พอช./สรุปผลสัมมนาแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ เสนอกระทรวง พม.เป้าหมายเดือนมกราคม-กันยายน 2560 จะสร้างบ้านเสร็จจำนวน 33 ชุมชน รวม 1,635 ครัวเรือน ประธานบอร์ด พอช.ชี้หากทำสำเร็จจะเป็นประวัติศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย และเป็นศักดิ์ศรีของคน พอช.
ระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคม 2559 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดสัมมนาแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง เพื่อทบทวนการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ตลอดจนสรุปข้อมูล ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการทำงานใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) เจ้าหน้าที่ พอช.ทั้ง 5 ภาคที่จะมาเสริมทีมทำงาน และผู้นำชุมชน เข้าร่วมการสัมมนาประมาณ 90 คน

โดยในวันนี้ (26 ธันวาคม) มีการสัมมนาเป็นวันสุดท้ายที่ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม มีสาระสำคัญ คือ การสรุปและนำเสนอแผนปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทั้ง 5 พื้นที่ในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ โดยมีนายสมพร ใช้บางยาง ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นประธานในการสัมมนา
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า วันนี้ตนได้ประชุมร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.เป็นประธานในที่ประชุม โดย พอช.เสนอเป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อหลังจากที่ได้ประเมินข้อมูลและความเป็นไปได้ ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2560 จำนวน 33 ชุมชน รวม 1,476 ครัวเรือน แยกเป็นเดือนมกราคม-มีนาคม จำนวน 6 ชุมชน รวม 160 ครัวเรือน เดือนเมษายน-มิถุนายน จำนวน 15 ชุมชน รวม 626 หลัง และเดือนกรกฎาคม-กันยายน จำนวน 12 ชุมชน รวม 690 ครัวเรือน
นอกจากนี้ยังเสนอแผนการปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว เช่น ให้นายธนัช นฤพรพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.มาทำหน้าที่ ผอ.ศปก.ทชค. (แทนนายสยาม นนท์คำจันทร์) มีผู้บริหารของ พอช.มาช่วยเสริมการทำงาน มีทีมสนับสนุนการทำงานที่มาจากผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ พอช.ทั้ง 5 ภาคประมาณ 30 คน รวมทั้งผู้นำชาวบ้านที่มีประสบการณ์ในการทำงานบ้านมั่นคง ทั้งนี้จะมีนายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ มาบูรณาการการทำงานร่วมกัน ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการร่วมการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อดูแลการทำงานในภาพรวม และช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคความล่าช้าต่างๆ
“ส่วนผลการสัมมนาในวันนี้จะนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง และจะต้องนำแผนงานนี้ไปนำเสนอต่อหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เห็นแผนงานร่วมกัน และบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งตำรวจ ทหาร กรมธนารักษ์ สำนักงานเขต ฯลฯ เพราะ พอช.ไม่สามารถทำงานโดยลำพังเพียงหน่วยงานเดียวได้” นายสมชาติกล่าว
ทางด้านตัวแทนของศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทั้ง 5 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่เขตสายไหม, บางเขน, หลักสี่-ดอนเมือง, จตุจักร และห้วยขวาง-วังทองหลาง ได้นำเสนอประเด็นปัญหาความล่าช้าในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง เช่น กรณีที่ คสช.ยังไม่ประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อผ่อนปรนระเบียบข้อบังคับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพื้นที่ระยะร่นริมคลองจนถึงแนวก่อสร้างบ้านต้องห่างจากแนวคลองไม่น้อยกว่า 6 เมตร ซึ่งหากใช้ข้อบังคับดังกล่าวจะทำให้หลายชุมชนมีพื้นที่ไม่พอที่จะสร้างบ้านใหม่, การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ระยะเวลานาน, การขออนุญาตก่อสร้างจากทางเขต, กรณีพื้นที่แนวก่อสร้างเขื่อนยังไม่ชัดเจน ทำให้กรมธนารักษ์ยังไม่มอบสัญญาเช่าให้แก่ชุมชน, ชุมชนที่รื้อย้ายแล้วยังไม่ก่อสร้างบ้าน เพราะเขื่อนยังไม่สร้าง ชาวบ้านกลัวว่าสร้างบ้านไปแล้ว และเขื่อนมาสร้างทีหลังจะทำให้บ้านร้าว ฯลฯ รวมทั้งปัญหาชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วม ไม่ยอมรื้อย้ายบ้าน ทำให้การก่อสร้างบ้านใหม่มีอุปสรรค
นายอัมพร แก้วหนู ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กล่าวว่า นอกจากจะต้องรอการประกาศของ คสช.เพื่อให้การก่อสร้างบ้านไม่มีอุปสรรคแล้ว ยังมีประเด็นปัญหาอื่นๆ ที่จะต้องร่วมกันหาทางออก เช่น เรื่องบ้านพักชั่วคราว เพราะหลายชุมชนไม่สามารถหาบ้านเช่าชั่วคราวที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิมอยู่อาศัยได้ อาจจะต้องสร้างที่พักชั่วคราวแบบเรือนแพหรือที่พักแบบอื่น, ปัญหาการขนส่งลำเลียงวัสดุเข้าพื้นที่ริมคลองที่ส่วนใหญ่มีความคับแคบ ซึ่งอาจจะต้องลำเลียงวัสดุก่อสร้างบ้านทางเรือ ฯลฯ

นายสมพร ใช้บางยาง ประธานกรรมการ พอช. กล่าวว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเป็นงานหลักของกระทรวง พม. แต่หน่วยงานที่ทำงานหลัก คือ พอช. แต่ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น หากทำเพียงหน่วยงานเดียวจะไม่สำเร็จ เพราะ พอช.ไม่มีอำนาจบัญชาการหน่วยงานอื่น นอกจากนี้จะต้องใช้แนวทางอื่นมาเสริม ไม่ใช่เฉพาะแนวทางบ้านมั่นคงเพียงอย่างเดียว เช่น มีโครงการบ้านเอื้ออาทรมารองรับ หรือมีรูปแบบเป็นอาคารสูง หรือหาซื้อที่ดินแปลงใหม่
“หลักการสำคัญคือ ต้องทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยใหม่ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนการทำงานให้ยึดข้อมูลให้ชัดเจน เช่น ตัวเลขเป้าหมายในการพัฒนาที่อยู่อาศัย และหากทำได้มากกว่าแผนงานหรือเป้าหมายที่วางเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นกำไร และหากมีอุปสรรคล่าช้าตรงไหน ติดขัดตรงหน่วยงานไหน ให้รายงานขึ้นมา เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไข และต่อไปเราต้องดึงเอาชุมชน ภาคประชาชน หรือภาคีเครือข่ายมาร่วมกันทำงานให้มากขึ้น และต่อไปในภายหน้าหากการทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองประสบผลสำเร็จ ก็จะถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และเป็นศักดิ์ศรีของคน พอช.ด้วย” นายสมพรกล่าว
สำหรับแผนงานและเป้าหมายที่นำเสนอโดยทีมปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทั้ง 5 พื้นที่ ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2560 รวม 33 ชุมชน มีดังนี้ 1.พื้นที่เขตสายไหม จะก่อสร้างบ้านเสร็จรวม 739 ครัวเรือน 2.เขตหลักสี่-ดอนเมือง รวม 256 ครัวเรือน 3.เขตบางเขน (มกราคม-ธันวาคม) รวม 301 ครัวเรือน 4.เขตจตุจักร 218 ครัวเรือน และ 5.เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง รวม 121 ครัวเรือน รวมทั้งหมด 1,635 ครัวเรือน ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่นำเสนอกระทรวง พม.คือ 1,476 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเป้าหมายดังกล่าวยังไม่นับรวมการจัดทำโครงการของสถาบันการจัดการที่ดินชุมชนแนวใหม่ 5 ภาค (สกทช.) รวมทั้งหากการแก้ไขปัญหาความล่าช้าต่างๆ ได้ก็จะทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและบางซื่อมีจำนวนมากกว่าเป้าหมายที่วางเอาไว้
สุวัฒน์ กิขุนทด รายงาน





