สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน / กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จี้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวหรือ Action Plan นำร่อง 8 ชุมชน เพื่อให้ทุกหน่วยงานวางแผนงานให้สอดคล้องและนำไปปฏิบัติร่วมกัน วางเป้าหมายรื้อย้ายสร้างบ้านใหม่ 42 ชุมชน รวม 6,150 ครัวเรือน ให้แล้วเสร็จภายใน 14 เดือน หรือภายในเดือนกันยายนปี 2560
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) นำร่อง 8 ชุมชนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง คือ ชุมชนประชาอุทิศ หลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่น เขตห้วยขวาง , หลัง ม.ราชภัฏจันทรเกษม หลังกรมวิทยาศาสตร์ วังหิน เขตจตุจักร, บางบัวร่วมใจพัฒนา เขตหลักสี่, ศาลเจ้าพ่อสมบุญ และเลียบคลองสองโซน 3 เขตสายไหม โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) ตัวแทนกรมธนารักษ์, กรมส่งเสริมสหกรณ์, สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพฯ, สำนักงานเขต, คสช., ตำรวจ, ผู้นำชุมชน, กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และผู้บริหาร พอช.เข้าร่วม รวมทั้งหมดประมาณ 120คน
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า การทำ Action Plan จะทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองได้รู้และเห็นแผนปฏิบัติการของทุกหน่วยงานร่วมกัน ทำให้เห็นภาพรวมของแผนงานทั้งหมด และเห็นแผนปฏิบัติการที่เป็นจริง ซึ่งหลังจากที่มี Action Plan แล้วจะทำให้การประสานการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานดีขึ้น นำไปสู่ผลสำเร็จของโครงการ
“งานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเป็นงานเร่งด่วนและใหญ่ที่สุดเท่าที่ พอช.เคยทำมา ดังนั้นจึงยินดีที่จะร่วมงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้เป็นแผนงานร่วมกัน ปฏิบัติร่วมกัน เป็นงานของทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะของ พอช” นายพลากรกล่าว 
นายสมคิด สมศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า แต่ละหน่วยงานจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติงานในชุมชนนำร่อง 8 ชุมชน ซึ่งในแผนฯ จะต้องระบุว่ามีกิจกรรมอะไร มีเป้าหมายใด จัดกิจกรรมช่วงไหน ฯลฯ เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้วางแผนงานให้สอดรับสนับสนุนกัน เช่น หากชุมชนใดมีแผนงานจะจัดตั้งสหกรณ์ พอช.ก็จะต้องวางแผนว่าจะชวนกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้ามาให้ความรู้แก่ชาวบ้านในช่วงไหน ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็จะได้วางแผนงานของตนให้ตรงกับ พอช. ซึ่งแผนปฏิบัติการที่ทุกหน่วยงานจะต้องทำนี้ตนจะรวบรวมนำไปเสนอต่อพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.ต่อไป นอกจากนี้ทุกหน่วยงานจะต้องรายงานความคืบหน้าในการปฏิบัติงานตามแผนงานทุกๆ วันศุกร์ เพื่อตนจะทำไปรายงานต่อ รมว.ทุกวันอังคาร
ผู้ตรวจราชการฯ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เหลือเวลาทำงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพียง 14 เดือน หรือภายในเดือนกันยายนปี 2560 จากเดิมที่เคยกำหนดเอาไว้ 3 ปี ดังนั้นทุกหน่วยงานจะต้องทำงานร่วมกัน เหมือนอยู่ในเรือลำเดียวกัน ซึ่งเมื่อมีแผนปฏิบัติการร่วมแล้ว ก็จะทำให้ทุกหน่วยงานเข้าใจตรงกัน รู้เหมือนกัน สามารถนำข้อมูลไปอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจได้ตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการอยู่อาศัย ซึ่งที่ผ่านมาข้อมูลตัวเลขของแต่ละหน่วยงานยังไม่ตรงกัน ซึ่งในวันนี้ได้ข้อสรุปว่าชุมชนที่จะทำโครงการมีอยู่ทั้งหมด 41 ชุมชน รวม 6,133 ครัวเรือน และบวกอีก 1 ชุมชน 17 ครัวเรือน คือ ชุมชนคลองลาดพร้าว เขตลาดพร้าว ซึ่งแต่เดิมไม่ได้รวมชุมชนนี้เข้ามาอยู่ในแผนงาน ดังนั้นจึงมีทั้งหมด 42 ชุมชน รวม 6,150 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการตรวจสอบสิทธิที่อยู่อาศัยให้ชัดเจนอีกครั้งเพื่อนำไปรายงานต่อรัฐบาล
“หลักการของรัฐบาลก็คือ ทุกคนที่อยู่ในคลองจะต้องมีที่อยู่อาศัย มีสิทธิเท่าเทียมกัน ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ ไม่ยอมรื้อย้ายบ้าน ก็จะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ใช้วิธีการเจรจาพูดคุยก่อน ส่วนวิธีการทางกฎหมายจะใช้เป็นมาตรการสุดท้าย” นายสมคิดกล่าว

นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) กล่าวว่า ขณะนี้การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวได้คืบหน้าไปตามลำดับขั้น แต่ที่ผ่านมาติดขัดอุปสรรคบางประการ เช่น กลุ่มเจ้าของหอพัก บ้านเช่า หรือมีบ้านใหญ่ ครอบครองที่ดินเยอะ ไม่อยากรื้อย้าย ไม่ให้ความร่วมมือ นอกจากนี้โครงการพัฒนาชุมชนริมคลองก็ถือเป็นงานเร่งด่วน มีระยะเวลาทำงานไม่มากนัก ต่างจากโครงการบ้านมั่นคงที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมชุมชนอย่างน้อย 1 ปีจึงจะเริ่มโครงการได้ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหลืออีกประมาณ 14 เดือนจะเร่งให้แล้วเสร็จตามแผนงาน
สำหรับชุมชนที่ก่อสร้างไปแล้วมีดังนี้ 1.ศาลเจ้าพ่อสมบุญ 65 หลัง ขณะนี้บ้านเฟสแรก 4 หลังใกล้จะแล้วเสร็จ ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ 2.บางบัวร่วมใจพัฒนา 206 หลัง เฟสแรก 22 หลังก่อสร้างเสร็จแล้ว กำลังก่อสร้างเฟสต่อไป 58 หลัง 3.วังหิน 94 หลัง รื้อเฟสแรกแล้ว 10 หลัง จะรื้อเพิ่มอีก 25 หลัง หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างงานฐานรากภายในเดือนสิงหาคมนี้ 4.ชุมชนเลียบคลองสองโซน 3 ซื้อที่ดินใหม่พื้นที่ 4 ไร่เศษ รวม 112 ครัวเรือน อยู่ในระหว่างการถมดินปรับพื้นที่ ส่วนชุมชนอื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างการจัดตั้งสหกรณ์เพื่อขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ หลังจากนั้นจะเริ่มรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ในเร็วๆ นี้


สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน





