จังหวัดน่าน มีเป้าหมายจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ๙๙ ตำบล ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่เข้าเกณฑ์ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนงบประมาณ จำนวน ๓๘ กองทุน มีสมาชิกทั้งหมด ๔๗,๖๙๙ คน โดยได้รับงบสมทบจากรัฐบาลรวม ๑๐,๕๖๖,๕๔๐ บาท ความหลากหลายและความงดงามที่ชุมชนได้พยายามร่วมกันจัดให้มีสวัสดิการเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในตำบล โดยยึดหลัก ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรีนั้น มีมากมายหลายบทเรียนตามที่ได้นำเสนอผ่านเวทีสรุปบทเรียนการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนจังหวัดน่าน ในงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัดน่าน และจากการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของกองทุน จากทีมกองเลขาและคณะทำงานขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดน่าน อย่างน่าสนใจดังนี้
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง อ. จังหวัดน่าน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ มีสมาชิกกองทุนทั้งหมด ๑,๔๓๖ คน ครอบคลุมทั้งตำบลใน ๘ หมู่บ้าน และจำนวนสมาชิกทั้งหมดของกองทุนมีสัดส่วนของเด็กและเยาวชนเข้ามาเป็นสมาชิกร่วมด้วย ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯได้เห็นความสำคัญกับการให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทุนและสร้างหลักประกันความมั่นคงของตนเองในอนาคตของ เด็กและเยาวชน ที่เริ่มจากการออมเงินเพื่อเป็นฐานการสร้างสวัสดิการให้กับตนเอง และเห็นว่ากลุ่มเด็กเหล่านี้เมื่อมีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับผู้ใหญ่แล้ว จะสามารถซึมซับและมีส่วนร่วมในกิจกรรมของกลุ่มสวัสดิการที่ผู้ใหญ่ได้ริเริ่ม โดยคาดว่าเด็กเยาวชนเหล่านี้คือผู้ “สืบทอด” อุดมการณ์สวัสดิการชุมชน
การบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง ไม่ได้แตกต่างจากกองทุนตำบลอื่นๆในพื้นที่จังหวัดน่าน ตลอดถึงการจัดประเภทสวัสดิการ ที่ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากสวัสดิการพื้นฐานคือ เกิด เจ็บป่วย และเสียชีวิต ในโอกาสสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนสมทบงบประมาณจากภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการกองทุนและสมาชิกจึงมีมติขยายฐานประเภทสวัสดิการให้กับสมาชิกไปที่กลุ่มเด็ก และจัดสวัสดิการ “ทุนการศึกษา” สร้างขวัญกำลังใจให้กับเด็ก เยาวชน ที่เป็นสมาชิกและเป็นกุศโลบายหนึ่งที่จะเชิญชวนให้พ่อแม่พาลูกหลานมาร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการและสร้างความเข้มแข็งให้กับสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง โดยได้เริ่มจัดให้มีสวัสดิการ “ทุนการศึกษา” ในปี ๒๕๕๕ มีเงื่อนไขที่น่าสนใจและแตกต่างจากการให้ทุนการศึกษาที่เรามักได้ยินอยู่เสมอ เช่น ต้องเป็นเด็กเรียนดี พฤติกรรมดี แต่ยากจน เกรดเฉลี่ยดี ตามแต่ผู้ให้ทุนจะสร้างเงื่อนไขมาผูกมัด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสร้างเงื่อนไขผลการเรียนสูงไว้ก่อน แต่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตองจัดสวัสดิการ “ทุนการศึกษา”นั้น ไม่ได้มีเงื่อนไขเรื่องผลการเรียน หรือฐานะของเด็ก ขอเพียงแต่ให้เด็กคนนั้นเข้ามามีส่วนร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการตำบลโดย ๑. ต้องปฏิบัติตามระเบียบของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง ๒.)ต้องเป็นสมาชิกเด็กหรือเยาวชนที่เข้าเป็นสมาชิกในปีแรกคือปี ๒๕๕๒ จึงจะมีสิทธิได้รับทุนการศึกษา ซึ่งกองทุนให้ทุนการศึกษาตั้งแต่ชั้น ป. ๑ ถึงปริญญาตรี จำนวน ทุนละ ๒๐๐ บาท ต่อคน โดยสรุปกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถืมตอง ได้จัดสวัสดิการ “ทุนการศึกษา”ให้กับสมาชิกที่ผ่านเงื่อนไข ในปี ๒๕๕๕ จำนวน ๑๐๐ ทุน จากสมาชิกเด็กและเยาวชนทั้งหมด ๒๒๒ คน เป็นเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท โดยมีเด็กและเยาวชนกระจายครอบคลุมทั้ง ๘ หมู่บ้าน
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีสมาชิกทั้งหมด ๔,๑๓๙ คนครอบคลุม ๑๕ หมู่บ้าน ได้จัดสวัสดิการให้กับสมาชิกขั้นพื้นฐาน จำนวน ๓ เรื่องคือ เกิด เจ็บป่วย และเสียชีวิต และมีแผนงานการขยายฐานสวัสดิการในรูปแบบอื่น ๆ อีกตามศักยภาพของกองทุนที่สามารถจัดสวัสดิ์ได้ในอนาคต
ปลายปี ๒๕๕๔ คุณเอนก สิทธิ ผู้ประสานงานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดู่ใต้alt บอกเล่าแนวคิดเรื่องการขยายประเภทสวัสดิการขึ้นมา และสวัสดิการดังกล่าวใช้ชื่อว่า”สวัสดิการเลือด” ซึ่งฟังชื่อแล้วอาจจะน่ากลัว แต่ถ้าฟังแนวคิดแล้วน่าสนใจไม่น้อย เริ่มต้นจากมูลเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน คือ เมื่อกลางปี ๒๕๕๔ ได้มีสมาชิกกองทุนฯล้มป่วยลง และต้องการเลือดด่วน ในภาวะเร่งด่วนนั้นทางญาติไม่สามารถที่จะหาเลือดได้ทันที จึงประสานงานกับทางผู้นำชุมชนเพื่อขอรับบริจาคเลือด ผู้นำจึงได้ประกาศผ่านหอกระจายข่าวเสียงตามสายในหมู่บ้าน เพื่อขอรับการบริจาคเลือด แต่สุดท้ายแล้วพบว่าต้องใช้เวลาในการเช็คข้อมูล หาคนที่มีเลือดตรงกรุ๊ปตามต้องการ ด้วยเหตุที่ไม่ทราบว่าคนในชุมชนมีใครมีเลือดกรุ๊ปไหน และมีความพร้อมที่จะบริจาคเลือดได้ในภาวะฉุกเฉิน จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้แกนนำกองทุนสวัสดิการตำบลดู่ใต้ฯ ได้ทบทวนและจัดเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดร่วมกันและได้ข้อสรุปว่า ควรทำฐานข้อมูลของประชากรในตำบล เบื้องแรกคือทำฐานข้อมูลกรุ๊ปเลือดของสมาชิกกองทุนสวัสดิการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน จากนั้นแกนนำจึงได้แจ้งและเริ่มต้นทำงานโดยเก็บข้อมูลกรุ๊ปเลือดจากคนคนที่มีข้อมูลอยู่แล้ว ส่วนคนที่ยังไม่มีข้อมูลก็ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลสุขภาพตำบล หรือ รพสต. เพื่อตรวจกรุ๊ปเลือด ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้ว ๗๐ % ถึงแม้ว่า ”กองทุนเลือด” ที่เป็นการริเริ่มโดยกลุ่มคนเล็ก ๆ ในตำบล แต่แนวคิดนี้กำลังบอกพวกเราทุกคนว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้ และเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ ที่เรามีโอกาสได้แบ่งปัน ทำบุญ และให้เลือดทำหน้าที่เชื่อมโยงและสร้างความผูกพันระหว่างผู้ให้และผู้รับ ที่ประเมินเป็นมูลค่าไม่ได้ และแผนงานอนาคตของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดู่ใต้ นอกจากการสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพของกองทุนสวัสดิการให้เข้มแข็งและเอื้อประโยชน์กับสมาชิกทุกคนแล้ว ยังได้วางแผนงานไว้ว่า ในวันสำคัญกองทุนฯจะร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด จัดกิจกรรม ร่วมกันบริจาคเลือด เพื่อเป็นสาธารณะกุศลต่อไป
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลศิลาแลง อำเภอปัว คุณเครือวัลย์ หาญยุทธ ผู้altประสานงานกองทุนฯ บอกเล่าประสบการณ์สวัสดิการจากธรรมชาติที่ไม่ใช่ตัวเงินว่า ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนไทลื้อ เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีชื่อเสียงในการจัดการทรัพยากรป่าต้นน้ำในพื้นที่อำเภอปัว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับผืนป่าอุทยานดอยภูคา ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำน่าน ผืนป่าดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำ หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรตลอดปี เป็นแหล่งสมุนไพร ไม้ให้สี(สำหรับทอผ้าย้อมสีจากธรรมชาติ)เป็นคลังอาหารที่คนชุมชนหาได้ตลอดปี จึงเป็นสวัสดิการให้กับคนในชุมชนและถือว่าเป็นสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน แต่คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ส่วนสวัสดิการที่เป็นตัวเงินนั้น ตำบลศิลาแลงก็เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่มีพัฒนาการก่อเกิดจากกลุ่มคนเล็ก ๆ ในตำบล คือ กลุ่มทอผ้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ริเริ่ม ตั้งแต่ปี พ.ศ ๒๕๔๐ ภายใต้เครือข่ายแรงงานนอกระบบ และเป็นสมาชิกเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคเหนือ ดูแลโดยสมาคมทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตำบลศิลาแลงจึงมีโอกาสได้นำพากลุ่ม ทอผ้าศิลาแลง ทำกิจกรรมพัฒนาเรื่องการตลาด และมีการจัดสวัสดิการ มีการพัฒนาแกนนำ ฝึกอบรม ปี ๒๕๔๖ เริ่มให้มีสมาชิกร่วมกันออมเพื่อการจัดสวัสดิการ โดยอาศัยกลไกการทำงานร่วมในระดับภาค สมาชิกออมคนละ 60 บาท ดำเนินงานได้ในระยะหนึ่งแต่จัดสวัสดิการให้สมาชิกไม่เพียงพอ ซึ่งขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ และใน ปี๒๕๔๙ ตำบลศิลาแลง ได้รับโอกาสเลือกเป็นตำบลนำร่อง ของกองทุนหลักประกันสุขภาพ จึงเกิดการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในระดับตำบล จึงปรับแนวคิด รวมกองทุนต่าง ๆ ในตำบลให้เป็นหนึ่งกองทุนและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งรณรงค์เรื่องการออมในกลุ่มสมาชิก เพื่อร่วมกันจัดสวัสดิการให้กับคนในตำบล การทำงานเรื่องสวัสดิการของตำบลศิลาแลง จึงมาจากการแนวคิดและปฏิบัติการเพื่อจัดสวัสดิการโดยคนชุมชนมา เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน โดยคนในชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมและวางรากฐานการสร้างสวัสดิการของภาคประชาชนบนฐานการมีส่วนร่วม ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลศิลแลงได้เติบโต และมีสมาชิก จำนวน ๒,๑๗๒ คน สมาชิกมมีความหลากหลายทุกเพศทุกวัย ในตำบลมาร่วมกันออมและสร้างสวัสดิการเกิด เจ็บ ตาย และขยายฐานสวัสดิการให้กับกลุ่มผู้นำที่ออกเดินสำรวจป่าชุมชน จัดสวัสดิการให้กับผู้ยากลำบากให้มีโอกาสได้ออมและได้ใช้สวัสดิการเหมือนคนอื่น ๆ ในตำบล
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นการดำเนินงานต่อยอดจากโครงการบ้านมั่นคงชนบท ที่ตำบลศรีษะเกษได้รับการสนับสนุนกระบวนการและงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เริ่มด้วยกองทุนสวัสดิการชุมชนวันละ๑ บาท ที่เกิดจากการรวมตัวของคนกลุ่มเล็ก ๆ ในตำบล ที่มีรายได้น้อย มีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและการได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงชนบทในครั้งนั้น ทำให้กลุ่มแกนนำชุมชนได้หารือร่วมกันว่า การพัฒนาครอบครัวและพัฒนาชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยและหลักประกันให้กับชีวิตนั้น ต้องเริ่มต้นที่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ให้ดีก่อน โดยเริ่มจากการออม คนในบ้านต้องรู้จักประหยัด อดออม และสะสมทรัพย์ไว้เป็นทุนในอนาคต จึงร่วมตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสวัสดิการ(ออมวันละ ๑ บาท)ขึ้น แรกเริ่มมีผู้สนใจจำนวน ๑๙๓ ปัจจุบัน มีสมาชิกเป็นหลักพันครอบคลุมทั้งตำบล และมีแผนงานที่จะขยายฐานสมาชิกทุกปี แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน
กองทุนสวัสดิการวันละ๑บาทของตำบลศรีษะเกษ ได้มีการจัดประเภทของสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้กับสมาชิกกองทุนเหมือนกับกองทุนอื่นๆ ทั่วไป คือเกิด เจ็บป่วย เสียชีวิต และที่น่าสนใจที่กองทุนสวัสดิการใช้เป็นกุศโลบายให้สมาชิกกองทุนของตนเองได้รับสวัสดิการแบบไม่รู้ตัว และเป็นกุศโลบายที่ทางกลุ่มเห็นว่า altถ้าสมาชิกลงมือทำแล้วจะได้รับสวัสดิการคืนให้กับคนในครอบครัวอย่างแน่นอน ทั้งในด้านของอาหาร ความปลอดภัย ประหยัด แบ่งปัน ช่วยเหลือกัน นั้นก็คือ สวัสดิการที่เกิดจาก การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองในครอบครัว เพื่อเป็นช่องทางในการประหยัดรายจ่าย หรือสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ตลอดถึงเป็นคลังอาหารให้กับคนในครอบครัว ซึ่งแนวคิดนี้ คณะกรรมได้ใช้หลักพิจารณาว่าครอบครัวไหนมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้ที่บ้าน กองทุนมีรางวัลมอบให้กับครอบครัวนั้น ๆ โดยมอบเป็นเงินรางวัลให้ตามจำนวนชนิดพืชที่ปลูก ชนิดละ ๑ บาท และรางวัลดังกล่าวนี้จะมีการมอบให้ตอนสิ้นปี ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นการสร้างสวัสดิการอีกรูปแบบหนึ่งที่กองทุนสวัสดิการวันละ ๑ บาทชุมชนตำบลศรีษะเกษได้ริเริ่มขึ้นโดยเริ่มจากกลุ่มคนเล็ก ๆ ในตำบล และขยายฐานออกสู่คนในวงกว้าง และคิดค้นหาวิธีการและรูปแบบการจัดสวัสดิการที่หลากหลาย บนฐานการร่วมคิดร่วมสร้างจากสมาชิก
ในด้านภาพรวมของการเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด ผู้เข้าร่วมในเวทีประชุมสมัชชาสวัสดิการชุมชนจังหวัด ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เต็มที่ การเพิ่มจำนวนสมาชิกกองทุนและการจัดสวัสดิการให้หลากหลายรูปแบบ สอดคล้องกับเงินกองทุนและปัญหาของแต่ละพื้นที่
ขอบคุณภาพจาก : กรมประชาสัมพันธ์,thaifarmers.org,cheewajit.com




