playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

สวัสดิการชุมชนถือเป็นการสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นคงของคนในชุมชน ซึ่งหมายรวมถึงทุกอย่างที่จะทำให้คนในชุมชนมีความอยู่ดีมีสุข ทั้งในรูปของสิ่งของ เงินทุน การช่วยเหลือเกื้อกูล ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จากการที่ชุมชนได้มีการจัดสวัสดิการโดยใช้ฐานทุนและทรัพยากรด้านต่างๆ ภายในชุมชน เพื่อช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันในรูปแบบ ที่หลากหลายตามสภาพบริบทของชุมชน จากการสมทบงบประมาณของ ๓ ฝ่าย ประกอบด้วย ชุมชน รัฐบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

20-1 20-2

จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ทั้งหมด ๙๘ ตำบล ๑๒๐ ท้องถิ่น ปัจจุบันตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว ๕๘ กองทุน มีเงินกองทุนรวม ๑๑,๗๗ ล้านบาท ซึ่งมาจากการสมทบจากสมาชิก ๖.๗ ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๙.๕ แสนบาท และจากรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) จำนวน ๑.๕๙ ล้านบาท สมาชิกจำนวน ๒๑,๖๒๑ ราย

เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับสำนักงานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานปฏิบัติการภาคตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดเวทีสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี สู่จังหวัดสวัสดิการถ้วนหน้าขึ้น ณ ศาลา ๖๐ พรรษามหาราช อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานและมอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนในครั้งนี้ จำนวน ๔๙ กองทุน ตั้งเป้าปี ๒๕๕๙ จังหวัดกาญจนบุรีมีสวัสดิการถ้วนหน้า

20-3ในเวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ร้อยตรีเชิดศักดิ์  จำปาเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัด มอบใบประกาศการรับงบประมาณสมทบกองทุน ปี ๒๕๕๔ จำนวน ๔๙ กองทุน และกล่าวในเวทีสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัดกาญจนบุรีฯ ว่า ทุกวันนี้ชีวิตของเราอยู่บนความเสี่ยง มีเรื่องต่างๆ ที่จะมากระทบกับตัวเรามากมาย ซึ่งไม่รู้ว่าวันไหนอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตัวเรา ครอบครัว สังคม หรือประเทศชาติเรา หากเรามีสวัสดิการที่เตรียมการไว้แล้ว เราก็สามารถผ่านพ้นมันไปได้ เช่น กรณีมหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ไม่มีอะไรเตือนมาก่อนว่าปีนี้น้ำจะท่วม คนที่เดือดร้อนมากๆ คือคนที่ไม่ได้เตรียมการอะไรไว้ นอกจากเราจะดูแลตัวเราเองแล้ว ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือส่วนงานภาครัฐและท้องถิ่น ต้องเข้ามาช่วยสมทบ โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเกิดความร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมได้รับผลประโยชน์

 “การตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจในเรื่องสวัสดิการของพี่น้องประชาชน ในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แม้จะเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นยังคงสามารถดูแลซึ่งกันและกันได้อย่างเท่าทัน วันนี้เราตั้งกองทุนสวัสดิการแล้ว ๔๙ กองทุน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เกิดความร่วมไม้ร่วมมือและเล็งเห็นความสำคัญ และทำกันอย่างจริงจัง ทั้งภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน จนสามารถขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลได้แล้วถึง ๔๙ ตำบล เพื่อจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย ที่เริ่มจากกลุ่มเล็กๆ ก่อนแล้วค่อยขยายผลให้กว้างขวางมากขึ้น และยังมีการพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุนเพิ่มมากขึ้น เช่น การมีกลไกประสานงานการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนางานกองทุนสวัสดิการ การมีส่วนร่วมของสมาชิก ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี ลดรายจ่าย เพิ่มการออม เป็นทางรอดของชุมชนด้วยการพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทุกตำบล ทุกเครือข่าย ร่วมสร้างสรรค์ขยายผลสวัสดิการชุมชนให้เกิดขึ้นเต็มพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี  และในปี ๒๕๕๙ นี้ เราจะต้องเป็นจังหวัดสวัสดิการถ้วนหน้า และหากจะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าว ยินดีที่จะให้การสนับสนุน”

20-4 นายศิวโรฒ  จิตนิยม รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี  และองค์ปฐกถาพิเศษในครั้งนี้ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนสวัสดิการชุมชน เพื่อยกระดับในการสร้างความมั่นคงของชุมชนฐานราก ได้จัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๔ ให้กับกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน ๔๙ กองทุน รวมเป็นเงิน ๗,๘๔๒,๙๕๐ บาท อันนำไปสู่ความเข้มแข็งในการจัดสวัสดิการชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนเป็นแกนหลัก และประสานความร่วมมือการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ องค์กรชุมชนท้องถิ่น และภาคเอกชน ซึ่งมีจังหวัดเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงาน

“กระแสการพัฒนาในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ยึดเงินเป็นหลักในการดำรงชีวิต หลงลืมวิถีความเป็นอยู่ของตน อย่างเช่น สมัยก่อนเรามีกล้วยหนึ่งหวีเราสามารถไปเยี่ยมกันได้อย่างมีความสุข แต่ตอนนี้หากเทียบกับคนหนึ่งหิ้วกล้วยมา ๑ หวี กับคนหนึ่งหิ้วเงินมา ๑ ร้อย เรากราบแล้วกราบอีก ทั้งๆ ที่เงินกินไม่ได้ จะเห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมา เราได้รับบทเรียนในช่วงน้ำท่วม กองทุนสวัสดิการชุมชนของเรา สามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง ประมาณ ๑๐ จังหวัด ซึ่งบางครอบครัวมีเงินร้อยล้านแต่ไม่มีข้าวจะกินเพราะเงินกินไม่ได้ นี่คือวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ยังไม่สายที่กาญจนบุรีเราลุกขึ้นมาที่จะทำเรื่องนี้”

นายศิวโรฒ  จิตนิยม กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้เราทำสวัสดิการที่ทำให้เรามีความสุขและคนอื่นมีความสุข ซึ่งความสุขในวันนี้คือ การมีสุขภาพร่างกายดี ซึ่งสิ่งที่เราทำให้ตัวเราเองและคนรอบข้างมีความสุขได้มีองค์ประกอบอยู่ ๒ ส่วน คือ สิทธิของเราได้อะไรบ้าง และหน้าที่ของเราได้อะไรบ้าง ถ้ามองในภาพชุมชน หน้าที่ที่เราเราต้องทำให้เรามีความสุขให้ได้ หน้าที่เราเราต้องทำให้คนอื่นมีความสุขให้ได้ หน้าที่เราเราควรทำให้ชุมชนเรามีความสุขให้ได้ หากเรามองหน้าที่ของแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกวันนี้ เรามาร่วมมือกันในการสร้างความสุขร่วมกันให้ได้

ในงานมีเวทีเสวนา “เรียนรู้การจัดสวัสดิการ ก่อ – เกิด - ก้าว ด้วยพลังความร่วมมือ ” วิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนจาก ตัวแทนกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลท่าเสา , นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโรง ,นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนกแก้ว , กรรมการบริหารบริษัท โล้วเฮงหมง และนักวิชาการจากพัฒนาชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งนี้ ได้มีเวทีถอดบทเรียนในช่วงที่ผ่านมาและมีข้อสรุปร่วมกัน คือ ข้อดีของการมีกองทุนสวัสดิการนั้นมีอยู่หลายส่วน เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดกาญจนบุรีนั้น ถือเป็นกองทุนของชุมชน เพื่อชุมชน เพราะชุมชนสามารถออกระเบียบข้อบังคับมาบริหารจัดการของชุมชนเอง มีการสมทบจากหน่วยงานของภาครัฐและท้องถิ่น ชุมชนทำได้จริง ปฏิบัติได้จริง ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาสวัสดิการได้จริง ในขณะเดียวกันประชาชนโดยส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องระบบสวัสดิการเท่าที่ควร อันเนื่องมาจากการประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการยังไม่ครอบคลุม อาจมีปัจจัยหลายประการ เช่น กรรมการไม่มีความเข้าใจ ทำให้กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ของกรรมการกับสมาชิกเกิดความคลาดเคลื่อน และกองทุนสวัสดิการชุมชนต้องพัฒนาสวัสดิการให้มากกว่าเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย เช่น สามารถช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาเรื่องภัยพิบัติ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาด้านอาชีพ ที่ดินทำกิน สามารถเป็นเครื่องมือในการจัดการเพื่อให้เกิดความสุขต่อชุมชนหรือสังคมได้ และการถอดองค์ความรู้เพื่อยกระดับงานกองทุนสวัสดิการต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter