รายงานโดย สุวัฒน์ กิขุนทด
กรมธนารักษ์ / กระทรวงการคลัง, พม. และมหาดไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือและมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่ เนื้อที่ 30 ไร่ ตามโครงการ “ปทุมธานีโมเดล” เพื่อแก้ปัญหาการปลูกบ้านรุกล้ำคลองสาธารณะ โดยการจัดสร้างบ้านมั่นคงรองรับชาวบ้านริมคลอง 16 ชุมชน จำนวนกว่า 1,000 ครอบครัวหลังจากที่ คสช.ได้ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งเพิกถอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้เป็นที่ดินราชพัสดุแล้ว ตามแผนงานจะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรก 275 หลังในเดือนมกราคม 2560 และแล้วเสร็จในปีเดียวกัน
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานีและแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองมานานหลายสิบปี จำนวน 16 ชุมชน รวม 1,433 ครัวเรือน โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการ “ปทุมธานีโมเดล” เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่ง ขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 เพิกถอนที่ดินสาธารณะบริเวณคลองเชียงรากใหญ่ เนื้อที่ 30 ไร่ เพื่อให้เป็นที่ดินราชพัสดุรองรับชาวบ้าน โดยออกประกาศไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดวันนี้ (27 กันยายน ) เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมกรมธนารักษ์ ได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินราชพัสดุ ระหว่าง 3 หน่วยงาน คือนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และนายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หลังจากนั้นนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุให้แก่สหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด เนื้อที่ 30 ไร่ ระยะเวลาเช่า 30 ปี เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคงรองรับชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำคลองหนึ่ง รวม 16 ชุมชน จำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า จากนโยบายการจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะของรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดตามแนวคลองและทางระบายน้ำ กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุจึงสนับสนุนให้ชุมชนเช่าที่ดินเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง
ตามกฏหมาย โดยเฉพาะในจังหวัดปทุมธานีมีประชาชนปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ริมคลองรังสิต คลองหนึ่ง และคลอง 14 รวมทั้งหมดประมาณ 4,411 ราย จึงได้เริ่มโครงการปทุมธานีโมเดลเป็นโครงการแรก
“ปทุมธานีโมเดลเป็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างเร่งด่วน โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงานที่มาร่วมกันทำงาน และถือเป็นต้นแบบให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นตัวอย่างให้หน่วยงานอื่นๆ ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้ชาวชุมชนที่มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงในระยะยาวต่อไป” อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าว
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า โครงการปทุมธานีโมเดล รัฐบาล คสช.ใช้มาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเพิกถอนที่ดินสาธารณะให้เป็นที่ดินราชพัสดุ แล้วนำมาจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อรองรับชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลอง โดยชาวบ้านมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา มีการรวมตัวกัน มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ จัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ
“โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีการบูรณาการร่วมกันทำงานของหลายหน่วยงาน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีนั่งเป็นประธาน ร่วมกับเทศบาลเมืองท่าโขลง เทศบาลเมืองคลองหลวง กรมชลประทาน กรมธนารักษ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ หากหน่วยงานเดียวคงไม่สามารถทำได้สำเร็จ ทำให้พี่น้องประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง” พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว
นายไพศาล ฉิมช้าง ประธานสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด กล่าวว่า การสร้างบ้านมั่นคงในพื้นที่ 30 ไร่ที่ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์ในวันนี้ มีชาวบ้านจาก 9 ชุมชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 275 ครัวเรือน โดยแต่ละครัวเรือนจะต้องออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านอย่างน้อยเดือนละ 600 บาท ส่วนที่เหลือจะใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการออกแบบบ้านและจัดทำงบประมาณ ขนาดบ้านเบื้องต้นจะมี 3 ขนาด คือ เนื้อที่ 26 ตารางเมตร, 30 ตารางเมตร และ 45 ตารางเมตร ตามขนาดของครอบครัว ซึ่งตามแผนงานจะเริ่มถมดินภายในเดือนตุลาคมนี้ และเริ่มสร้างบ้านเฟสแรก 275 หลังภายในเดือนมกราคม 2560 และจะแล้วเสร็จเฟสแรกภายในเดือนเมษายนปีเดียวกัน
“เมื่อชาวบ้านได้รับสัญญาเช่าแล้ว ก็เป็นหลักประกันว่าต่อไปพวกเราจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ถือว่าเป็นบ้านหลังแรกในชีวิต ให้ครอบครัวและลูกหลานได้อยู่อาศัยต่อไป ผมและชาวบ้านจึงรู้สึกดีใจที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง” นายไพศาลกล่าว
นางสาวชญาดา สิงห์ปี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดล( ศปก.ทปม.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลพบว่า มีชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนริมคลองหนึ่ง จากบริเวณหลังตลาดไทจนถึงหลังห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต รวม 16 ชุมชน จำนวน 1,433 ครัวเรือน โดยบ้านเรือนเหล่านี้ปลูกสร้างมานานหลายสิบปี มีสภาพทรุดโทรม ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ
โดย ศปก.ทปม. มีแผนรองรับเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านอยู่ 2 แนวทาง คือ 1.จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่ พื้นที่ 30 ไร่ ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือและมอบสัญญาเช่าในวันนี้ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบที่อยู่อาศัยและจัดทำงบประมาณ มีลักษณะเป็นอาคารสูงขนาด 2-3 ชั้น จำนวน 11 อาคาร สามารถรองรับชาวบ้านได้กว่า 1,000 ครัวเรือน นอกจากนี้ก็จะสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลเด็กอ่อน คนพิการ มีพื้นที่ค้าขายเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือนมกราคม 2560 และแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกันยายนปีเดียวกัน
ส่วนแนวทางที่ 2 คือ จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อสร้างบ้าน โดยมีชุมชนที่จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่แล้ว คือ ชุมชนแก้วนิมิตร ซื้อที่ดินใกล้เคียงชุมชนเดิมเนื้อที่ 5 ไร่ 42 ตารางวา ราคา 12 ล้านบาท รองรับชาวบ้านได้ 100 ครัวเรือน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างบ้าน และชุมชนหมู่ 6 พัฒนา อยู่ระหว่างจัดซื้อที่ดินใกล้ชุมชนเดิม เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ รองรับชาวบ้าน 26 ครัวเรือน
สำหรับมาตรการในการช่วยเหลือชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการปทุมธานีโมเดลนั้น นางสาวชญาดากล่าวว่า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีแนวทางช่วยเหลือชาวบ้าน คือ 1.พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและอุดหนุนที่อยู่อาศัยไม่เกินครัวเรือนละ 50,000 บาท 2.ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 25,000 บาท และ 3.สนับสนุนสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้านหรือซื้อที่ดิน/ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 300,000 บาท ผ่อนชำระคืนภายใน 15 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือตามข้อ 1-2 พอช.ไม่ได้จ่ายให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นเงินสด แต่จะจ่ายผ่านสหกรณ์เคหสถานที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา เพื่อนำไปบริหารจัดการเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ ค่าก่อสร้าง หรือซื้อที่ดิน

สำหรับที่ดินเนื้อที่ 30 ไร่ที่จะรองรับชาวบ้านกว่า 1,000 ครัวเรือนนั้น ตั้งอยู่ที่บริเวณคลองเชียงรากใหญ่ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน แต่เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการปทุมธานีโมเดล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ออกคำสั่งให้เพิกถอนสถานภาพที่ดินเดิม เพื่อให้ตกเป็นที่ดินราชพัสดุ สำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนตามโครงการปทุมธานีโมเดล ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เสนอ โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา





