playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ทุกวันนี้ขบวนการผลิตของชาวนาไทย ทุกขั้นทุกตอนล้วนต้องอาศัยปัจจัยจากภายนอกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี เครื่องจักร เมล็ดพันธุ์ เปลี่ยนจากคนทำนา เป็นคนจัดการนา ผลที่ตามมาก็คือ ? ขาดทุน !?

นายบุญฤทธิ์ บุญประเสริฐ ประธานบริหารกลุ่มเกษตรกรทำนาตำบลหนองกระทุ่ม เล่าให้ฟังว่า ชาวนาที่ ต.หนองกระทุ่ม อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เคยเจอกับภาวะหนี้สินอันเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตสูง รายได้ต่ำ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2544 หลังเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ผลผลิตตกต่ำขนานใหญ่ ชาวบ้านจึงได้หันมาให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้ไปขอคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรอำเภอ กลับมาชวนเพื่อนบ้านได้ประมาณ 10 คน ตั้งกลุ่มกันขึ้นมา เพราะคนอื่นยังไม่เชื่อว่าทำแล้วจะสามารถปลดหนี้ได้

กลุ่มฯ ได้มีการคัดเลือกพันธุ์ข้าวหอมมะลิพื้นเมือง ที่มีความหอมตั้งแต่ตั้งท้องในแปลงนา จนสีเป็นข้าวกล้องกระทั่งหุงเป็นข้าวสวย นอกจากนี้ยังมีการทำเกษตรแบบผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ ปลูกผัก เลี้ยงควาย เป็ด ไก่ ควบคู่กันไปด้วย รวมไปถึงการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สีข้าวกล้องจากเครื่องสีข้าวด้วยมือแบบโบราณจำหน่าย

หลังจากปลูกพันธุ์ข้าวไว้จำหน่ายอย่างเป็นระบบแล้ว กลุ่มมีการคัดพันธุ์ข้าวหอมมะลิไว้ขาย เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต โดยมีการแยกแปลงปลูกเพื่อไว้จำหน่ายพันธุ์ข้าวโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อก่อนขายข้าวเปลือกได้ราคาเกวียนละประมาณ 7,000 บาท แต่พอมาขายพันธุ์ข้าวทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ตกแล้วเกวียนละ 10,000 ? 15,000 บาท พร้อมกันนี้ได้เริ่มหันกลับมาทำนาปลอดสารพิษและทำเกษตรผสมผสานควบคู่ไปด้วย ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิตในเรื่องของค่าสารเคมี และยังได้ข้าวปลอดสารพิษที่เมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารกล้องแล้วขายได้ราคาดีเช่นกัน

จากนั้นก็มีแนวคิดอยากจะทำผลิตภัณฑ์ของตำบลขึ้นมาซักอย่างหนึ่ง จึงคิดที่จะฟื้นฟูภูมิปัญญาในการทำ ? เครื่องสีข้าวด้วยมือแบบโบราณ? ที่ถูกลืมและเลิกใช้ไปแล้วเป็นเวลา 40 ปี ยังคงเหลือซากผุพังหรืออยู่ในสภาพที่ใช้ไม่ได้ให้เห็น เป็นการผลิตแบบพอเพียง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าหน้าที่เกษตรที่อยากให้มีการฟื้นการทำเครื่องสีข้าวด้วยมือขึ้นมา เป็นความภูมิปัญญาท้องถิ่นที่บรรพบุรุษเคยสั่งสอนการทำมาแต่เดิม

เครื่องสีข้าวด้วยมือแบบโบราณนี้เป็นเครื่องสีข้าวที่ใช้สีข้าวเปลือกให้เป็นข้าวกล้อง มีกระบวนการทำคือเอาข้าวเปลือกใส่ข้างบนฝาสีหรือถังหมุน จากนั้นหมุนจากทางด้านขวาไปทางด้านซ้าย ข้าวเปลือกจะถูกสีกะเทาะเปลือกมาอยู่ที่ถาดรองแล้วนำออกไปฝัดกระด้ง เอาเปลือกออก จากนั้นมาคัดข้าวปลายในตะแกรงคัดปลาย ก็จะได้ข้าวกล้องไปหุงได้

ผลจากการรื้อฟื้นการทำเครื่องสีข้าวขึ้นมาทำให้มีการสั่งซื้อเครื่องสีข้าวเป็นจำนวนมาก เกิดงานและรายได้แก่สมาชิกรวมทั้งคนในหมู่บ้าน ทั้งนี้เครื่องสีข้าวโบราณ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ ได้ทำการผลิต 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก( 1 กำ / 3 นิ้ว) ราคา 500 บาท , ขนาดกลาง (3 กำ / 9 นิ้ว) ราคา 1,000 บาท , ขนาดใหญ่(6 กำ / 18 นิ้ว) ราคา 2,000 บาท สามารถสร้างงาน เพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มชาวนาบ้านหัวดงได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันกลุ่มทำนำตำบลหนองกระทุ่มมีสมาชิก 2 ประเภท คือ สมาชิกถาวร จำนวน 20 คน และสมาชิกสมทบ จำนวน 28 คน มีการบริหารจัดการกองทุนของกลุ่ม โดยจะเก็บเงินจากสมาชิกเข้ากองกลางถังละ 50 บาท และสมาชิกที่ขายข้าวกล้อง , เครื่องสีข้าวโบราณ จะหักกำไรเข้ากองทุนร้อยละ 5 บาท เมื่อถึงปลายปีมีการปันผลให้กับสมาชิก และมีเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่มอีกด้วย

นี่คือการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นผนวกกับการทำการเกษตรแบบยั่งยืน ก็จะเป็นวิถีเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งตนเองอย่างแท้จริง ไม่ต้องหวังพึ่งทรัพยากรจากภายนอก

เพียงแค่สร้างกระบวนการจากภายในให้เข้มแข็ง จัดระบบการบริหารจัดการเอาทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องการผลิต การใช้จ่าย และการจำหน่าย เพียงเท่านี้ชาวนาไทยก็ไปรอดแล้ว...

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter