สำนักงานเขตหลักสี่/ ตัวแทนชาวบ้านริมคลองเปรมประชากรและเครือข่ายคลองฯ กว่า 40 คน นำเอกสารเข้าพบผู้บริหารเขตหลักสี่ชี้แจงโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลอง หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาสั่งระงับการก่อสร้างตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้านผู้ช่วย ผอ.เขตหลักสี่รับปากสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน แต่ขอให้ชาวบ้านนำหนังสือรับรองโครงการบ้านมั่นคงจาก พอช.มายืนยันว่าเป็นโครงการที่ทำตามนโยบายของรัฐบาล ขณะที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเขตห้วยขวางเร่งสำรวจแนวคลองลาดพร้าวเพื่อหาข้อสรุปเสนอสำนักการระบายน้ำก่อนสร้างเขื่อน
เช้าวันนี้ (26 ตุลาคม 2558) ที่สำนักงานเขตหลักสี่ ตัวแทนชาวบ้านริมคลองเปรมประชากร ซึ่งประกอบด้วยชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5, ชุมชนคนรักถิ่น, หลังแฟลต 191, หลังตลาดหลักสี่ ฯลฯ และเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและชุมชนคูคลอง ประมาณ 40 คนได้เข้าพบผู้บริหารเขตหลักสี่ แต่ผู้อำนวยการเขตติดราชการ ตัวแทนชาวบ้านจึงเข้าพบกับนายปกครอง พลเมือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่ และหัวหน้าฝ่ายโยธาเขตหลักสี่
นายกิติชัย เรืองมาลัย ประธานชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 ตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ กล่าวว่า สาเหตุที่ตัวแทนชาวบ้านชุมชนริมคลองเปรมฯ และเครือข่ายมาพบกับผู้บริหารของเขตหลักสี่ในวันนี้ ก็เนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายโยธาเขตหลักสี่เข้ามาที่ชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 และชุมชนคนรักถิ่นที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งทั้ง 2 ชุมชนกำลังดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลอง โดยชุมชนแจ้งวัฒนะฯ กำลังอยู่ในระหว่างการตอกเสาเข็มคอนกรีตเพื่อสร้างบ้านเฟสแรก 9 หลัง และเจ้าหน้าที่ได้บอกให้ระงับการตอกเสาเข็มเอาไว้ โดยบอกว่าชาวบ้านไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างจากทางเขต และให้ชาวบ้านนำหลักฐานต่างๆ มาชี้แจงต่อเขตในวันนี้ (26 ตุลาคม)
“วันนี้พวกเราจึงนำเอกสารและหลักฐานต่างๆ มาชี้แจงต่อผู้บริหารเขตหลักสี่ เช่น หนังสือการเซ็น MOU.ระหว่างกรมธนารักษ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และชาวบ้านชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553 เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง ส่วนที่เรากำลังสร้างอยู่นี้เป็นบ้านมั่นคงเฟสใหม่ ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล พวกเราจึงยอมรื้อบ้านที่รุกล้ำริมคลองออกเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล และสร้างบ้านมั่นคงขึ้นมาใหม่ แต่หากทางเขตจะให้ระงับการก่อสร้างก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เพราะรื้อย้ายบ้านกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว” นายกิติชัยกล่าวและว่า ชุมชนจะสร้างบ้านมั่นคงทั้งหมด 93 หลัง โดยจะสร้างเฟสแรก 17 หลัง ซึ่งขณะนี้ได้ตอกเสาเข็มไปแล้วประมาณ 10 ต้น จากทั้งหมด 30 ต้น
นายปกครอง พลเมือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่ชี้แจงว่า ทางเขตหลักสี่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน แต่เนื่องจากที่ผ่านมา ทางสำนักการระบายน้ำของ กทม.ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าขนาดความกว้างของคลองที่จะก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในคลองเปรมประชากรมีขนาดกี่เมตร ทางเขตจึงกลัวว่าหากชาวบ้านก่อสร้างบ้านไปแล้วและไปทับกับแนวเขื่อนก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอีก อย่างไรก็ตาม เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ จึงขอให้ทางชุมชนนำหนังสือรับรองจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมายืนยันกับทางเขตว่าโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองเป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาลหรือตามมติของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม และมีการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อมารองรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
นายประภาส แสงประดับ เครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและชุมชนริมคลอง 9 สาย กล่าวว่า ทางชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 และชุมชนคนรักถิ่นจะนำหนังสือรับรองจากทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมายื่นกับทางเขตหลักสี่ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อให้เขตฯ เห็นว่าโครงการบ้านมั่นคงที่ชาวบ้านทำสอดคล้องกับนโยบายการจัดการปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล และเพื่อให้การก่อสร้างบ้านดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากชาวบ้านได้รื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองนานกว่า 3 เดือนแล้ว และต้องไปเช่าบ้านหรืออาศัยญาติพี่น้องอยู่ หากการก่อสร้างล่าช้าออกไปอีกก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนทั้งเรื่องค่าเช่าและความไม่สะดวกในการอยู่อาศัย
ดุสิธร ทิวะกะลิน ประธานชุมชนคนรักถิ่น กล่าวว่า ชุมชนได้จัดทำโครงการบ้านมั่นคง และรื้อย้ายบ้านตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 7 หลัง ซึ่งขณะนี้กำลังรอตอกเสาเข็มต่อจากชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 เพราะใช้ผู้รับเหมารายเดียวกัน และหากได้รับหนังสือจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนแล้วก็จะรีบนำไปยื่นต่อทางเขตหลักสี่โดยเร็ว เพื่อให้การก่อสร้างบ้านเดินหน้าต่อไปได้
“ถ้าเราสร้างบ้านเฟสแรกได้ก็จะทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่น เกิดพลังที่จะเดินหน้าบ้านมั่นคงต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา ชาวบ้านก็ได้รื้อบ้านออกจากคลองแล้ว โดยรื้อออกจากแนวคลองเกือบ 10 เมตร ทำให้คลองมีความกว้างเกือบ 30 เมตร” ประธานชุมชนคนรักถิ่นกล่าว
วันเดียวกันนี้ คณะทำงานระดับเขตเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว เขตห้วยขวาง ได้นำคณะเจ้าหน้าที่เขตห้วยขวาง ตัวแทนสำนักการระบายน้ำ กรมธนารักษ์ พอช. คณะรักษาความสงบ (คสช.)ในพื้นที่ และตัวแทนชุมชน ลงสำรวจแนวคลองลาดพร้าวช่วงชุมชนร่วมใจพิบูล 2 ซึ่งมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อนำข้อมูลความกว้างของคลองลาดพร้าวในแต่ละชุมชน จำนวน 7 ชุมชน นำเสนอต่อสำนักการระบายน้ำ กทม.ก่อนที่สำนักการระบายน้ำจะสรุปผลออกมาว่าความกว้างของแนวคลองที่จะก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมควรจะมีขนาดกี่เมตร เนื่องจากแนวคลองแต่ละชุมชนมีความกว้างไม่เท่ากัน โดยจะสำรวจให้แล้วเสร็จภายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้
นายสำเนียง บุญลือ ประธานชุมชนร่วมใจพิบูล 2 กล่าวว่า ชุมชนมีบ้านเรือนทั้งหมดจำนวน 245 หลัง ซึ่งเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะทำงานระดับเขตได้จัดเวทีประชาคมเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตห้วยขวางไปแล้วทั้ง 7 ชุมชน ซึ่งชาวชุมชนเกือบทั้งหมดต้องการอยู่อาศัยในที่ดินเดิมและพร้อมจะเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง และจากการวัดแนวคลองในชุมชนร่วมใจพิบูล 2 วันนี้พบว่ามีความกว้างมากที่สุดประมาณ 40 เมตรเศษ และแคบที่สุดประมาณ 30 เมตรเศษ
“ทางชุมชนได้เสนอข้อมูลและความต้องการไปว่า สำนักการระบายน้ำควรจะสร้างเขื่อนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของแต่ละชุมชน ไม่ใช่กำหนดความกว้างทั้งหมดที่ 38 เมตร เพราะในคลองแสนแสบปัจจุบันก็มีความกว้างประมาณ 20 กว่าเมตร ก็ยังระบายน้ำได้ดี ซึ่งหากจะเอาความกว้างเท่ากันหมด หลายๆ ชุมชนก็จะอยู่ในที่เดิมไม่ได้ เพราะทั้งชุมชนทั้งคลองรวมกันบางแห่งยังกว้างไม่ถึง 38 เมตรเลย” นายสำเนียงกล่าว





