playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

government3.jpg

ศูนย์บริการประชาชน-ทำเนียบรัฐบาล/ ชาวบ้านเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองส่งตัวแทนกว่า 200 คน  ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์  นายกรัฐมนตรี  เรียกร้องให้สำนักการระบายน้ำลดแนวความกว้างของเขื่อนจากเดิม 25-38  เมตรเหลือไม่เกิน 25 เมตรทั้งในคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร  เพื่อให้เหลือที่ดินรองรับชาวบ้านได้ทั้งชุมชน  ด้านชาวบ้านคลองเปรมฯ เสนอให้สำนักการระบายน้ำเร่งสำรวจและกำหนดแนวเขื่อนให้ชัดเจนเพื่อสร้างบ้านใหม่เสร็จภายใน 1 ปี 6 เดือน  ขณะที่ตัวแทนศูนย์บริการประชาชนรับลูก  นำเรื่องร้องเรียนของเครือข่ายฯ เป็นเรื่องเร่งด่วนเสนอสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  และนัดให้มาฟังความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาในวันที่ 29 เมษายนนี้


                ตามที่รัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบคูคลอง  โดยการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคูคลองเพื่อก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมในลำคลองสายหลัก  คือ  คลองลาดพร้าว  คลองบางซื่อ  และคลองเปรมประชากร  โดยได้เริ่มก่อสร้างเขื่อนในคลองลาดพร้าวไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   ขณะที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวหลายชุมชนได้รื้อบ้านออกจากแนวเขื่อนและก่อสร้างบ้านใหม่ไปแล้ว  เช่น  ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา  เขตหลักสี่  และชุมชนศาลเจ้าสมบุญ  เขตสายไหม  ฯลฯ  ขณะเดียวกันกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการจัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนได้ปรับแผนงานให้เร็วขึ้นจากเดิม 3 ปีเหลือเพียง 1  ปี 6 เดือน  โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 จำนวน  41 ชุมชน   รวม  6,606 ครัวเรือนนั้น

government2.jpg                 วันนี้ (21 เมษายน)  เวลา  10.00 น  ตัวแทนชาวบ้านจากเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองประมาณ 200 คน  ได้เดินทางมาที่ศูนย์บริการประชาชนตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล  เพื่อยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี   ผ่านทางนายพันศักดิ์  เจริญ  ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  โดยขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวความกว้างของคลองและแนวเขื่อนใหม่  เนื่องจากแนวเขื่อนที่กำหนดเอาไว้ในคลองลาดพร้าวมีความกว้างตั้งแต่ 25-38 เมตร  จึงทำให้หลายชุมชนเมื่อรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อนแล้วจะเหลือที่ดินไม่เพียงพอที่จะรองรับชาวบ้านได้ทั้งหมด  นอกจากนี้ในคลองเปรมประชากรก็ยังไม่มีการกำหนดแนวเขื่อนที่ชัดเจน  จึงทำให้ชาวบ้านที่รื้อบ้านออกจากคลองแล้วยังไม่สามารถก่อสร้างบ้านใหม่ได้และเกิดความล่าช้าทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย

                นายไพรัช  ชะบางบอน  ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง  กล่าวว่า  ที่ผ่านมาทางสำนักการระบายน้ำ  กทม.ได้สำรวจและวัดแนวเขื่อนในคลองลาดพร้าวเสร็จไปแล้ว   และมีหลายชุมชนที่พร้อมจะสนองนโยบายของรัฐบาลในการจัดระเบียบชุมชนริมคูคลอง   โดยการรื้อบ้านออกจากแนวคลองและแนวเขื่อน  เพื่อให้เขื่อนระบายน้ำสามารถสร้างได้  และชุมชนก็สามารถสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้  โดยการขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์แล้วนำที่ดินมาจัดผังชุมชนใหม่ให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่ร่วมกันได้  แต่หลายชุมชนยังมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย  โดยเฉพาะในคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางและเขตวังทองหลาง   เนื่องจากสำนักการระบายน้ำกำหนดแนวเขื่อนเอาไว้กว้างกว่า 25 เมตร  และเหลือพื้นที่ให้ชาวชุมชนมีความกว้างประมาณ 12 เมตรตลอดแนวคลอง  ซึ่งไม่เพียงพอในการสร้างบ้านและชุมชนใหม่  เนื่องจากชุมชนจะต้องแบ่งพื้นที่สำหรับก่อสร้างสาธารณูปโภค  เช่น  ถนนหรือทางเดินเลียบคลอง  ซึ่งหากสำนักการระบายน้ำลดความกว้างของเขื่อนให้น้อยกว่า 25 เมตร  ก็จะทำให้ชุมชนเหลือพื้นที่ความกว้างประมาณ 20 เมตรตลอดแนวคลอง  เพียงพอที่จะรองรับชาวบ้านได้ทั้งหมด

“ดังนั้นชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางและวังทองหลาง เช่น ชุมชนลาดพร้าว 45  ชุมชนร่วมใจพิบูล 2  ชุมชนลาดพร้าว 80  จึงขอให้ทางสำนักการระบายน้ำทบทวนความกว้างของคลองและแนวเขื่อนในช่วงเขตห้วยขวางและวังทองหลาง  ให้มีความกว้างตลอดแนวไม่เกิน 25 เมตร เพื่อที่จะทำให้ชาวชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับคลองได้  นอกจากนี้ชาวชุมชนก็มีแผนงานที่จะฟื้นฟูคลอง   เช่น  ช่วยกันรักษาความสะอาด  จัดทำทางจักรยานเลียบคลอง  รวมทั้งเรื่องการเดินเรือในคลอง  การท่องเที่ยววิถีชุมชน  และตลาดน้ำ  เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากด้วย”  นายไพรัชกล่าว

นางสาวดุสิตธร  ทิวะกะลิน   ประธานชุมชนคนรักถิ่น  ริมคลองเปรมประชากร  เขตหลักสี่  กล่าวว่า ในขณะนี้สำนักการระบายน้ำ กทม. ยังไม่ได้มีการสำรวจและกำหนดแนวคลองและแนวเขื่อนในคลองเปรมประชากรให้ชัดเจน ดังนั้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐบาลจึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งบางชุมชน  เช่น  ชุมชนคนรักถิ่น  และชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5  บางส่วนได้รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองแล้ว แต่ยังไม่ได้สัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ เนื่องจากแนวเขื่อนยังไม่ชัดเจน  ทำให้ชุมชนได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีที่อยู่อาศัย  ทั้งนี้ชุมชนขอให้สำนักการระบายน้ำเร่งมาสำรวจและกำหนดความกว้างของคลองและเขื่อนที่ 25 เมตรเท่ากับคลองลาดพร้าว  เนื่องจากคลองเปรมประชากรมีความแคบ  หากกำหนดความกว้างมากกว่า 25 เมตรก็จะทำให้ชุมชนอยู่อาศัยในชุมชนเดิมไม่ได้  จะต้องไปหาที่อยู่อาศัยใหม่ซึ่งจะไกลกว่าเดิม  ทำให้เกิดความลำบากในการประกอบอาชีพและสถานที่เล่าเรียนของลูกหลาน

เครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองจึงขอความอนุเคราะห์จากท่านนายกรัฐมนตรี ร่วมหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการให้เร่งเข้ามาดำเนินการและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านริมคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าวที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้   เพื่อให้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองจะได้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี 6 เดือนตามนโยบายของรัฐบาล   นางสาวดุสิตธรกล่าว

government1.jpg
นายพันศักดิ์  เจริญ  ผอ.ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  หลังจากรับเรื่องร้องเรียนและหนังสือจากทางเครือข่ายฯ แล้ว  ตนจะทำหนังสือเร่งด่วนไปยังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   เช่น  สำนักการระบายน้ำ  กรมธนารักษ์  มาชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ว่าติดขัดหรือมีอุปสรรคตรงไหน  เพื่อที่จะหาทางแก้ไขร่วมกันต่อไป  เนื่องจากโครงการพัฒนาชุมชนริมคูคลองและการสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล  ดังนั้นจึงขอให้เครือข่ายฯ ส่งตัวแทนมาติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในวันที่  29 เมษายนนี้  ที่ศูนย์บริการประชาชน  ทำเนียบรัฐบาล

government.jpg

government3.jpg

 

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter