เมื่อวันที่ ๖ มีนาคมที่ผ่านมา เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดสมัชชาสวัสดิการชุมชนขึ้นที่เกาะหลักรีสอร์ท อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้แทนจากกกองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆทั่วทั้งจังหวัดเข้าร่วมกว่า ๔๐๐ คน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล มาเป็นประธานในพิธีเปิดและมอบเงินกองทุนสมทบจากรัฐบาล โดยทั้งกรรมการกองทุนและผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่มารับร่วมกัน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการแล้วทั้งสิ้น ๕๔ กองทุนจาก พื้นที่ อบต.และเทศบาลทั้งหมด ๖๐ แห่ง และได้รับงบประมาณสมทบกองทุนจากรัฐบาลผ่าน พอช.แล้ว ๔๐ กองทุน กองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีสมาชิกมากที่สุดคือกองทุนสวัสดิการชุมชนต.อ่าวน้อย อ.เมือง
นายรวบ เปรมประสิทธิ์ ประธานกองทุนเปิดเผยว่า ตำบลอ่าวน้อยมีหมู่บ้านมากถึง ๑๖ หมู่บ้าน กองทุนสวัสดิการนี้จัดตั้งในปี ๒๕๔๙ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๓,๐๐๐ คน มีเงินกองทุนมากกว่า ๓ ล้านบาท ซึ่งมากกว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดอื่นๆที่มีสมาชิกใกล้เคียงกัน เพราะกองทุนนี้สามารถระดมaltทุนจากหลายแหล่งในชุมชน คือมาจากเงินสมทบของสมาชิกวันละ ๑ บาท มาจากกำไร (๑๐%) ของสถาบันการเงินของตำบลซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี ๒๕๔๘ รวมทุนทั้งตำบลได้ กว่า ๗๘ ล้านบาท มีสมาชิกว่า ๓,๐๐๐ คน แหล่งที่สามคือกำไรขององค์กรการเงินในบางหมู่บ้าน เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน (๓หมู่บ้าน) ร้านค้าชุมชนระดับตำบล (๑๐% ของกำไร) นอกจากนี้ เครือข่ายองค์กรชุมชนในตำบลยังมีพื้นที่สาธารณะปลูกต้นไม้ (ยูคาลิปตัส) กว่า๑๐ ไร่ ซึ่งสามารถจำหน่ายต้นไม้ที่ปลูกได้เงินรายได้มาอีกส่วนหนึ่ง
กองทุนสวัสดิการนี้จัดสวัสดิการให้สมาชิกพื้นฐานคือ เกิด แก่ เจ็บป่วยและเสียชีวิต รวมทั้งช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ด้วย
กองทุนสวัสดิการชุมชนโดยทั่วไปจะเก็บเงินสมทบจากสมาชิกไว้รอจ่ายสวัสดิการ จึงเกือบจะไม่มีรายได้จากดอกผลของกองทุนเลย มีแต่ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ แต่เงินกองทุนที่นี่มีจำนวนมาก คณะกรรมการกองทุนจึงเพิ่มรายได้ของกองทุนด้วยการให้สมาชิกกู้ยืมไปประกอบอาชีพในอัตราดอกเบี้ย ๑๒% ต่อปี เงินกว่าสองล้านบาทจึงอยู่ในมือสมาชิก และมีดอกผลมาสู่กองทุนอย่างสม่ำเสมอ เมื่อถามว่าถ้าไม่มีเงินสนับสนุจากรัฐบาลแล้ว กองทุนนี้จะอยู่ได้ไหม ประธานรวบบอกว่า “อยู่ได้แน่นอน”
ประธานกองทุนบอกว่าหลายหมู่บ้านในพื้นที่แถบนี้ทำงานรวมกลุ่มต่างๆลำบากมาก ตั้งแล้วล้ม ตั้งแล้วล้ม แต่สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชน สามารถตั้งได้ในหมู่บ้านที่ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ไม่ได้ เพราะคนเห็นประโยชน์ชัดเจน แม้ว่ามีสมาชิกถึงกว่า ๓,๐๐๐ คนแล้ว แต่กองทุนต้องขยายฐานสมาชิกให้มากขึ้นไปอีก จนครอบคลุมคนส่วนใหญ่ของตำบลเพราะประชากรคนทั้งตำบลมีกว่า ๒๐,๐๐๐ คน




