ราชบุรี:เมื่อวันที่ 28-29 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมาเครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคกลางตอนบนและตะวันตกจัดสัมมนาและทบทวนการดำเนินการสวัสดิการชุมชน ที่ผ่านมา และตั้งเป้าภายในปี 2555 จะเกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อยร้อยละ 80 ของจำนวนพื้นที่ และเกิดศูนย์เรียนรู้ 16 พื้นที่ โดยมีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดและแกนนำชุมชนเข้าร่วมกว่า 200 คน
นางนภา เศรษฐกร รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีความเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนให้ชุมชนเป็นหลักในการจัดสวัสดิการชุมชน จะทำให้เกิดการฟื้นฟูระบบการช่วยเหลือเกื้อกูลและการดูแลซึ่งกันของคนในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่สำคัญยิ่งของสังคมไทย กลุ่มเป้าหมายต่างๆที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รับผิดชอบดูแล ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในชุมชน จะมีระบบสวัสดิการชุมชนรองรับ และประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงาน ให้เกิดระบบการดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลที่ครอบคลุมทั่วถึง และสิ่งที่สำคัญในการดูแลที่นอกเหนือจากเรื่องการเงินให้สามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์ ก็คือการมีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน ที่ทุกคนเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับสวัสดิการ เมื่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้มาร่วมกันทำงานในเรื่องสวัสดิการชุมชนแล้ว น่าจะได้เห็นและใช้โอกาสนี้ในการบูรณาการการทำงานของกระทรวงจากที่แยกทำงานกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย มาเน้นการทำงานเชิงพื้นที่มากขึ้นทั้งในระดับตำบลและระดับจังหวัด รวมทั้งที่จะประสานการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เมื่อกองทุนสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็ง มีสมาชิกครอบคลุมทั่วพื้นที่มากขึ้น มีข้อมูลกลุ่มสมาชิก ข้อมูลกลุ่มคนทุกช่วงวัยในระดับพื้นที่ สามารถจัดสวัสดิการพื้นฐาน และช่วยส่งต่อกรณีที่เป็นปัญหาเฉพาะ ก็จะทำให้เกิดเครือข่ายการทำงานด้านสังคม อาสาสมัครในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นงานที่ทางกระทรวงมีเป้าหมายที่จะทำให้เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ดิฉันจึงอยากจะให้พวกเราที่ร่วมกันทำงานสนับสนุนการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนที่มาประชุมเชิงปฏิบัติการครั้ง ได้เห็นโอกาส และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นทั้งกับตัวคนทำงาน หน่วยงาน และที่สำคัญคือเป้าหมายการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยรวม ร่วมกันคิด ร่วมกันแลกเปลี่ยน เพื่อให้ได้แนวทางการทำงานที่เกิดประโยชน์ร่วมกันของทุกภาคส่วน
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติภาคตอนบนและตะวันตก พอช. กล่าวว่า เครือข่ายสวัสดิการชุมชนของภาคฯได้มีการดำเนินการมุ่งเน้นเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือกันในชุมชน รวมจิต รวมใจสู่การเอื้ออาทรกันในชุมชนที่ผ่านมาดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น 1,002 ตำบล เป็นตำบลที่ได้รับการสมทบจากรัฐบาลแล้ว 623 ตำบลและพื้นที่ที่กำลังขออนุมัติในการขอสนับสนุนจากรัฐบาล 379 ตำบล โดยชุมชนเป็นแกนหลักในการดำเนินการ ผนวกกับการประสานความร่วมมือในการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในกระทรวงการพัฒนาสังคมฯระดับจังหวัด ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคฯ กล่าวอีกว่า ภาคกลางตอนบนและตะวันตกครอบคลุมพื้นที่ 16 จังหวัด มีพื้นที่ทั้งสิ้น 1,637 ตำบล/เทศบาล โดยมีการวางเป้าหมายร่วมกันอย่างน้อยในปี 2555 ต้องมีการดำเนินการเรื่องสวัสดิการชุมชนอย้างน้อย ร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด และยกระดับการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบศูนย์เรียนรู้การจัดสวัสดิการชุมชน 16 ศูนย์เรียนรู้ และจัดความสัมพันธ์ระหว่าง ชุมชน ท้องถิ่น ราชการโดยใช้สวัสดิการเป็นเครื่องมือ 1 กองทุน ตำบล/เทศบาล สร้างหลักประกันความมั่นคงชุมชนสู่การสร้างสังคมแห่งการให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรีพลิกฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีชุมชนท้องถิ่นความรักเอื้ออาทรแบ่งปันอยู่อย่างมีความสุขทั้งใจและกาย ต่อไป
นายวิวัฒน์ เจนชัย เรื่อง/ภาพ




