playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     ลำปาง/ คณะทำงานสื่อชุมชนภาคเหนือ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนแม่บทสื่อชุมชนและการเชื่อมร้อยเครือข่ายสื่อภาคเหนือเมื่อวันที่ ๖- ๗ เมษายน ๒๕๕๔ ณ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จังหวัดลำปาง  โดยมีเข้าร่วมประมาณ ๗๐ คน

     ด.ต.สุขสัณห์ ภิชัย คณะทำงานขบวนสื่อชุมชนภาคเหนือ กล่าวว่า การจัดทำแผนแม่บทสื่อชุมชนและเชื่อมร้อยเครือข่ายสื่อภาคเหนือในครั้งนี้  เป็นกิจกรรมหนึ่งตามโครงการพัฒนาสื่อชุมชนภาคเหนือ ได้รับงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  ซึ่งตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป การทำงานจะใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ทางพอช.ภาคเหนือได้กำหนดไว้ ๔๐ ตำบล จัดการตนเอง  ดังนั้นคนทำสื่อ ต้องมาทำความเข้าใจและเรียนรู้ว่าพื้นที่แต่ละตำบลนั้นต้องการอะไร มีประเด็นใดเป็นจุดเด่น ซึ่งการทำงานภาคประชาสังคมไม่ใช่งานของคนใดคนหนึ่ง ต้องบูรณาการในการไปหนุนเสริมการทำงานของจังหวัด ต้องทำการสื่อสารการทำงานของคนในพื้นที่ เกิดการหลอมรวมการทำงานเพื่อการสื่อสารทุกๆประเด็น

     นายมนตรี อิ่มเอก กล่าวว่า เรื่องราวการจัดทำแผนแม่บทภาคประชาชน เป็นเป้าหมายสำคัญ ซึ่งต่อไปกระบวนการขับเคลื่อนในเรื่องของสื่อนั้น สภาองค์กรชุมชนจะเป็นตัวหลักในเรื่องของการทำงานของภาคประชาชน ส่วนใหญ่ภาคประชาชนเราจะทำตามกรอบและแผนที่รัฐวางไว้  เพราะฉะนั้นเราต้องเอาข้อมูลข่าวสารมาจัดการเอง กระบวนการขับเคลื่อนการทำงานของสื่อภาคประชาชน ทาง พอช. ได้ช่วยสนับสนุนงบประมาณ แต่การที่เราจะขับเคลื่อนเฉพาะสื่อเพียงอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้ ต้องพัฒนาศักยภาพของคนทำสื่อให้เป็นนักสื่อสารที่มีคุณภาพ  และสื่อสารได้อย่างถูกต้อง ตามช่องทางต่างๆ  สิ่งเหล่านี้จะทำให้งานพัฒนานั้นสำเร็จ สื่อเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้นที่จะทำให้งานต่างๆสำเร็จ  ในระดับชาติเราก็มีการแผน มีพรบ.จัดสรรคลื่นความถี่ ถ้าทำแผนแม่บทแล้ว จะมีผลกระทบต่อเราอย่างไร ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของคนทำสื่อ แต่เป็นผลกระทบต่อพวกเราทุกคน  

    นายสุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการคณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) กล่าวว่า การทำงานเรื่องสื่อชุมชน เช่น วิทยุชุมชน เราต้องตั้งโจทย์และตั้งปัญหา จึงจะสร้างคุณค่าได้ ในส่วนที่เป็นปัญหาคือเรื่องวิทยุชุมชน การใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ในอากาศ เมื่อกล่าวถึงเรื่อง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มีเรื่องการออกใบอนุญาตวิทยุชุมชน มีวิทยุขนาดเล็กเข้ามาอยู่ในกระบวนการนี้ ปัจจุบันมีวิทยุขนาดเล็ก ๖,๖๒๙ แห่ง ที่ต่อสู้กันมา จะจัดสรรตามมาตรา ๘๑ หรือ ๘๕ จะมีการจัดสรรได้ก็ต่อเมื่อมีแผนแม่บทคลื่นความถี่ ในแผนแม่บทจะมีการเปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอลคาดว่าจะเสร็จเดือนพฤษภา  ซึ่งอนาคตอาจจะมีช่องคลื่นโทรคมนาคม สำหรับภัยพิบัติก็ได้ ขณะนี้มีหลายกลุ่ม ถ้ามีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จะทำให้คณะกรรมการจะต้องรีบนำไปดำเนินการ

      ผศ.ณัฐรดา วงษ์นายะ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร กล่าวว่า สื่อชุมชนภาคเหนือมีการจัดทำแผน ๓ ปี มีทั้งยุทธศาสตร์ พันธกิจ ทำให้มองเห็นว่าแผนที่ทำเป็นภาพใหญ่ๆ แต่จังหวัดมีบริบทที่ต่างกัน แผนจึงยังไม่เหมาะสมกับเรื่องในพื้นที่ จึงอยากให้นำแผนมาเป็นกรอบ และนำข้อมูลชุมชน พื้นที่มา อยากให้ปรับเปลี่ยนวิธีคิด ในเรื่องของการพัฒนา เราต่างคนต่างทำงาน มันเหมือนต่างคนต่างทำงาน น่าจะมาปรับวิธีคิดว่าเรามาทำงานพัฒนาร่วมกัน ไม่แยกงานสภา หรืองานสื่อ ในส่วนของการจัดทำแผนแม่บท ซึ่งมีคนใช้กันเยอะมาก แผนแม่บทชุมชนมีหลายปัจจัย แต่กลไกที่สำคัญคือ การวางแผนที่ไม่สำเร็จของภาครัฐจากบนลง ล่าง ขาดการมีส่วนร่วม ปัญหาโครงการพัฒนา ไม่สามารถตอบสนองกลไกแต่ละพื้นที่ได้ การจัดการไม่เหมือนกัน  
     สำหรับการทำเป้าหมายของแผนแม่บทชุมชน คือการสนับสนุนให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้ามามีส่วนร่วม  ชุมชนจัดการตนเอง ก็คือการเรียนรู้ร่วมกัน จัดการทุนที่ตัวเองมีอยู่ เช่น คน ภูมิปัญญา ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในชุมชนแต่ละแห่ง ต้องจัดารความสัมพันธ์ของชุมชนและสังคมนั้นด้วย  สำหรับแนวคิดการทำแผนแม่บทชุมชน ทุกคนต้องร่วมคิดวิเคราะห์ชุมชน อาจมีการจัดเวทีระดมความคิดในการทำแผน  การจัดการความรู้ข้อมูล ของแต่ละกลุ่มย่อยๆ เนื่องจากแต่ละตำบลมีข้อมูลเยอะมาก ซึ่งข้อมูลคือความคิดของคน ทุกความคิดของทุกคนมีความสำคัญ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในความสำคัญ ร่วมแบ่งปันผลประโยชน์ ร่วมประเมินและตรวจสอบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือกระบวนการเรียนรู้ เกิดความสามัคคี สังคมที่มีปัญญาสามารถเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายให้อุดมสมบูรณ์ได้ สังคมใดที่ไม่มีปัญญาเปลี่ยนพื้นที่อุดมสมบูรณ์เป็นพื้นที่ทะเลทรายได้

    นายประทีป บุญหมั้น คณะอนุกรรมการภาคเหนือ กล่าวว่า คณะทำงานขบวนสื่อชุมชนภาคเหนือ ได้กำหนดยุทธศาสตร์และแผนงานระยะ๓ปี (๒๕๕๔-๒๕๕๖) ซึ่งได้วางไว้ ๔ ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์การประสานความร่วมมือหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยุทธศาสตร์ด้านการยกระดับการสื่อสารชุมชนที่เข้มข้นสู่นโยบายสาธารณะ ยุทธศาสตร์ที่๓ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อการสื่อสารชุมชน ยุทธศาสตร์ที่๔ การเชื่อมโยงขบวนสื่อชุมชนและขวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัด ภายใต้ยุทธศาสตร์ “องค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการปฏิรูปสื่อและประชาสัมพันธ์” อยากจะให้ผู้ตัวแทนแต่ละจังหวัดได้คุยกันเรื่องของการใช้แผนที่แต่ละตำบลได้เสนอขึ้นมา สำหรับแผนการสนับสนุนให้เกิดสำนักข่าวประจำตำบล ที่ผู้เข้าในเวทีได้เสนอมานั้น  ต่อไปงบประมาณจะลงที่ตำบลจังหวัดเป็นเพียงผู้เก็บรวบรวมข้อมูล สำนักข่าวแต่ละตำบลจะต้องเชื่อมงานทุกประเด็น  เพื่อเผยแพร่ต่อสารธารณะต่อไป

 

ดาวน์โหลด ข้อเสนอแผนแม่บทสื่อชุมชนภาคเหนือต่อนโยบาย  

ดวงมณี  เครื่องร้อน รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter