน รวมงบประมาณที่สมทบ ๑๑๐.๒๓ ล้านบาท โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนจะเป็นรากฐานของการจัดสวัสดิการสังคม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลได้สนับสนุนงานสวัสดิการชุมชนและมีนโยบายเพื่อสนับสนับสนุนระบบสวัสดิการสังคมอื่นๆ  เช่นการดูแลเบี้ยยังชีพ   การประกันรายได้เกษตรกร  สวัสดิการชุมชนได้เป็นแบบอย่างที่ดีของการมีส่วนร่วม ของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้  ในขณะที่การทำงานหลายหลายอย่างของรัฐบาลมีข้อจำกัด เช่นรายได้จำกัด มีภาษีที่จำกัด  ในขณะที่ประชาชนที่สูงอายุมีมากขึ้น จึงต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการตื่นตัวของทุกฝ่ายให้ช่วยกันสนับสนุนสวัสดิการชุมชน

ให้สอดคล้องกับปรัชญา “ให้อย่างมีคุณค่า รับมีอย่างมีศักดิ์ศรี” เพราะสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนมากขึ้นเช่นเรื่องภัยพิบัติ  หรือสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง  ในขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังจะผ่านกฎหมายกองทุนการออมแห่งชาติ  เพื่อส่งเสริมการออมและประกันรายได้ในยามชราให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกกองทุน  เช่นประชาชนจ่าย ๗๐ บาทรัฐบาลสมทบ ๓๐ บาท  ถ้าประชาชนจ่าย ๑๐๐ รัฐบาลสมทบ ๑๐๐ บาทซึ่งตอนนี้มีคนสนใจแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ คน  และจะเริ่มดำเนินการในต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔

พร้อมกันนี้นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามาส่วนร่วมในการดูแลบ้านเมืองให้มากขึ้น รวมทั้งการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สามารถเอื้อให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการจัดการตนเองในด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  การปฏิรูประบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่งเสริมสิทธิชุมชนเพราะหลายชุมชนมีบทเรียนในการจัดการทรัพยากร แต่ยังมีข้อติดขัดเนื่องจากมีกฏหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยอะมากตั้งแต่กระทรวง  จังหวัด และองค์กรปกครองสวนท้องถิ่น    ซึ่งทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งต้องเชื่อมโยงให้เกิดความเข้าใจกัน  นอกจากนี้ยังมีเรื่องการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมของชุมชน  การปฏิรูประบบการเรียนรู้ ซึ่งจะต้องผสานกระบวนการเรียนรู้เฉพาะเรื่องกับหลักความรู้ในสถาบัน ซึ่งรัฐบาลจะปฏิรูปการศึกษารอบสองควบคู่กับการตั้ง “สถาบันส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพของเยาวชน(สสค.) เพื่อทำงานสร้างเครือข่ายภาคประชาชนและสร้างต้นแบบการเรียนรู้  และสำหรับสวัสดิการชุมชนจะมีการยกระดับและพัฒนากองทุน  ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศไทยจากฐานล่าง นายกรัฐมนตรีกล่าว

29 3-3ทั้งนี้ขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา  มีการดำเนินงานพัฒนาด้านอื่นๆ  เพื่อเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง ร่วมกับหน่วยงานต่างๆในจังหวัดได้แก่ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ ๒๖ ชุมชน ๒,๒๗๓ ครอบครัว ซึ่งในช่วงเกิดปัญหาน้ำท่วมในปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างหนักหนัก ๑๑ ชุมชน ๕๘๔ ครอบครัว  โดยเครือข่ายช่างชุมชนได้ร่วมกันสำรวจและช่วยการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ๙๗ หลังคาเรือน  ด้านการแก้ไขปัญหาที่ดินในชนบท มีการจัดทำข้อมูล และแผนที่ใน ๑๘ ตำบล  มีที่จัดทำแล้วเสร็จและใช้แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เดือดร้อนแล้ว ๒ ตำบล มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแล้ว ๑๘ ตำบล  มีการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ๑๔ ตำบล การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่ ๑๓ ตำบล และการจัดทำแผนชุมชนในพื้นที่ ๑๓ ตำบล

งานพัฒนาดังกล่าวขบวนองค์กรชุมชนได้มีการหารือร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล อบต.  ภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมในพื้นที่เพื่อร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ “ทศวรรษหน้าในการพัฒนาโคราช” และตั้งเป้าเดินหน้าปฏิรูปสวัสดิการชุมชนคนโคราชให้เต็มพื้นที่ภายในปี ๒๕๕๙ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยร่วมกันต่อไป     

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter