playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

1 resizeเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคมที่ผ่านมา เครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดปัตตานีร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปัตตานีและพอช.ได้ร่วมกันจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนขึ้นที่โรงแรมเซาท์เทอร์น อ.เมือง มีคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วทั้งจังหวัดเข้าร่วมกว่า ๕๐๐ คน

อาจารย์มัสลัน มาหามะ จากมหาวิทยาลัยอิสลาม (ตั้งอยู่ที่จ.ยะลา) กล่าวให้ข้อคิดกับผู้เข้าร่วมประชุมว่าสำหรับมุสลิม การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหน้าที่ ไม่ใช่ภาระ ไม่ต้องรอการสนับสนุนหรือกฎระเบียบจากรัฐบาลและอ้างถึงคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งมีสาระสำคัญว่า พระอัลเลาะห์จะไม่คุ้มครองชุมชนที่ไม่ดูแลผู้หิวโหย ชุมชนมุสลิมนั้นทุกคนต้องจ่ายซะกาตเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอยู่แล้วร้อยละ ๒.๕ ของรายได้

นักวิชาการอิสลามท่านนี้ยังให้ข้อคิดอีกว่าการไปร่วมพิธีฮัจน์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบียนั้นเป็นภารกิจของมุสลิม แต่สำหรับผู้ที่ไปครั้งแรกแล้ว น่าจะพิจารณานำเงินที่คาดว่าจะไปอีกครั้งมาช่วยเหลือคนอื่นบ้าง เพราะการไปแต่ละครั้งต้องใช้เงินประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท และ “คนที่ไปได้บุญเพียงลำพังตนเอง”

2 resizeผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายธีระ มินทราศักดิ์ กล่าวว่าปัตตานีมีของดีสามอย่างคือ ภูมิประเทศดีตั้งแต่ป่าเขาถึงทะเลและปัตตานีเป็นเมืองท่ามาตั้งแต่สมัยโบราณนับพันปี มีวัฒนธรรมดี คนหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนาอยู่ร่วมกันมาโดยไม่มีความขัดแย้ง และเป็นเมืองคนดี เป็นศูนย์กลางของการศึกษาศาสนาอิสลามในภูมิภาคนี้ “ใครจะตั้งปอเนาะต้องมาศึกษาที่ปัตตานี ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย อินโดนีเซีย” (ปอเนาะคือโรงเรียนสอนศาสนา) แนวนโยบายของตนในการบริหารงานจังหวัดปัตตานีคือการสร้างปัตตานีสันติสุข โดยการ “ทำความเข้าใจ ลดความหวาดระแวง สร้างความยุติธรรม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี”

จังหวัดปัตตานีมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว ๘๘ กองทุนจากจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ๑๑๓ แห่ง ได้รับงบประมาณสมทบจากรัฐบาลแล้ว ๔๙ กองทุน ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนที่มาร่วมประชุมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด และชมรมองค์การบริหารส่วนตำบล ลงนามในเจตนารมณ์ ๔ ข้อคือ จะจัดตั้งกองทุนในครบทุกตำบลภายในปี ๒๕๕๕ จะเพิ่มสมาชิกกองทุนกองทุนให้ได้ ร้อยละ๑๐ ของประชากรทั้งหมดภายในปี ๒๕๕๕ (ประมาณ ๖๗,๐๐๐ คนจากปัจจุบัน ๑๙,๐๐๐ คน ร้อยละ ๒.๗ ของประชากร) และภายในปี ๒๕๖๐ ให้ประชากรทุกคนเป็นสมาชิกกองทุนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกท้องถิ่นสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน

ในรอบปีที่ผ่านมากองทุนสวัสดิการของทั้งจังหวัดได้ให้การช่วยเหลือสมาชิก ๓,๖๙๐ ราย ใช้เงินกว่า ๔ ล้านบาท เป็นการช่วยเหลืองานศพ ๓๔๒ ราย เจ็บป่วย ๑,๕๑๘ ราย ช่วยเหลือคนชรา ๔๕๖ ราย เด็ก ๕๘๖ คนและสวัสดิการอื่นๆ

ในงานดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบโล่ห์ให้กำลังใจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนและเป็นผู้แทนมอบสวัสดิการให้กับสมาชิกด้วย อบต.ลูโบ๊ะยิไร อ.มายอ ให้การสนับสนุนกองทุนถึง ๖๐๐,๐๐๐ บาท เพราะกองทุนมีสมาชิกมากกว่าพันคน

ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกเหนือจากการจ่ายซะกาตเพื่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาสตามหลักศาสนาแล้ว ยังมีกองทุนฌาปนกิจที่ช่วยเหลืองานศพอยู่มากมายหลายตำบลและบางตำบลก็มาต่อยอดด้วยกองทุนสวัสดิการชุมชน เช่นที่ ต.ยามู อ.ยะหริ่ง ซึ่งมีช่วยเหลืองานศพ (เซรากัตมาตี) ด้วยการเก็บเงินจากสมาชิกทุกคนในตำบลคนละ ๑ บาท มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ได้เงินศพละประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ต่อมาเงินที่เก็บได้ลดลงเรื่อยๆ จนเหลือประมาณ ๑,๒๐๐ บาท จึงมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้นมา ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๓๐๐ คน คนตายกองทุนจ่ายให้ครอบครัว ๓,๐๐๐ บาท

3 resize 4 resize

5 resize 6 resize

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter