playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
1.som.jpg

คลองลาดพร้าว-คลองเปรมประชากร/  เร่งก่อสร้าง “บ้านประชารัฐริมคลอง”  ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญรื้อบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนหมดแล้ว  ขณะนี้กำลังก่อสร้างบ้านเฟสแรก 4 หลังจากทั้งหมด 64 หลัง   คาดจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้  ด้านชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนากำลังรื้อย้ายและสร้างบ้านเฟสที่สองอีก   54  หลัง  หลังจากเฟสแรกเสร็จไปแล้ว 28 หลัง   ขณะที่ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 ริมคลองเปรมฯ ใช้วิธีสร้างบ้านสำเร็จรูปด้วยโครงเหล็กจะเปิดบ้านตัวอย่าง 2 หลังแรกให้ชาวชุมชนต่างๆ ที่สนใจเข้าดูกลางเดือนพฤษภาคมนี้

                หลังจากที่ชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว 5 ชุมชน  คือ  ศาลเจ้าพ่อสมบุญ  เพิ่มสินร่วมใจ  (เขตสายไหม)  บางบัวร่วมใจพัฒนา  (เขตหลักสี่)  หลังกรมวิทย์  และวังหิน  (เขตจตุจักร) ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพื่อก่อสร้าง “บ้านประชารัฐริมคลอง”  โดยชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ (ซอยพหลโยธิน  54) ถือเป็นชุมชนนำร่องและได้เริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วม  แล้วเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่  โดยมีพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธียกเสาเอกไปแล้วเมื่อวันที่  7 เมษายนที่ผ่านมานั้น  ล่าสุดในขณะนี้ (10 พฤษภาคม 2559) การก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองมีความคืบหน้าไปตามลำดับขั้น

นายอวยชัย   สุขประเสริฐ  ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ  กล่าวว่า  การก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 4 หลังคืบหน้าไปแล้วประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์  โดยขณะนี้กำลังขึ้นโครงสร้างบ้านชั้นที่  2  และคาดว่าบ้านเฟสแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้  ขณะเดียวกันการรื้อถอนบ้านเรือนออกจากแนวเขื่อนเพื่อปรับผังชุมชนใหม่นั้นได้รื้อบ้านออกหมดแล้ว  ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างปรับหน้าดินและแบ่งแปลงที่ดิน  หลังจากนั้นจึงจะเริ่มตอกเสาเข็มเพื่อทยอยสร้างบ้านอีก 60 หลัง  ซึ่งหากเป็นไปตามแผนงานการก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งชุมชนจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

2.som.jpg



ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญมีบ้านที่จะก่อสร้างใหม่รวมทั้งหมด  64  หลังคาเรือน  เป็นชุมชนนำร่องในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนในคลองลาดพร้าว  โดยชุมชนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ  3 ไร่ 245 ตารางวา  ได้รับสัญญาเช่าระยะเวลา 30 ปีจากกรมธนารักษ์  ในอัตราตารางวาละ 1.50 บาท/เดือนเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559   ต่อมาในวันที่ 20 มีนาคม  ชาวชุมชนจึงเริ่มทยอยรื้อบ้านออกจากแนวเขื่อน  โดยมีช่างชุมชนซึ่งเป็นอาสาสมัครจากชาวบ้านในชุมชนต่างๆ มาช่วยกันรื้อบ้าน  และเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่หลังจากพิธียกเสาเอกในวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา 

                สำหรับแบบบ้านจะมีทั้งหมด 3 แบบ  คือ  บ้านชั้นเดียว  ขนาด  4 X 6 ตารางเมตร,  บ้าน 2 ชั้น  ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร  และบ้าน 2 ชั้น  ขนาด 6 X 6 ตารางเมตร  ราคาก่อสร้างประมาณ 186,910-369,142 บาทต่อหลัง  ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านครอบครัวละ 600-800 บาทต่อเดือน  ส่วนที่เหลือจะใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.  ผ่อนส่งประมาณ 1,287-2,537 บาทต่อเดือน  ระยะเวลาผ่อนส่ง 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี  ทั้งนี้การก่อสร้างบ้านใหม่ทั้ง 64 หลังจะใช้การว่าจ้างบริษัทรับเหมาเอกชน  รวมทั้งมีช่างชุมชนริมคลองมาร่วมก่อสร้างบ้านด้วย

                พันโทสมชาย   จินต์ประยูร    ประธานชุมชนบางบัวสะพานไม้ 1  ในฐานะช่างชุมชนริมคลอง  กล่าวว่า  การก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองในชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญนอกจากจะมีช่างจากบริษัทรับเหมาแล้ว  ยังมีช่างชุมชนริมคลองซึ่งเป็นชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ เข้ามาร่วมก่อสร้างบ้านด้วยประมาณ  40 คน  ทั้งนี้ช่างชุมชนฯ จะได้รับค่าแรงไม่ต่ำกว่าวันละ 350 บาท   หากเป็นช่างฝีมือจะได้ค่าแรงวันละ  500 บาท   ถือเป็นการส่งเสริมให้ชาวชุมชนมีรายได้มีงานทำ  นอกจากนี้การใช้ช่างชุมชนฯ ก็จะทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างบ้านถูกกว่าการจ้างบริษัทรับเหมาไม่ต่ำกว่าหลังละ 100,000 บาท 

                “ต่อไปเราอาจจะรวบรวมช่างชุมชนฯ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ  90  คนมารับเหมางานก่อสร้างบ้านประชารัฐในชุมชนริมคลองต่างๆ ที่กำลังจะรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่  เพราะนอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีงานทำแล้ว  ยังช่วยให้ต้นทุนการสร้างบ้านลดลงอีกด้วย”    พันโทสมชายกล่าว 


                                                                                                                                           3.som.jpg

สำหรับการก่อสร้าง “บ้านประชารัฐริมคลอง” ที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญนี้  พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภคจำนวน 1,950,000  บาท  งบพัฒนาที่อยู่อาศัยรวม  1,625,000  บาท   และงบบริหารจัดการรวม97,500 บาท   นอกจากนี้หน่วยงานต่างๆ  ยังร่วมสนับสนุนการก่อสร้างบ้านด้วย  เช่น  สำนักงานเขตสายไหมนำรถบรรทุกมาช่วยขนวัสดุจากการรื้อย้ายบ้านไปทิ้ง  ทหาร คสช.ในพื้นที่นำกำลังตรวจเยี่ยมชุมชน   ส่วนการก่อสร้างบ้าน  ชุมชนจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ  เข้ามารับผิดชอบและร่วมตรวจสอบ  เช่น  ฝ่ายช่าง  ฝ่ายจัดซื้อวัสดุ  ฝ่ายตรวจสอบ  ฯลฯ  ทั้งนี้ตามแผนงานการก่อสร้างจะแบ่งพื้นที่ส่วนกลางเพื่อจัดทำเป็นสวนหย่อม  มีท่าเรือ  มีทางเดินเท้าและจักรยานเลียบคลองความกว้างประมาณ 3 เมตร

                เรือตรีสุจิต  อาจปรุ  ประธานชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา (สะพานไม้ 2)  คลองลาดพร้าว  เขตหลักสี่  กล่าวว่า  ขณะนี้การก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 28 หลังได้เสร็จสมบูรณ์และมีชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว  ส่วนการก่อสร้างบ้านเฟสที่สองจำนวน  54 หลังนั้น  ขณะนี้ได้รื้อย้ายบ้านที่ปลูกสร้างอยู่ริมคลองออกมาจากแนวเขื่อนเพื่อปรับผังชุมชนใหม่  โดยพื้นที่บางส่วนได้ถมดิน  ปรับพื้นที่  และตอกเสาเข็มเพื่อเตรียมงานเทปูนก่อฐานรากแล้ว  คาดว่าเฟสที่สองจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 เดือน  หรือแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนปีนี้  หลังจากนั้นจะทยอยสร้างบ้านเฟสต่อไปให้แล้วเสร็จภายในปี 2560  รวมทั้งหมด 173 หลัง

                
4.som.JPG          ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนามีบ้านเรือนทั้งหมด 206 หลัง  เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 173 หลัง  ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  รวมเนื้อที่ทั้งหมด 8 ไร่เศษ  อัตราค่าเช่าตารางวาละ 1.25 บาทต่อเดือน  ระยะเวลาเช่า 30 ปี  ทั้งนี้ชุมชนได้เริ่มรื้อถอนบ้านเรือนออกจากแนวริมคลอง (ระยะความกว้างของคลอง 25 เมตร)  เพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน  28 หลังตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558

สำหรับแบบบ้านที่สถาปนิกชุมชนและชาวบ้านช่วยกันออกแบบนั้น  มีทั้งหมด 5 แบบ  แต่ที่ชาวบ้านเลือกส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  ขนาด 5 X 7.50  ตารางเมตร  ราคา 286,174 บาท  อัตราผ่อนส่งเดือนละ 2,219 บาท  ระยะเวลา 15 ปี  นอกจากนี้ก็มีบ้านเดี่ยวชั้นเดียว  และบ้านแฝด 2 ชั้น  ขนาดเท่ากัน  คือ 4 X 7 ตารางเมตร   ส่วนสินเชื่อที่จะขอใช้จาก พอช.นั้น  ชุมชนเสนอขอสินเชื่อทั้งหมด  206 หลัง  (รวมชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมด้วย)  งบประมาณรวม 42 ล้านบาทเศษ  พอช.สนับสนุนงบสาธารณูปโภค  รวม 6.1 ล้านบาทเศษ  และงบอุดหนุนการสร้างบ้าน  รวม 5.1 ล้านบาทเศษ

5.som.jpg

6.som.jpg
นายกิตติชัย  เรืองมาลัย  ประธานชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  ริมคลองเปรมประชากร  เขตหลักสี่  กล่าวว่า  ขณะนี้ชุมชนกำลังก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 9 หลัง  เป็นบ้านสำเร็จรูปโครงสร้างเหล็ก  ขนาด  2  ชั้น  เนื้อที่ขนาด 4 X6  ตารางเมตร   ใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชน  ราคาค่าก่อสร้าง (รวมวัสดุและค่าแรง)  หลังละ  297,600 บาท  โดยภายในวันที่  15 พฤษภาคมนี้  จะเร่งก่อสร้างบ้าน 2 หลังแรกให้แล้วเสร็จ  เพื่อให้เป็นบ้านตัวอย่างเปิดให้ชาวชุมชนริมคลองต่างๆ ที่สนใจเข้ามาดูเพื่อเป็นทางเลือกในการก่อสร้างบ้านใหม่

“ข้อดีของบ้านสำเร็จรูปก็คือ  การก่อสร้างจะเสร็จเร็ว  เพราะหลังจากตอกเสาเข็มและเทพื้นปูนซีเมนต์แล้วก็สามารถสร้างบ้านได้เลย  ใช้เวลา 45 วันเพื่อประกอบบ้านโครงสร้างเหล็กที่ชุบสารป้องกันสนิม  ปลวกไม่ขึ้น  นอกจากนี้ยังมีข้อดีที่วัสดุมีน้ำหนักเบา  ขนย้ายง่าย  เหมาะกับชุมชนริมคลองที่มีพื้นที่ไม่มากนัก  โดยเฉพาะชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ  อยู่ใกล้กับศูนย์ราชการ  ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงใช้บ้านเป็นที่ค้าขาย  เช่น  ขายอาหาร  ร้านชำ  ร้านตัดผม  ตัดเย็บเสื้อผ้า  ชาวบ้านจึงอยากให้รื้อย้ายแล้วสร้างบ้านใหม่ให้เสร็จไวๆ  เพื่อจะได้ค้าขายหรือประกอบอาชีพได้เร็ว  จึงเลือกสร้างบ้านใหม่แบบสำเร็จรูป”  นายกิตติชัยกล่าวและว่า  ส่วนบ้านที่เหลืออีก  7 หลังจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้  หลังจากนั้นจะก่อสร้างบ้านเฟสใหม่อีก  8 หลัง  และจะทยอยสร้างบ้านใหม่ต่อไปเรื่อยๆ

ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  เริ่มมีการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา  โดยออมเพื่อที่อยู่อาศัยรายละ 100 บาทต่อเดือน  ออมหุ้นๆ ละ 100 บาท  และค่าบริหารจัดการอีกเดือนละ 50 บาท  มีสมาชิกจำนวน 93 ราย  ในปี 2558 เมื่อรัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบคูคลอง  ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 จึงรวมตัวกันจัดทำโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง (ปัจจุบันเรียกว่า “บ้านประชาริมคลอง”)  เริ่มมีการรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองในเดือนสิงหาคม 2558 เพื่อจะสร้างบ้านเฟสแรก  แต่ติดขัดปัญหาหลายด้าน  ต่อมาในเดือนมีนาคม 2559  จึงเริ่มก่อสร้างบ้านจำนวน 9 หลัง


7.som_resize.jpg
บ้านสำเร็จรูปที่ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 เป็นบ้านระบบโครงเหล็กสำเร็จรูป (Light  Gauge Steel) ซึ่งเป็นเทคนิคจากประเทศสหรัฐอเมริกา  มีโรงงานผลิตในประเทศจีน  โดยบริษัทจะออกแบบบ้านตามที่ต้องการ  จากนั้นจึงนำแบบมาขึ้นรูป  โดยใช้เหล็กเคลือบสารป้องกันสนิม  ขนส่งวัสดุมาทางเรือ  แล้วนำโครงเหล็กมาประกอบเป็นบ้านด้วยการเชื่อมและยิงด้วยน็อต  บุผนังด้วยวัสดุสังเคราะห์ (มีใยแก้วซับเสียง)  มุงหลังคาด้วยเมทัลชีท  ใช้ฝ้าฉาบเรียบ  ส่วนประตูและหน้าต่างเป็นไม้  (กรมธนารักษ์กำหนดแบบประตูด้านหน้าเป็นบานเฟี๊ยมเพื่อความสวยงามเหมือนตึกแถวโบราณ)

ทั้งนี้ พอช.จะสนับสนุนเงินกู้เพื่อสร้างบ้านรายละไม่เกิน 300,000 บาท  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี  ระยะเวลาผ่อนชำระคืน  15 ปี  หรือผ่อนส่งประมาณเดือนละ 2,600 บาท  นอกจากนี้ยังสนับสนุนงบประมาณสร้างบ้านรายละ 20,000 บาท  งบบำบัดน้ำเสีย 2,000 บาท  งบสาธารณูปโภครายละ 25,000 บาท  และในระหว่างการก่อสร้างจะช่วยค่าเช่าบ้านครอบครัวละ  6  เดือนๆ ละ 3,000 บาท   อย่างไรก็ตาม  เนื่องจาก พอช.สนับสนุนเงินกู้ไม่เกินรายละ 300,000 บาท   ดังนั้นนอกจากค่าก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปหลังละ 297,600 บาทแล้ว  ชาวบ้านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเทพื้นปูนซีเมนต์และค่าซื้อประตูบานเฟี๊ยมอีกรายละประมาณ 70,000 บาทด้วย 

 8.som_resize.JPG

ส่วนอัตราค่าเช่าที่ดินเนื้อที่รวมทั้งหมด  3 ไร่  137 ตารางวา  ในเบื้องต้นกรมธนารักษ์จะคิดค่าเช่าจากชาวบ้านประมาณรายละ 1,000 บาทต่อเดือน  ซึ่งจะสูงกว่าชุมชนริมคลองอื่นๆ ที่เรียกเก็บไม่เกินตารางวาละ 2 บาทต่อเดือน  เนื่องจากพื้นที่บริเวณชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  อยู่ติดกับถนนใหญ่และใกล้กับศูนย์ราชการ  กรมธนารักษ์ถือว่าเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์จึงเก็บค่าเช่าสูงกว่าพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย

สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองในชุมชนต่างๆ  นั้น  ชุมชนคนรักถิ่น  ริมคลองเปรมประชากร  เขตหลักสี่  เริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรกในเดือนมกราคม  2559  จำนวน  4 หลัง  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขึ้นโครงสร้างชั้นที่ 2  คาดว่าเฟสแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้  หลังจากนั้นจะทยอยก่อสร้างในเฟสต่อไป  รวมทั้งหมด 104 หลัง   จากจำนวนบ้านเรือนในชุมชนทั้งหมด 140  หลัง

9.som_resize.jpg

ชุมชนวังหิน  เขตจตุจักร จะเริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตฯ เพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 10 หลังภายในเดือนพฤษภาคมนี้  ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ  4 เดือน  หลังจากนั้นจะทยอยก่อสร้างบ้านในเฟสต่อไป  รวมบ้านที่จะก่อสร้างทั้งหมด 82 หลัง   จากจำนวนบ้านเรือนในชุมชนทั้งหมด 94 หลัง

ชุมชนหลังกรมวิทย์ (กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก)  เขตจตุจักร  จำนวน  120 หลัง  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบผู้ที่มีสิทธิ์อยู่อาศัยเพื่อสร้างบ้านใหม่   คาดว่าจะเริ่มรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ และก่อสร้างบ้านเฟสแรกได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้

ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ  เขตสายไหม  77 หลัง   จะเริ่มรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อนฯ ภายในเดือนพฤษภาคมนี้  หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน  38 หลัง

ชุมชนเลียบคลองสองโซน เขตสายไหม  จำนวน 124 ครัวเรือน  เนื่องจากชุมชนเดิมไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะก่อสร้างบ้านใหม่จึงต้องจัดหาที่ดินแปลงใหม่   โดยในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อที่ดินในซอยพหลโยธิน 46  จำนวน  5 ไร่เศษ  หลังจากนั้นจึงจะเริ่มถมดินเพื่อก่อสร้างบ้านต่อไป

 

 

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter