
ในบรรดาชุมชนริมคลองทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ ดูเหมือนว่าชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 เขตหลักสี่ จะตั้งอยู่ในทำเลทองด้านการค้าขายที่ดีที่สุด เพราะชุมชนตั้งอยู่ริมถนน ไม่ไกลจากปากซอยแจ้งวัฒนะ และอยู่ด้านข้างสำนักงานใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทย มีหน่วยงานราชการตั้งอยู่หลายแห่ง ทั้งยังเป็นทางผ่านไปยังศูนย์ราชการ และยังมีที่พักอาศัย เช่น คอนโดมิเนียม และชุมชนริมคลองอื่นๆ ตั้งอยู่ใกล้เคียง จึงไม่แปลกที่ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 เกือบทั้งชุมชนที่มีด้านหน้าเป็นถนน 4 เลน ด้านหลังติดคลอง มีความยาวเกือบ 400 เมตร จะมีสภาพเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรืออาคารพาณิชย์มากกว่าจะเป็นที่พักอาศัย
ขณะเดียวกันเมื่อกลายเป็นทำเลทองจึงทำให้เจ้าของบ้านหรือร้านค้าต่อเติมก่อสร้างรุกล้ำลงไปในลำคลองเปรมประชากรกันเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้ด้านหน้าบริเวณที่ติดถนนเป็นทำเลค้าขาย และขยายด้านหลังที่ติดกับคลองเป็นที่พักอาศัย หรือบางหลังที่เปิดเป็นร้านอาหาร เมื่อมีลูกค้าหนาแน่นจึงขยายร้านออกไปริมคลอง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อทางรัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบชุมชนริมคลอง ชาวบ้านที่นี่ก็พร้อมจะให้ความร่วมมือรื้อถอนบ้านออกจากคลอง โดยในขณะนี้ (สิงหาคม 2558) มีการรื้อถอนบ้านเพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกแล้ว จำนวน 17 หลัง จากจำนวนทั้งหมด 93 หลัง
คลองเปรมประชากรเป็นคลองที่ขุดในสมัยรัชกาลที่ 5 ระหว่าง พ.ศ.2412-2513 รวมระยะเวลา 18 เดือน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเส้นทางลัดจากกรุงเทพฯ ไปบางปะอิน เนื่องจากการเดินเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยามีเส้นทางที่โค้งและอ้อม รัชกาลที่ 5 จึงโปรดให้ขุดคลองเชื่อมจากคลองผดุงกรุงเกษม (บริเวณหน้าวัดโสมนัสฯ ผ่านตำบลดุสิต บางซื่อ หลักสี่ ดอนเมือง ปทุมธานี) ไปเชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รวมระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรเศษ หรือ 1,271 เส้น (ทุกระยะ 100 เส้นหรือ 4 กิโลเมตร จะมีหลักเขตบอกเอาไว้ แต่ปัจจุบันหลักเขตสูญหายไปหมดคงเหลือเพียงชื่อของ “หลักสี่”)
นภาพร ฐิติรัตนา อายุ 55 ปี เล่าว่า พื้นเพเป็นคนนครสรรค์ เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เมื่อหลายสิบปีก่อน โดยเช่าบ้านอยู่กับครอบครัวแถวทุ่งสองห้อง เมื่อทำงานมีรายได้จึงเก็บออมเอาไว้ ราวปี 2538 จึงมาซื้อสิทธิ์ที่ดินมือเปล่าจากผู้อยู่อาศัยเดิมที่ริมคลองเปรมประชากร ถนนแจ้งวัฒนะซอย 5 ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยปัจจุบันนี้ ขนาดเนื้อที่กว้าง 2.80 เมตร ยาว 10 เมตร ราคา 35,000 บาท เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย ไม่ต้องเช่าบ้านอยู่
“ตอนนั้นชุมชนยังไม่หนาแน่น บริษัทไปรษณีย์ไทยยังไม่มาตั้ง ข้างๆ ก็เป็นที่ดินว่างเปล่า พอศูนย์ราชการมาสร้างอยู่ใกล้ๆ สร้างเสร็จในราวปี 2550 จึงเริ่มมีคนมาอาศัยอยู่กันมากขึ้น ถนนก็ขยายเป็นสี่เลน จากบ้านอยู่อาศัยก็เริ่มเปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านชำต่างๆ จนเดี๋ยวนี้มีแต่ร้านค้าเต็มไปหมด” น้านภาพรเล่าประวัติชุมชนในช่วงหลัง เพราะคนที่มาจับจองอยู่อาศัยรุ่นแรกๆ ราว 40-50 ปีก่อนต่างขายสิทธิ์หรือขยับขยายไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว
กิติชัย เรืองมาลัย เจ้าของร้านตัดผม ในฐานะประธานกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 เล่าเสริมว่า ในช่วงต้นปี 2551 มีเจ้าหน้าที่โครงการบ้านมั่นคงจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.มาแนะนำเรื่องการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงในชุมชนตลาดหลักสี่ที่อยู่คนละฝั่งคลอง และมีชาวบ้านจากชุมชนแจ้งวัฒนะฯ ไปร่วมรับฟัง เมื่อเกิดความสนใจ เพราะรู้ว่าหากทำโครงการบ้านมั่นคงแล้วจะไม่ถูกไล่ที่ จึงได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่ พอช.เข้ามาเปิดเวทีให้ความรู้เรื่องการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงขึ้นในชุมชนบ้าง เพราะชาวบ้านก็กลัวว่าจะถูกทางราชการขับไล่ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เนื่องจากมีกระแสข่าวในช่วงนั้นว่า กทม.จะสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งในคลองเปรมฯ
“หลังจากที่ชาวบ้านเกิดความเข้าใจแล้ว จึงได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านมั่นคงขึ้นมาในเดือนพฤษภาคมปีนั้น ช่วงแรกมีชาวบ้านที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ 77 ครอบครัว มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 12 คน เพื่อช่วยกันทำงาน ให้ชาวบ้านออมเป็นเดือนๆ ละ 100 บาท’’ กิติชัยเล่าถึงจุดเริ่มต้น
หลังจากจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 ขึ้นมาแล้ว ต่อมากลุ่มออมทรัพย์จึงได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงคลองเปรมประชากร จำกัด ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชุมชนริมคลองเปรมฯ เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอใช้สินเชื่อจากโครงการบ้านมั่นคง โดยกำหนดให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ถือหุ้นๆ ละ 10 บาท จำนวน 10 หุ้น แล้วออมเป็นรายเดือน เดือนละ 100 บาท ส่วนกรรมการก็จะมีการประชุมกันทุกเดือนเพื่อรายงานผลการดำเนินงาน หากมีเรื่องสำคัญก็จะเรียกประชุมสมาชิกตามความจำเป็น
ก่อนที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีนโยบายจัดระเบียบคูคลองในเดือนมีนาคม 2558 นั้น ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 ได้เตรียมแผนงานสร้างบ้านมั่นคงเอาไว้แล้ว โดยให้สมาชิกออมเงินเพิ่มเติมจากเดิม เช่น ออมสมทบ ให้ครบ 10% ของวงเงินที่จะกู้สร้างบ้านจาก พอช., ออมเพื่อเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ และออมเพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ รวมทั้งได้ร่วมกับสถาปนิกจาก พอช.จัดทำผังชุมชนและออกแบบบ้านเอาไว้แล้ว เป็นบ้านแถว 2 ชั้น ขนาดกว้าง 3.50 เมตร ยาว 8 เมตร แต่พอรัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบคูคลองออกมา แผนงานของชุมชนที่เตรียมเอาไว้ รวมทั้งการขอใช้สินเชื่อจาก พอช.ก็ต้องมีการปรับใหม่ เพราะชุมชนรู้ข่าวว่าทาง กทม.จะขุดลอกและขยายคลองให้มีความกว้าง 38 เมตรเพื่อสร้างเขื่อน หากชุมชนก่อสร้างบ้านไปแล้วก็อาจจะต้องปรับรื้ออีก ดังนั้นในเดือนพฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมาชุมชนจึงร่วมกับสถาปนิก พอช.ปรับแบบบ้านจากเดิมให้มีขนาดใหม่เป็นกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร คือร่นแบบบ้านออกห่างจากแนวคลองอีก 2 เมตร แต่ยังเป็นบ้านแถว 2 ชั้นเหมือนเดิม
ด้านการบริหารจัดการนั้น กิติชัยบอกว่า ชุมชนใช้กรรมการชุดเดิมจากกลุ่มออมทรัพย์ จำนวน 12 คน แบ่งการทำงานออกเป็น 9 โซนหรือ 9 เฟส (กรรมการ 1 คนจะดูแล 1 โซนหรือประมาณ 10 หลัง และมีกรรมการบริหารอีก 3 คน) ด้านการก่อสร้างก็จะแบ่งออกเป็นฝ่ายต่างๆ เหมือนกับชุมชนอื่นที่ทำโครงการบ้านมั่นคง เช่น มีทีมช่าง, ทีมจัดซื้อวัสดุ,ทีมตรวจสอบ ฯลฯ ซึ่งในขณะนี้ (สิงหาคม 2558) บ้านเฟสแรกจำนวน 17 หลังที่จะก่อสร้างก่อน ชาวบ้านกำลังช่วยกันรื้อถอน
“เราจะใช้วิธีการสร้างบ้านแบบน็อคก์ดาวน์ที่ไปดูมาจาก พอช. ใช้วัสดุสำเร็จรูปจากโรงงานและบริษัทรับเหมา มีทีมช่างชุมชนและเครือข่ายช่วยกันก่อสร้าง ทำสัญญาก่อสร้างเฟสแรก 17 หลังกับบริษัทรับเหมาไปแล้วเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กำหนดแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน รวมค่าก่อสร้างต่อหลังประมาณ 420,000 บาท กะว่าภายในเดือนตุลาคม-พฤจิกายนนี้ เฟสแรกคงจะแล้วเสร็จ ส่วนเฟสไหนที่มีความพร้อมก็จะทยอยเช่าที่ดินและก่อสร้างต่อไปเลย” แกนนำชุมชนแจ้งวัฒนะฯ กล่าวถึงแผนงาน
สำหรับวงเงินสินเชื่อจาก พอช.นั้น กิติชัยกล่าวว่า กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาอนุมัติใหม่ จากเดิมที่เคยเสนอไปทั้งชุมชนประมาณ 16 ล้านบาท เมื่อปรับแบบบ้านใหม่ชาวบ้านจะต้องใช้สินเชื่อจาก พอช.หลังละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 27.9 ล้านบาท โดยชาวบ้านต้องผ่อนชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยประมาณหลังละ 2,000 บาทเศษ/เดือน ระยะเวลาผ่อน 15 ปี นอกจากนี้ยังมีเงินสนับสนุนสาธารณูปโภคหลังละ 35,000 บาท, อุดหนุนที่อยู่อาศัยหลังละ 20,000 บาท และงบบริหารจัดการ 40,000 บาท
นี่คือตัวอย่างการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 แม้ว่าจะมีรายละเอียดที่ต่างไปจากชุมชนริมคลองทั่วไปบ้าง เพราะเป็นการเช่าที่ดินในเชิงพาณิชย์ สามารถใช้บ้านทำการค้าขายได้ แต่เป้าหมายก็เพื่อมีที่อยู่อาศัยและมีอาชีพที่มั่นคงนั่นเอง
(ข้อมูล : สุวัฒน์ กิขุนทด)





