playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

S 8077344


คลองลาดพร้าว /  อธิบดีกรมธนารักษ์เป็นประธานมอบสัญญาเช่าที่ดินริมคลองที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของ กทม.เพื่อสร้างบ้านมั่นคง  นำร่อง 4 ชุมชน  รวม 343  หลังในเขตสายไหมและจตุจักร  ระยะเวลา 30 ปี  อัตราผ่อนปรนตารางวาละ 1.50 บาทต่อเดือน  ด้าน พอช.เผยปีนี้มีชุมชนพร้อมรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ 17 ชุมชน   ส่วนชาวชุมชนรู้สึกดีใจที่จะได้บ้านใหม่และได้เช่าที่ดินอย่างถูกต้องไม่ต้องกลัวถูกไล่รื้ออีกต่อไป  และเตรียมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก   สร้างตลาดน้ำ-ท่องเที่ยวชุมชน-พัฒนาอาชีพ  ขณะที่บริษัทรับเหมาเตรียมตอกเสาเข็มสร้างเขื่อนหลังจากที่ชุมชนรื้อบ้านพ้นคลอง

                หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวน  4,061  ล้านบาท   เพื่อให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมคลอง กทม.  ล่าสุดวันนี้ (13 มีนาคม 2559) เวลา 9.00 น. ที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ  ซอยพหลโยธิน 54  เขตสายไหม  กรุงเทพฯ  มีพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ดูแลให้กับชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญและชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ   โดยมีนายจักรกฤศฏิ์  พาราพันธกุล   อธิบดีกรมธนารักษ์เป็นผู้มอบ  มีนายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  พลตรีณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้  ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์  ผู้อำนวยการเขตสายไหม  และชาวบ้านจากเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและชุมชนคูคลองเข้าร่วมประมาณ  300 คน  หลังจากนั้นอธิบดีกรมธนารักษ์และคณะได้เดินทางไปที่ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์  เขตจตุจักร  เพื่อมอบสัญญาเช่าที่ดินให้แก่ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์และชุมชนวังหิน  รวม 4 ชุมชน

                S 8077321นายจักรกฤศฏิ์  พาราพันธกุล  อธิบดีกรมธนารักษ์  กล่าวว่า  ตามที่รัฐบาลมีนโยบายบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะและการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  ซึ่งจะมีการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม  ขณะเดียวกันก็จะต้องมีการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกจากลำคลอง  โดยเฉพาะบ้านเรือนและชุมชนที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ดินริมคลองซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลอยู่  แต่เพื่อให้ประชาชนสามารถอาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้  กรมธนารักษ์จึงมีนโยบายให้นำที่ดินที่เหลือหรือพ้นจากแนวก่อสร้างเขื่อนมาให้ประชาชนเช่าในระยะยาวเป็นเวลา 30 ปี  ในอัตราผ่อนปรน  ทั้งนี้ประชาชนที่จะทำสัญญาเช่าที่ดิน  จะต้องรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เคหสถานและเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง  เพื่อให้การบริหารจัดการทั้งเรื่องการเช่าที่ดินและก่อสร้างบ้านเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ

                รัฐบาลมีโครงการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำคลองและพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งหมด  9 คลองสายหลักในกรุงเทพฯ  ซึ่งที่ดินริมคูคลองทั้งหมดเป็นที่ดินราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ดูแลอยู่  แต่ที่ผ่านมาทางราชการไม่ได้มีการจัดระเบียบการอยู่อาศัยในที่ดินริมคูคลอง  ดังนั้นเมื่อมีการจัดระเบียบแล้วก็จะทำให้ประชาชนได้เช่าที่ดินอยู่อาศัยอย่างถูกต้องและมั่นคง  และช่วยกันพัฒนาชุมชนและสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่อาศัย  มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  โดยในปี 2559 นี้  กรมธนารักษ์จะให้ชาวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวได้ทำสัญญาเช่าที่ดินรวม 10 ชุมชน  ส่วนชุมชนอื่นๆ ที่มีความพร้อมก็สามารถเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ได้  หรือหากชุมชนริมคลองแห่งใดที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอ  กรมธนารักษ์ก็มีที่ดินราชพัสดุแปลงอื่นพร้อมที่จะรองรับชาวบ้าน  อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าว

                สำหรับคลองสายหลักในกรุงเทพฯ  9 คลอง  คือ  คลองลาดพร้าว  คลองเปรมประชากร  คลองบางซื่อ  คลองบางเขน  คลองลาดบัวขาว  คลองประเวศร์บุรีรมย์  คลองพระโขนง  คลองพระยาราชมนตรี  และคลองสามวา  ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินโครงการจัดระเบียบคูคลองในช่วง 3 ปีแรก (2559-2561)  ในคลองลาดพร้าว  คลองบางซื่อ  และคลองเปรมประชากร  ส่วนคลองอื่นๆ จะดำเนินการในช่วงต่อไป

                ทั้งนี้ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 3 ไร่  245 ตารางวา  มีบ้านเรือนที่จะปลูกสร้างบ้านใหม่ 64 หลัง  ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจมีเนื้อที่  3ไร่  128  ตารางวา  มีบ้านเรือน  77 หลัง   ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์มีเนื้อที่  4 ไร่  41 ตารางวา  มีบ้านเรือน  120  หลัง   และชุมชนวังหินมีเนื้อที่   3 ไร่ 35  ตารางวา  มีบ้านเรือน  82 หลัง                                                 

                สำหรับชุมชนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองตามแนวทางบ้านมั่นคงจะต้องจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน   มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลโครงการ  และจะต้องรื้อย้ายบ้านที่สร้างอยู่ในคลองหรืออยู่ในแนวเขื่อนออกมา  เพื่อปรับผังชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม  และเนื่องจากพื้นที่แต่ละชุมชนมีจำกัด   ดังนั้นจึงต้องรื้อบ้านเพื่อสร้างใหม่ทั้งชุมชน   โดยแต่ละครอบครัวจะได้รับการจัดสรรที่ดินเท่ากันเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันในชุมชนเดิมได้

                ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. จะให้การสนับสนุนชาวบ้านในเรื่องกระบวนการรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหา  ตลอดจนเรื่องของสินเชื่อและงบประมาณด้านสาธารณูปโภค  ส่วนชุมชนใดที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอหรืออยู่ในแนวเขื่อน  ไม่สามารถสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้  พอช.ก็จะสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มไปหาซื้อที่ดินแปลงใหม่  เช่น  ที่ดินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ในสังกัดของกระทรวงการคลัง  หรือที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ

               S 8077318 นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า  พอช.ได้จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองตามโครงการบ้านมั่นคง  เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล  ระยะเวลา 3 ปี  (พ.ศ.2559-2561)  มีเป้าหมาย  74 ชุมชน  11,004  ครัวเรือน   มีผู้รับผลประโยชน์ 64,869  คน  ใช้งบประมาณรวม  4,061  ล้านบาทเศษ   โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณแล้วเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา   ซึ่งในปีนี้จะดำเนินการในคลองลาดพร้าวก่อน  จำนวน  17  ชุมชน  โดยชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ  ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ   เขตสายไหม  ชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์  และชุมชนวังหิน   เขตจตุจักร  เป็นชุมชนนำร่องในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้  ส่วนชุมชนอื่นๆ ที่มีความพร้อมก็จะทยอยรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านต่อไป

                การมอบสัญญาเช่าที่ดินให้แก่ชาวชุมชนในวันนี้จะทำให้ชาวชุมชนริมคูคลองมีที่ดินและที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง  ถูกกฎหมายและมีศักดิ์ศรี  ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไล่รื้ออีกต่อไป  ชาวบ้านสามารถอยู่ในที่ดินเดิมเพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ  การทำงาน  หรือลูกหลานอยู่ในสถานศึกษาเดิมได้  โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่อาศัยใกล้แนวรถไฟฟ้าจะได้รับความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น  และในอนาคตก็จะต้องมีการเชื่อมเส้นทางการคมนาคมในคลองกับรถไฟฟ้า  รวมทั้งพัฒนาคลองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำได้ด้วย  ผอ.พอช.กล่าว

               S 8077319 นายอวยชัย  สุขประเสริฐ   ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญฯ กล่าวว่า  ชุมชนฯ ทั้ง 64  หลังจะเริ่มรื้อบ้านตั้งแต่วันที่  20 มีนาคมนี้   โดยจะมีทหารและเจ้าหน้าที่กทม.มาช่วยรื้อย้ายด้วย  หลังจากนั้นในวันที่ 7 เมษายนจะมีพิธีลงเสาเอกเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่  โดยพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี  และคาดว่าบ้านเฟสแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเวลา 6 เดือน  หรือประมาณเดือนกันยายนปีนี้  ซึ่งในระหว่างที่ก่อสร้างบ้านใหม่ พอช.ได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้านพักชั่วคราวครอบครัวละ 3,000 บาทต่อเดือน  ระยะเวลา 6 เดือน 

                สำหรับแบบบ้านจะมีทั้งหมด 3 แบบ  คือ  บ้านชั้นเดียว  ขนาด  4 X 7 ตารางเมตร  บ้าน 2 ชั้น  ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร  และบ้าน 2 ชั้น  ขนาด 6 X 7 ตารางเมตร  ราคาก่อสร้างประมาณ 180,000-500,000 บาทต่อหลัง  ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านครอบครัวละ 600-800 บาทต่อเดือน  ส่วนที่เหลือจะใช้สินเชื่อจากพอช.  ทั้งนี้ พอช.จะให้กู้สูงสุดได้ถึง 500,000 บาท  (ต้องกู้ร่วม 2 คน)  ผ่อนส่งประมาณ  1,500-3,000 บาทต่อเดือน  ระยะเวลาผ่อนส่ง 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี 

                นอกจากนี้พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภคจำนวน 1,950,000  บาท  งบพัฒนาที่อยู่อาศัยรวม  1,625,000  บาท   และงบบริหารจัดการ  97,500 บาท   ส่วนการก่อสร้างบ้าน  ชุมชนจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ  เข้ามารับผิดชอบและร่วมตรวจสอบ  เช่น  ฝ่ายช่าง  ฝ่ายจัดซื้อวัสดุ  ฝ่ายตรวจสอบ  ฯลฯ  ใช้ช่างก่อสร้างจากชุมชนและผู้รับเหมา  โดยจะแบ่งพื้นที่ส่วนกลางเพื่อจัดทำเป็นสวนหย่อม  ท่าเรือ  และมีทางเดินเท้าและจักรยานเลียบคลองความกว้างประมาณ 3 เมตร  การส่วนการเช่าที่ดินนั้น  กรมธนารักษ์คิดค่าเช่าในอัตราผ่อนปรนตารางวาละ 1.50 บาทต่อเดือน  หรือคิดเป็นค่าเช่าทั้งชุมชนเนื้อที่รวม 3 ไร่  245 ตารางวา  ปีละ 21,660 บาท

                “ชาวชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญทุกคนรู้สึกดีใจที่ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  ทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่นที่จะรื้อบ้านออกจากคลอง   หลังจากนั้นก็จะไปยื่นเรื่องขออนุญาตก่อสร้างจากทางเขตสายไหมให้ถูกต้องตามระเบียบเพื่อก่อสร้างบ้านต่อไป”  ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญกล่าว  และบอกว่า  ชุมชนทั้ง 4 ชุมชนที่ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ในวันนี้จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนริมคูคลองให้เป็นระเบียบและเกิดความสวยงาม  และจะทำให้ชุมชนต่างๆ ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการเกิดความเชื่อมั่นที่จะพัฒนาชุมชนและคลองร่วมกัน

                ประธานชุมชนฯ กล่าวด้วยว่า  หลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว  ชุมชนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงมีแผนที่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดูสวยงาม  มีเส้นทางจักรยานเลียบคลอง  ปลูกต้นไม้หรือไม้ผลที่กินได้  ขายได้  ส่งเสริมอาชีพชาวชุมชน  จัดตลาดน้ำ  และมีท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวหรือการเดินทางในคลองลาดพร้าวเชื่อมกับทางรถยนต์หรือรถไฟฟ้าที่กำลังสร้างจากสถานีหมอชิตมายังสะพานใหม่และคูคตด้วย   ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชาวชุมชนริมคลองร่วมกัน

                สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมกทม.ในคลองลาดพร้าวระยะทางรวม 45 กิโลเมตรนั้น   บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด  ผู้รับเหมา  เริ่มสร้างเขื่อนช่วงแรกในคลองลาดพร้าวบริเวณคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา  เขตห้วยขวาง  ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างในพื้นที่ที่ชาวชุมชนได้รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวเขื่อนแล้ว   โดยในวันที่ 7 เมษายนนี้  พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องการจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำคูคลองจะเดินทางมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกบ้านมั่นคงชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ   และเป็นประธานในพิธีตอกเสาเข็มสร้างเขื่อนบริเวณชุมชนแห่งนี้ด้วย  ซึ่งตามแผนงานการก่อสร้างเขื่อนและพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทั้งหมด 74  ชุมชนจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2561

 

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน

 

S 8077346

S 8077341

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter