playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

1 resizeสมุทรสาคร :เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับสำนักงานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาคร องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานปฏิบัติการภาคตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดเวที “สมัชชาสวัสดิการชุมชน คนสมุทรสาคร สู่การจัดการตนเอง”ขึ้น  ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลคลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีผู้นำชุมชนและหน่วยงาน ร่วมงานกว่า ๒๐๐ คน พร้อมแจกใบประกาศเกียรติคุณให้แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งแล้ว จำนวน ๔๐ กองทุน

นายประยูร กาญสอาด ตัวแทนคณะทำงานสวัสดิการชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า จังหวัดสมุทรสาครได้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งทั้งสิ้น จำนวน ๔๐ กองทุน มีสมาชิกรวม ๔,๙๒๕ คน ทั้งนี้พื้นที่ขยายผลที่จะดำเนินการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนให้ครอบคลุมทุกตำบลอย่างต่อเนื่องอีก จำนวน ๑๙ กองทุน กองทุนที่จัดตั้งแล้วได้รับการสนับสนุนงบประมาณสมทบจากรัฐบาลในปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ รวม ๒๒ กองทุน คือ รอบแรก ๒๒ ตำบล ๑,๓๙๙,๓๗๐ บาท และรอบที่สอง จำนวน ๙ กองทุน (จากจำนวน ๒๒ กองทุน)  ๑,๓๔๔,๖๙๐ บาท รวมงบประมาณที่ได้รับการสมทบ ๒,๔๔๔,๐๖๐ บาท

ในการนี้มีวิทยากรในพื้นที่จากหลายภาคส่วนร่วมในเวทีเสวนา เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนของจังหวัดสมุทรสาคพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “สวัสดิการชุมชนคนสมุทรสาคร สู่การจัดการตนเองได้อย่างไร”         

นางสาวนวลฉวี บุญจันทร์ ตัวแทนกองทุนสวัสดิการชุมชน ต.คลองตัน จ.สมุทรสาคร ระบุว่า การจัดเวทีในแต่ละตำบลพบว่า พี่น้องมีความสนใจเรื่องสวัสดิการชุมชน แต่ยังไม่รู้ว่าเจตนารมย์ที่แท้จริงคืออะไร สิ่งที่อยากเห็นคือให้คนสมุทรสาครมีสวัสดิการทุกคน ครอบคลุมทุกพื้นที่ ในขณะที่หลายส่วนมองว่าเราจะทำสวัสดิการทำไม จึงขอตอบวันนี้ว่าสิ่งที่หน่วยงานภายนอกจัดมาให้นั้น ตรงกับสิ่งที่เราหรือชุมชนต้องการหรือไม่ เราต้องการให้กองทุนของเราสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น โดยให้ชุมชนเป็นแกนหลักบนพท้นฐานของการมีส่วนร่วม

“กองทุนสวัสดิการเป็นของทุกคน เป็นกองทุนที่พัฒนาคุณภาพชีวิตดังนั้นเราต้องร่วมกันจัดการกองทุนของเราเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและตรงความต้องการของเรา”

ด้าน นายสมหมาย เย็นงาม อบต. บางโทรัด กล่าวว่า การเกิดกองทุนสวัสดิการของบางโทรัดเกิดจากการที่ชาวบ้านเป็นหนี้นอกระบบเป็นจำนวนมาก จึงอยากหาทางออกให้กับชาวบ้าน ที่ไม่ต้องไปกู้นอกระบบ จึงชวนกันมาออมทรัพย์แล้วให้กู้ โดยใช้อัตราดอกเบี้ยน้อย และมีการปันผลในช่วงสิ้นปี แต่การออมทรัพย์ยังไม่มีเรื่องของสวัสดิการ จึงมีแนวคิดจัดที่จะจัดสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือเรื่องรักษาพยาบาล อาชีพ สงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส ปัจจุบันมีสมาชิก 300 กว่าคน แต่ยังครอบคลุมทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลบางโทรัด เพราะบางพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ โดยกองทุนของเราเก็บเงินจากสมาชิก จำนวน ๓๐ บาทต่อเดือน และได้รับงบประมาณสมทบจากรัฐบาลผ่าน พอช. แล้วจำนวน ๑๔๐,๐๐๐ บาท ทำให้เกิดความสุขในชุมชน คนมีสวัสดิการช่วยเหลือกัน

นายอร่าม สุนทรชื่น นายก อบต. อำแพง กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลอำแพง มีสมาชิกกว่า ๑,๐๐๐ คน มีการจัดสวัสดิการครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตาย  สมาชิกพอใจและมีความสุข ในขณะเดียวกัน นายก อบต. หลายท่านยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้เพียงพอ ทำให้กองทุนยังไม่ได้รับการสนับสนุน สำหรับตำบลอำแพงนั้นได้ต่อยอดมาจากกลุ่มออมทรัพย์และมีหลายภาคส่วนให้การสนับสนุน และนำเรื่องกองทุนสวัสดิการไว้ในแผนของตำบล เพื่อสมทบงบประมาณ ทั้งนี้ อบต. ได้สมทบงบประมาณแล้ว จำนวน ๓๖๕,๐๐๐ บาท            

ในการนี้เวทีสมัชชาดังกล่าว ได้มีการระดมข้อคิดเห็นและวางแนวทางการพัฒนากองทุนสวัสดิการคนสมุทรสาครให้ยั่งยืนร่วมกัน ดังนี้ การเชื่อมโยงกลุ่มองค์กรอื่น เพิ่มจำนวนสมาชิก มีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเป็นระบบ หน่วยงานภาคีในท้องถิ่นให้ความร่วมมือ สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง มีการพัฒนาคนทำงาน สร้างแกนนำรุ่นใหม่ สร้างเครือข่ายทุกระดับ และทำการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดีเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดสมุทรสาครได้มีเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะหนุนเสริมการขับเคลื่อนการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลคือ ประการแรก ให้ท้องถิ่น-รัฐบาลตั้งงบประมาณอุดหนุน สนับสนุนให้ต่อเนื่อง ประการถัดมา ให้มีกฎหมายรองรับสวัสดิการชุมชน เช่นการกำหนดในข้อบัญญัติ หรือเทศบัญญัติของท้องถิ่น และประการสุดท้าย มีการยกระดับพัฒนากองทุน รวมทั้งข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะหนุนเสริมการขับเคลื่อนการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนระดับชาติดังนี้ ในระดับประเทศ ให้มีการออกกฎหมายเป็น พ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนให้ยกระดับและพัฒนาเป็นสถาบันหรือธนาคารชุมชน (ให้ธนาคารที่รับฝากเงินของกองทุนสวัสดิการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้กับกองทุน)

2 resize 4 resize

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter