กองทุนสวัสดิการที่มีการบริหารจัดการที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราชคือกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ ต.ขุนทะเล อ.ลานสะกา ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี ๒๕๕๑ โดยอาสาสมัครผู้ดูแลคนพิการ มีสมาชิกเริ่มต้น ๓๕๑ คน แต่ปัจจุบันมีสมาชิกมากถึง ๒,๔๔๓ คน จากประชากรทั้งตำบลประมาณ ๑๐,๐๗๕ คนใน ๑๒ หมู่บ้าน
กองทุนเปิดรับสมาชิกทุกเดือน สมาชิกจ่ายเดือนละ ๓๐ บาท กองทุนมีรายรับประมาณเดือนละ ๗๐,๐๐๐ บาท รายจ่ายไม่เกินเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท มีเงินทุนตั้งแต่จัดตั้ง ๓.๔ ล้านบาท ปัจจุบันคงเหลือ ๓.๐ ล้านบาท เงินกองทุน๓.๔ ล้านบาทนั้น ๖๒%มาจากการสมทบของสมาชิกกองทุน
ประเด็นที่น่าสนใจของกองทุนที่นี่คือ คณะกรรมการหลายคนเป็นผู้พิการ รวมทั้งประธานกองทุน คุณรัชนี ธงทอง ด้วย และกองทุนมีกิจกรรมอาสาสมัครเยี่ยมคนพิการและคนแก่ทุกเดือนร่วมกับอาสาสมัครเยาวชนในตำบล คุณรัชนีบอกว่าในตำบลมีผู้พิการและคนแก่รวมกว่า ๔๐๐ คน ที่กองทุนดูแลอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในคุณสมบัติของสมาชิกที่กำหนดไว้ในระเบียบกองทุนบอกว่าต้องเป็นคน “มีจิตสาธารณะ ซื่อสัตย์สุจริต รักษาสัจจะ มีความเมตตา เอื้อาทรแก่เพื่อมนุษย์” กองทุนกำหนดการช่วยเหลือคนพิการเป็นกรณีพิเศษด้วยว่าทุกหมู่บ้านที่มีสมาชิก ๕๐คนขึ้นไป ให้คณะกรรมการคัดเลือกคนพิการ๑คนเป็นสมาชิกโดยไม่ต้องส่งสัจจะ แต่รับเงินช่วยเหลือเหมือนสมาชิกคนอื่น
สวัสดิการที่จัดให้สมาชิกคือเกิด (ระเบียบเขียนว่า “มีชีวิตหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป”) ๕๐๐ บาท จ่ายช่วยแม่คืนละ ๑๕๐ บาทไม่เกินสามคืน สมทบ ๑๕ ปีอายุครบ ๖๐ปี กองทุนจ่ายบำนาญปีละ ๕๐๐ บาท นอนโรงพยาบาลจ่ายให้ทั้งคนป่วยและคนเฝ้าไข้ และมีพิเศษว่าคนที่ไม่เบิกค่าเจ็บป่วยทุกรอบ ๕ ปี กองทุนจะงดเว้นเก็บเงินสมทบเป็นเวลา ๖ เดือนและคนที่สามารถเลิกเหล้าและบุหรี่ได้เด็ดขาดเป็นเวลา ๕ ปี ยกเว้นการฝากสัจจะ ๑ ปี (๓๖๕บาท)
ทางด้านการศึกษาสมาชิกฝากสัจจะครบ๗ปี มีทุนการศึกษาให้ ๕๐๐ บาท และให้ทุนการศึกษาบุตรหลานสมาชิกปีละ ๑๒ ทุน
กองทุนยังให้เงินกู้กับสมาชิกโดยไม่มีดอกเบี้ยไปลงทุนทำธุรกิจที่ “ไม่เอาเปรียบสังคมหรือทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายคุณภาพชีวิต” แต่ผลผลิตจากการลงทุนนี้ต้องขายให้สมาชิกอื่นในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด ๑ บาท สมาชิกที่กู้ได้ต้องเป็นสมาชิกครบ ๕ ปี กู้ได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท
ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมีการจ่ายสวัสดิการให้สมาชิกในรายการสำคัญคือ ตาย ๑๐๕ ราย ๔๒๗,๐๐๐ บาท (๕๙%) เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ๑,๐๒๐ ครั้ง ๒๖๔,๐๒๖ บาท(๓๖%) คลอดบุตร ๔๔ ราย ๒๗,๙๕๐ บาท โดยสมาชิกที่เป็นสมาชิกแล้ว ๑๘๐ วัน เสียชีวิตจ่าย ๒,๕๐๐ บาท เป็นสมาชิก๒ปี จ่าย ๑๐,๐๐๐ บาท
แผนการพัฒนากองทุนของที่นี่คือเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากกว่านี้อีก โดยการประชาสัมพันธ์เชิงรุก พัฒนาระบบบริหารจัดการ โดยเรียนคอมพอวเตอร์เพราะสมาชิกมาก การตรวจสอบเงินสมทบ เงินสวัสดิการต้องเสียเวลามาก ส่งเสริมการศึกษาให้มากกว่าปัจจุบันและนำเงินกองทุนบางส่วนไปสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน เช่น กลุ่มอาชีพ การจัดตั้งธนาคารข้าวสาร เป็นต้น
หลายหลากรูปแบบสวัสดิการชุมชนคนคอน
แม้ว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนในนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่จะยังคงเป็นเพื่อเกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่ก็มีการสนับสนุนในเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจหลายด้าน เช่น กองทุนสวัสดิการ ต.นาแว อ.ฉวาง (สมาชิก๑,๐๖๕ คน เงินทุน๘๗๑,๙๗๕ บาท) กำหนดระเบียบว่าสนับสนุนการรักษากระดูหักไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท และการรักษาคนที่ถูกงูกัด ไม่เกินรายละ ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งทั้งสองรายการนี้โดยปกติชาวบ้านจะรักษากับหมอพื้นบ้าน ไม่รักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเท่ากับเป็นการสืบทอดการรักษาด้วยหมอพื้นบ้านซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีกว่าโรงพยาบาล
กองทุนสวัสดิการที่ ต.ท่าไร่ บอกว่าสมาชิกคนไหนแต่งงานไปรับชุดแต่งงานได้เลยที่ร้าน กองทุนสวัสดิการเป็นคนจ่าย ช่วยสร้างครอบครัวใหม่
กองทุนสวัสดิการชุมชนจำนวนมาก กำหนดให้มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ ทั้งแบบกำหนดเพดานในแต่ละปีหรือกำหนดเพดานการช่วยเหลือแต่ละราย เช่น กองทุน ต.ควนกรด กำหนดเพดานเงินช่วยเหลือภัยพิบัติไว้ปีละ ๒๐,๐๐๐
ทางด้านการบริหารจัดการเงินทุนนั้น กองทุนที่นาแว สามารถเชื่อมโยงให้กองทุนหมู่บ้านตัดเงินกำไรร้อยละ๑๐ มาสมทบกองทุนสวัสดิการเป็นประจำทุกปี ในขณะที่กองทุน ต.นาทราย (เงินทุน ๑.๓ ล้านบาท สมาชิก ๘๘๘ คน) นำเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทไปซื้อบัตรเพิ่มทรัพย์ของธกส.เป็นต้น
หลายกองทุนสวัสดิการมีการจัดเงินบำนาญเตรียมไว้ให้สมาชิก เช่น ที่ ต.กะปาง (สมาชิก๑,๒๔๔ คน กองทุน ๑.๗ ล้านบาท) จ่ายเงินบำนาญสมาชิกที่สมทบครบ๑๕ ปี เดือนละ ๓๐๐ บาท ถ้าสะสมครบ ๖๐ ปี จ่ายบำนาญเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท เป็นต้น




