playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

nan nจังหวัดน่าน มีเป้าหมายจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล  ๙๙  ตำบล ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่เข้าเกณฑ์ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนงบประมาณ จำนวน ๓๘  กองทุน มีสมาชิกทั้งหมด ๔๗,๖๙๙ คน  โดยได้รับงบสมทบจากรัฐบาลรวม ๑๐,๕๖๖,๕๔๐ บาท ความหลากหลายและความงดงามที่ชุมชนได้พยายามร่วมกันจัดให้มีสวัสดิการเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในตำบล โดยยึดหลัก ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรีนั้น  มีมากมายหลายบทเรียนตามที่ได้นำเสนอผ่านเวทีสรุปบทเรียนการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนจังหวัดน่าน  ในงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัดน่าน และจากการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของกองทุน   จากทีมกองเลขาและคณะทำงานขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดน่าน  อย่างน่าสนใจดังนี้

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง อ. จังหวัดน่าน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ มีสมาชิกกองทุนทั้งหมด ๑,๔๓๖ คน ครอบคลุมทั้งตำบลใน ๘ หมู่บ้าน และจำนวนสมาชิกทั้งหมดของกองทุนมีสัดส่วนของเด็กและเยาวชนเข้ามาเป็นสมาชิกร่วมด้วย ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯได้เห็นความสำคัญกับการให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทุนและสร้างหลักประกันความมั่นคงของตนเองในอนาคตของ เด็กและเยาวชน ที่เริ่มจากการออมเงินเพื่อเป็นฐานการสร้างสวัสดิการให้กับตนเอง และเห็นว่ากลุ่มเด็กเหล่านี้เมื่อมีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับผู้ใหญ่แล้ว จะสามารถซึมซับและมีส่วนร่วมในกิจกรรมของกลุ่มสวัสดิการที่ผู้ใหญ่ได้ริเริ่ม โดยคาดว่าเด็กเยาวชนเหล่านี้คือผู้ “สืบทอด” อุดมการณ์สวัสดิการชุมชน

การบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง ไม่ได้แตกต่างจากกองทุนตำบลอื่นๆในพื้นที่จังหวัดน่าน  ตลอดถึงการจัดประเภทสวัสดิการ  ที่ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากสวัสดิการพื้นฐานคือ เกิด เจ็บป่วย และเสียชีวิต ในโอกาสสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนสมทบงบประมาณจากภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  คณะกรรมการกองทุนและสมาชิกจึงมีมติขยายฐานประเภทสวัสดิการให้กับสมาชิกไปที่กลุ่มเด็ก  และจัดสวัสดิการ “ทุนการศึกษา”  สร้างขวัญกำลังใจให้กับเด็ก เยาวชน ที่เป็นสมาชิกและเป็นกุศโลบายหนึ่งที่จะเชิญชวนให้พ่อแม่พาลูกหลานมาร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการและสร้างความเข้มแข็งให้กับสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง   โดยได้เริ่มจัดให้มีสวัสดิการ “ทุนการศึกษา” ในปี ๒๕๕๕ มีเงื่อนไขที่น่าสนใจและแตกต่างจากการให้ทุนการศึกษาที่เรามักได้ยินอยู่เสมอ เช่น ต้องเป็นเด็กเรียนดี  พฤติกรรมดี แต่ยากจน เกรดเฉลี่ยดี ตามแต่ผู้ให้ทุนจะสร้างเงื่อนไขมาผูกมัด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสร้างเงื่อนไขผลการเรียนสูงไว้ก่อน  แต่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตองจัดสวัสดิการ “ทุนการศึกษา”นั้น ไม่ได้มีเงื่อนไขเรื่องผลการเรียน หรือฐานะของเด็ก ขอเพียงแต่ให้เด็กคนนั้นเข้ามามีส่วนร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการตำบลโดย ๑. ต้องปฏิบัติตามระเบียบของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง  ๒.)ต้องเป็นสมาชิกเด็กหรือเยาวชนที่เข้าเป็นสมาชิกในปีแรกคือปี ๒๕๕๒ จึงจะมีสิทธิได้รับทุนการศึกษา ซึ่งกองทุนให้ทุนการศึกษาตั้งแต่ชั้น ป. ๑ ถึงปริญญาตรี จำนวน ทุนละ ๒๐๐ บาท ต่อคน โดยสรุปกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง ได้จัดสวัสดิการ “ทุนการศึกษา”ให้กับสมาชิกที่ผ่านเงื่อนไข ในปี ๒๕๕๕ จำนวน ๑๐๐ ทุน จากสมาชิกเด็กและเยาวชนทั้งหมด ๒๒๒ คน  เป็นเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท โดยมีเด็กและเยาวชนกระจายครอบคลุมทั้ง  ๘  หมู่บ้าน

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีสมาชิกทั้งหมด ๔,๑๓๙ คนครอบคลุม ๑๕ หมู่บ้าน ได้จัดสวัสดิการให้กับสมาชิกขั้นพื้นฐาน จำนวน ๓ เรื่องคือ เกิด เจ็บป่วย และเสียชีวิต และมีแผนงานการขยายฐานสวัสดิการในรูปแบบอื่น ๆ อีกตามศักยภาพของกองทุนที่สามารถจัดสวัสดิ์ได้ในอนาคต

bloodปลายปี ๒๕๕๔ คุณเอนก สิทธิ ผู้ประสานงานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดู่ใต้alt บอกเล่าแนวคิดเรื่องการขยายประเภทสวัสดิการขึ้นมา และสวัสดิการดังกล่าวใช้ชื่อว่า”สวัสดิการเลือด” ซึ่งฟังชื่อแล้วอาจจะน่ากลัว แต่ถ้าฟังแนวคิดแล้วน่าสนใจไม่น้อย เริ่มต้นจากมูลเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน คือ เมื่อกลางปี ๒๕๕๔ ได้มีสมาชิกกองทุนฯล้มป่วยลง และต้องการเลือดด่วน ในภาวะเร่งด่วนนั้นทางญาติไม่สามารถที่จะหาเลือดได้ทันที จึงประสานงานกับทางผู้นำชุมชนเพื่อขอรับบริจาคเลือด ผู้นำจึงได้ประกาศผ่านหอกระจายข่าวเสียงตามสายในหมู่บ้าน เพื่อขอรับการบริจาคเลือด แต่สุดท้ายแล้วพบว่าต้องใช้เวลาในการเช็คข้อมูล หาคนที่มีเลือดตรงกรุ๊ปตามต้องการ ด้วยเหตุที่ไม่ทราบว่าคนในชุมชนมีใครมีเลือดกรุ๊ปไหน    และมีความพร้อมที่จะบริจาคเลือดได้ในภาวะฉุกเฉิน  จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้แกนนำกองทุนสวัสดิการตำบลดู่ใต้ฯ ได้ทบทวนและจัดเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดร่วมกันและได้ข้อสรุปว่า ควรทำฐานข้อมูลของประชากรในตำบล   เบื้องแรกคือทำฐานข้อมูลกรุ๊ปเลือดของสมาชิกกองทุนสวัสดิการ   เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน จากนั้นแกนนำจึงได้แจ้งและเริ่มต้นทำงานโดยเก็บข้อมูลกรุ๊ปเลือดจากคนคนที่มีข้อมูลอยู่แล้ว   ส่วนคนที่ยังไม่มีข้อมูลก็ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลสุขภาพตำบล หรือ รพสต. เพื่อตรวจกรุ๊ปเลือด ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้ว ๗๐ % ถึงแม้ว่า ”กองทุนเลือด” ที่เป็นการริเริ่มโดยกลุ่มคนเล็ก ๆ ในตำบล แต่แนวคิดนี้กำลังบอกพวกเราทุกคนว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้ และเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ ที่เรามีโอกาสได้แบ่งปัน ทำบุญ และให้เลือดทำหน้าที่เชื่อมโยงและสร้างความผูกพันระหว่างผู้ให้และผู้รับ  ที่ประเมินเป็นมูลค่าไม่ได้ และแผนงานอนาคตของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดู่ใต้ นอกจากการสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพของกองทุนสวัสดิการให้เข้มแข็งและเอื้อประโยชน์กับสมาชิกทุกคนแล้ว   ยังได้วางแผนงานไว้ว่า ในวันสำคัญกองทุนฯจะร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด จัดกิจกรรม ร่วมกันบริจาคเลือด เพื่อเป็นสาธารณะกุศลต่อไป

Thailoe-nanกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลศิลาแลง อำเภอปัว  คุณเครือวัลย์  หาญยุทธ ผู้altประสานงานกองทุนฯ  บอกเล่าประสบการณ์สวัสดิการจากธรรมชาติที่ไม่ใช่ตัวเงินว่า     ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนไทลื้อ เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีชื่อเสียงในการจัดการทรัพยากรป่าต้นน้ำในพื้นที่อำเภอปัว  ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับผืนป่าอุทยานดอยภูคา ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำน่าน  ผืนป่าดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำ  หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรตลอดปี  เป็นแหล่งสมุนไพร ไม้ให้สี(สำหรับทอผ้าย้อมสีจากธรรมชาติ)เป็นคลังอาหารที่คนชุมชนหาได้ตลอดปี  จึงเป็นสวัสดิการให้กับคนในชุมชนและถือว่าเป็นสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน  แต่คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ส่วนสวัสดิการที่เป็นตัวเงินนั้น ตำบลศิลาแลงก็เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่มีพัฒนาการก่อเกิดจากกลุ่มคนเล็ก ๆ ในตำบล คือ กลุ่มทอผ้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ริเริ่ม ตั้งแต่ปี พ.ศ ๒๕๔๐ ภายใต้เครือข่ายแรงงานนอกระบบ  และเป็นสมาชิกเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคเหนือ ดูแลโดยสมาคมทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตำบลศิลาแลงจึงมีโอกาสได้นำพากลุ่ม ทอผ้าศิลาแลง ทำกิจกรรมพัฒนาเรื่องการตลาด  และมีการจัดสวัสดิการ  มีการพัฒนาแกนนำ  ฝึกอบรม   ปี ๒๕๔๖ เริ่มให้มีสมาชิกร่วมกันออมเพื่อการจัดสวัสดิการ  โดยอาศัยกลไกการทำงานร่วมในระดับภาค  สมาชิกออมคนละ 60 บาท  ดำเนินงานได้ในระยะหนึ่งแต่จัดสวัสดิการให้สมาชิกไม่เพียงพอ  ซึ่งขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ และใน ปี๒๕๔๙ ตำบลศิลาแลง ได้รับโอกาสเลือกเป็นตำบลนำร่อง  ของกองทุนหลักประกันสุขภาพ  จึงเกิดการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในระดับตำบล จึงปรับแนวคิด รวมกองทุนต่าง ๆ ในตำบลให้เป็นหนึ่งกองทุนและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งรณรงค์เรื่องการออมในกลุ่มสมาชิก เพื่อร่วมกันจัดสวัสดิการให้กับคนในตำบล  การทำงานเรื่องสวัสดิการของตำบลศิลาแลง จึงมาจากการแนวคิดและปฏิบัติการเพื่อจัดสวัสดิการโดยคนชุมชนมา เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน โดยคนในชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมและวางรากฐานการสร้างสวัสดิการของภาคประชาชนบนฐานการมีส่วนร่วม  ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลศิลแลงได้เติบโต และมีสมาชิก จำนวน ๒,๑๗๒ คน  สมาชิกมมีความหลากหลายทุกเพศทุกวัย ในตำบลมาร่วมกันออมและสร้างสวัสดิการเกิด เจ็บ ตาย และขยายฐานสวัสดิการให้กับกลุ่มผู้นำที่ออกเดินสำรวจป่าชุมชน จัดสวัสดิการให้กับผู้ยากลำบากให้มีโอกาสได้ออมและได้ใช้สวัสดิการเหมือนคนอื่น ๆ ในตำบล

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นการดำเนินงานต่อยอดจากโครงการบ้านมั่นคงชนบท ที่ตำบลศรีษะเกษได้รับการสนับสนุนกระบวนการและงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)  เริ่มด้วยกองทุนสวัสดิการชุมชนวันละ๑ บาท  ที่เกิดจากการรวมตัวของคนกลุ่มเล็ก ๆ ในตำบล ที่มีรายได้น้อย มีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและการได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงชนบทในครั้งนั้น  ทำให้กลุ่มแกนนำชุมชนได้หารือร่วมกันว่า การพัฒนาครอบครัวและพัฒนาชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยและหลักประกันให้กับชีวิตนั้น   ต้องเริ่มต้นที่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ให้ดีก่อน โดยเริ่มจากการออม  คนในบ้านต้องรู้จักประหยัด  อดออม และสะสมทรัพย์ไว้เป็นทุนในอนาคต  จึงร่วมตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสวัสดิการ(ออมวันละ ๑ บาท)ขึ้น แรกเริ่มมีผู้สนใจจำนวน ๑๙๓   ปัจจุบัน มีสมาชิกเป็นหลักพันครอบคลุมทั้งตำบล   และมีแผนงานที่จะขยายฐานสมาชิกทุกปี แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน

Gemuseกองทุนสวัสดิการวันละ๑บาทของตำบลศรีษะเกษ ได้มีการจัดประเภทของสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้กับสมาชิกกองทุนเหมือนกับกองทุนอื่นๆ ทั่วไป คือเกิด เจ็บป่วย เสียชีวิต  และที่น่าสนใจที่กองทุนสวัสดิการใช้เป็นกุศโลบายให้สมาชิกกองทุนของตนเองได้รับสวัสดิการแบบไม่รู้ตัว และเป็นกุศโลบายที่ทางกลุ่มเห็นว่า   altถ้าสมาชิกลงมือทำแล้วจะได้รับสวัสดิการคืนให้กับคนในครอบครัวอย่างแน่นอน ทั้งในด้านของอาหาร ความปลอดภัย ประหยัด แบ่งปัน ช่วยเหลือกัน นั้นก็คือ สวัสดิการที่เกิดจาก การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองในครอบครัว เพื่อเป็นช่องทางในการประหยัดรายจ่าย หรือสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ตลอดถึงเป็นคลังอาหารให้กับคนในครอบครัว  ซึ่งแนวคิดนี้ คณะกรรมได้ใช้หลักพิจารณาว่าครอบครัวไหนมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้ที่บ้าน กองทุนมีรางวัลมอบให้กับครอบครัวนั้น ๆ โดยมอบเป็นเงินรางวัลให้ตามจำนวนชนิดพืชที่ปลูก ชนิดละ ๑ บาท และรางวัลดังกล่าวนี้จะมีการมอบให้ตอนสิ้นปี ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นการสร้างสวัสดิการอีกรูปแบบหนึ่งที่กองทุนสวัสดิการวันละ ๑ บาทชุมชนตำบลศรีษะเกษได้ริเริ่มขึ้นโดยเริ่มจากกลุ่มคนเล็ก ๆ ในตำบล และขยายฐานออกสู่คนในวงกว้าง และคิดค้นหาวิธีการและรูปแบบการจัดสวัสดิการที่หลากหลาย  บนฐานการร่วมคิดร่วมสร้างจากสมาชิก

ในด้านภาพรวมของการเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด  ผู้เข้าร่วมในเวทีประชุมสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัด  ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เต็มที่  การเพิ่มจำนวนสมาชิกกองทุนและการจัดสวัสดิการให้หลากหลายรูปแบบ สอดคล้องกับเงินกองทุนและปัญหาของแต่ละพื้นที่  
 
 
ขอบคุณภาพจาก : กรมประชาสัมพันธ์,thaifarmers.org,cheewajit.com

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter