การแก้ไขปัญหาในที่ดินเดิมและในที่ดินใหม่ในเขตป่าเสื่อมโทรม
กรณีกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนบ้านถิ่นแถนหลวง ตำบลบ้านถิ่น
อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
ปัณภรณ์ ยอดแก้ว : เขียน
นภาพร สุวรรณศักดิ์ : เรียบเรียง
ความเป็นมา
ตำบลบ้านถิ่นตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองไปทางทิศตะวันออก 7 กิโลเมตร ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบทางด้านตะวันออกเป็นภูเขาสูง มีพื้นที่ทั้งหมด 17.230 ตร.กิโลเมตร มีประชากรรวม 6,675 คน ใน 1,693 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร (ข้าว ถั่วเหลือง ยาสูบ ผลไม้ ) ค้าขาย และการผลิตอุตสาหกรรมในครัวเรือน (การทำเครื่องเงิน ประดิษฐ์กรรมจากล้อเกียนเก่า )
โครงการบ้านมั่นคงในเขต อบต.บ้านถิ่น เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยในที่ดินของป่าสงวน ที่จัดอยู่ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ซึ่งถูกดูแลโดยท่านเจ้าอาวาสวัดถิ่นแถนหลวง(เสียภาษีดอกหญ้า) โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมาจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในที่ดินเดิม 17 หลังคาเรือน และชาวบ้านในพื้นที่ อบต.บ้านถิ่นทั้งหมด 6 หมู่บ้าน (ม.2 ม. 3 ม. 5 ม. 8 ม. 11 และ ม. 7) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านเช่า และครอบครัวขยาย อีก 34 ครัวเรือน รวมทั้งหมด 51 หลังคาเรือน ลักษณะการประกอบอาชีพส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เช่น ก่อสร้าง ลูกจ้างเอกชน (บริษัท / ยัดหมอน / เย็บผ้า ฯลฯ ) และรับจ้างทั่วไป)
การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้การขับเคลื่อนโดยกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนบ้านถิ่นแถนหลวง ซึ่งเกิดจากรวมตัวของกลุ่มผู้เดือนร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ที่มาจากกลุ่มบ้านเช่า ครอบครัวขยาย และผู้ลงทะเบียน ส.ย 7 ซึ่งเป็นรูปแบบการแก้ไขปัญหาในที่ดินเดิมและที่ดินใหม่ ในที่ดินของป่าสงวน จำนวน 51 ครัวเรือน โดยที่ดินผืนนี้ได้รับการบริจาคมาจากพระครูวัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง ซึ่งเป็นผู้ครอบครองสิทธิอยู่โดยการเสียภาษีดอกหญ้า มอบให้ อบต.จัดการให้ชาวบ้านเช่าในนามกลุ่ม ฯ โดยที่ผ่านมาได้รับการอนุมัติงบประมาณ จำนวนเงิน 2,787,000 บาท โดยแยกเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ งบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจำนวนเงิน 1,615,000 บาท,งบเอกลักษณ์ชุมชน จำนวนเงิน 50,000 บาท,งบอุดหนุนที่อยู่อาศัย จำนวนเงิน 1,020,000 บาท และงบบำบัดน้ำเสียในครัวเรือน จำนวนเงิน 102,000 บาท
แนวคิดและหลักการสำคัญ
จากการได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินที่อยู่ในเนื้อที่ป่าสงวนนั้น การได้กรรมสิทธิ์มาครอบครองคงจะไม่ได้ง่ายแน่นอน จึงมีการประชุมสมาชิกเพื่อข้อมติในที่ประชุมกันว่าเราจะทำเรื่องโฉนดชุมชน เพื่อมั่นคงของพวกเราเพราะถ้าเช่า หมดสัญญาเช่าอาจจะถูกยกเลิกก็ได้ เพื่อความมั่นคงในที่ดินอยู่อาศัย จึงได้รวมตัวกันจำทำเรื่องโฉนดชุมชน เป็นหลักการสำคัญ รวมไปถึงเพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของชุมชนในแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของชุมชนที่ถูกประกาศทับซ้อน ประกอบกับชุมชนไม่มีความมั่นคงในการดำรงชีพ การประกอบกิจกรรมทางการเกษตรในที่ดินที่อยู่อาศัยของตนเอง จึงได้อาศัยรัฐธรรมนูญมาตรที่ 66 ว่าด้วยสิทธิชุมชน และนโยบายรัฐบาลข้อที่ 4.2.1 ภาคเกษตร(8)ว่าด้วยการคุ้มครองและรักษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรมที่ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานแล้ว เพื่อเป็นฐานการผลิตทางการเกษตรในระยะยาว ฟื้นฟูคุณภาพดิน จัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรยากจนในรูปของธนาคารที่ดิน และเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้แก่เกษ๖รกรยากจนและชุมชนที่ทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพป่าแล้วในรูปของโฉนดชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปของนิคมการเกษตร และเพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันในการจัดทำโฉนดชุมชน รวมถึงสร้างกระบวนการเรียนรู้ของสมาชิกเครือข่าย ดังนั้น หลักคิดที่สำคัญในการจัดทำโฉนดชุมชนจึงมุ่งเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนได้เข้าใจในการรักษาที่ดินของตนเอง ชุมชนสามารถแก้ปัญหาของตนเองโดยกระบวนการมีส่วนร่วม และรักษาทรัพยากรของตนเอง ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนมีความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการที่ดินและยกระดับสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้ภายในเครือข่ายการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนเป็นแกนหลัก
กระบวนการทำงานของชุมชน
ชุมชนบ้านถิ่นแถนหลวงดำเนินการจัดการที่ดินของโครงการเป็นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวนเนื้อที่ดิน 9-0-68 ไร่ แยกเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แคม เนื้อที่ 3–1–44 ไร่ อยู่ในเขตจำแนกการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้เขตป่าเพื่อเศรษฐกิจ(Zone E) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 และ 17 มีนาคม 2535 และพื้นที่ดังกล่าวกรมป่าไม้ได้ส่งมอบให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อนำไปดำเนินการปฏิรูปที่ดิน แต่ได้ดำเนินการกันกลับคืนให้กรมป่าไม้ ตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกลับคืนกรมป่าไม้ พ.ศ. 2538 ส่วนเนื้อที่อีก 5- 3-24 ไร่ อยู่ในเขตป่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้รักษาไว้เป็นป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2542 ป่าแม่เติ๊กป่าแม่ถาง ป่าแม่กำปอง โดยมีหนังสืออนุญาตจากกรมป่าไม้ที่ ทส 1602.3/8881 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2552 การอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และแนบภาพถ่ายกลางอากาศประกอบคำขอตามหนังสือจังหวัดแพร่ ที่พร 0013.4/16933 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ข้อมูลเรื่ององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่น เพื่อจัดสรร ที่อยู่อาศัยให้กับราษฎรตามโครงการบ้านมั่นคง “ กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนบ้านถิ่นแถนหลวง”
ดังกล่าวชุมชนบ้านถิ่นหลวง จึงได้มีเวทีหารือกับชาวบ้านที่เดือนร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย โดยออกแบบการดำเนินงานเพื่อจัดการที่ดินที่ได้มาเพื่อจัดสรรเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชน เริ่มจากการสำรวจข้อมุลกลุ่มผู้เดือดร้อยโดยได้มากรอกข้อมูลรายละเอียดแต่ละรายเพื่อเข้าร่วมโครงการและมีการเรียกประชุมสมาชิกทั้งหมด มีการเลือกตั้งคณะกรรมการทำงานจากผู้เข้าร่วมโครงการโดยแบ่งเป็นทีมบริหารจัดการ ทีมช่างชุมชน ทีมตรวจสอบ ทีมที่ดิน ทีมประชาสัมพันธ์ /งานข่าวสาร โดยจะคัดเลือกจากความสมัครใจและเสียงส่วนมากมีมติเห็นด้วย
คณะกรรมการดังกล่าวทำหน้าที่ในการค้ำประกันร่วมกันภายในสมาชิกกลุ่ม,ดูแล และประสานงานกันภายในกลุ่ม, ออกแบบและวางระบบการบริหารจัดการสินเชื่อ,แผนงานและรูปแบบการขับเคลื่อนเรื่องที่ดินใหม่
นอกจากนี้ยังมีบริหารการจัดกลุ่มย่อย 8 กลุ่ม เพื่อเป็นเวทีในการแจ้งข่าวสารในการประชุมในแต่ละครั้ง,พิจารณากลั่นกรองกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการฯ ,การพิจารณากลั่นกรองสินเชื่อของกลุ่ม และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ขั้นตอนการทำงาน
- คณะกรรมการคัดกรองผู้ที่มาเข้าร่วมในโครงการ ดูความเหมาะสมตามหลักการหรือเปล่า แต่ บางครั้งก็ต้องยอมรับเพราะพระครูท่านยกให้ตั้งแต่โครงการยังไม่เกิดแล้ว
- มีการตั้งกลุ่มทำงานเป็นกลุ่มย่อย ขึ้นมาให้มีประธานกลุ่มของแต่ละกลุ่ม ตามความเหมาะสมตามระบบเครือญาติ หรืออยู่ในโชนเดียวกัน
- มีการตั้งกฎระเบียนการอยู่ร่วมกัน กติกาการออมเงิน การประชุม
- มีการเก็บเงินจากสมาชิกเป็นเงิน 4 ส่วน ด้วยกันคือ เงินออมสัจจะเดือนละ100บาท เงินออมสวัสดิการ เดือนละ 30 บาท เงินค่าธรรมเนียมแรกเข้าคนละ 50 บาท เงินฝากเผื่อที่อยู่อาศัยตามกำลังสมาชิกแต่ละคนจะสบทบไม่บังคับ จะมีภาคบังคับอยู่ 3 ส่วน โดยจะมีการเก็บในวันที่ 5 ในเดือนแรกๆ และเปลี่ยนเป็นวันที่ 2 ในเดือนต่อมา และลดเงินออมสัจจะลงมาเหลือเดือนละ 20 บาท เนื่องจากสมาชิกส่วนมากมีรายได้น้อย และมีเก็บเพิ่มเข้ากองทุนประกันความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ขอสินเชื่อโดยจัดเก็บเดือนละ 20 บาท หรือปีละ 200 บาท เก็บแล้วก็นำไปฝากธนาคารเลยจะไม่มีเงินสดอยู่ในมือผู้ใด โดยเปิดบัญชีในนามกลุ่มฯ กับธนาคารกรุงไทย เงื่อนไขการ เบิกจ่าย 2 ใน 3 โดยมีมติเห็นชอบจากสมาชิกทุกคนแล้ว
- ทีมที่ดิน ก็ได้ดำเนินการของหนังสือจากทาง อบต. ไปติดต่อประสานงานที่กรมป่าไม้แพร่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ให้คำแนะนำว่าให้เช่าในนามของ อบต. จะง่ายกว่ารายบุคคล จึงเอาข้อมูลมาขอหนังสือที่ อบต ใหม่ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ .ศ.2551 โดยมีหนังสือบันทึกตกลงยินยอมให้ใช้ที่ดินครอบครองของท่าพระครูวิจิตรธรรมาภรณ์ แนบมาด้วย จำนวน 10 ไร่ 3 งาน แต่พอป่าไม้ไปวัดจริงๆ เหลือเพียง 9 ไร่ 3 งาน 68 ตารางวา
- ทีมช่างชุมชน ก็สำรวจว่าเราจะดำเนินงานอะไรก่อนหลัง
ผลสำเร็จและการเชื่อมโยงสู่การแก้ไขปัญหาในระดับอื่นๆ
- เกิดกระบวนการจัดการที่ดินอย่างมีส่วนร่วม เช่น การแบ่งแปลงที่ดินในการปรับปรุงในที่ดินใหม่,การปรับปรุงและจัดระบบสาธารณูปโภค,เกิดการสำรวจข้อมูลชุมชนเพื่อในในการวางแผนการพัฒนา ได้แก่ ข้อมูลสมาชิกในครัวเรือน,อาชีพคนในชุมชน,รายได้ต่อครัวเรือน ,ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือน ,หนี้สินต่อครัวเรือน,ความสามารถในการชำระคืน และการออมของสมาชิกแต่ละครอบครัว
- จัดผังความสัมพันธ์แผนการออมทรัพย์กับแผนการก่อสร้าง เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด
- ชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผ่านกระบวนการจัดทำโฉนดชุมชน ซึ่งได้ทำให้ชาวบ้านเกิดการเรียนรู้ในการบริหารจัดการที่ดิน การแก้ปัญหาที่ดินโดยชุมชน และกระบวนการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงาน
- เกิดการเชื่อมโยงแผนพัฒนาสู่กิจกรรมอื่นๆภายในชุมชน กล่าวคือ ได้รับบรรจุไว้ในแผน อบต.บ้านถิ่น โดยจะมีงบสนับสนุนทางอาชีพ และสุขภาพ ในงบประมาณ 2 ล้าน,การจัดทำกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล ,การจัดการทรัพยากร และธนาคารต้นไม้
- เกิดกลไกการขับเคลื่อนงานเมืองเพื่อจัดการที่ดินชุมชนทั้งระบบ และยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้โฉนดชุมชน
การเชื่อมโยงร่วมกับท้องถิ่นและภาคีที่เกี่ยวข้อง
- ประสานความร่วมมือในกระบวนการดำเนินงานร่วมกับท้องถิ่น ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้าสถานีอนามัย
- ประสานการจัดหาและสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคร่วมกับหน่วยงานราชการในท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล ไฟฟ้า ประปา
- การประสานความร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ,ศูนย์ปฏิบัติการที่ดินป่าไม้แพร่ ในกระบวนการสำรวจสภาพป่า กระบวนการขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์จากที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แคม และกระบวนการจัดสรรที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนในโครงการบ้านมั่นคง เป็นต้น
- การเชื่อมโยงเครือข่ายระดับภาค ร่วมกับเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย(คปท) ในกระบวนการสร้างความเข้าใจและสร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชน
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
- ขอให้รัฐบาลเร่งอนุมัติเรื่องการจัดทำโฉนดชุมชนและผลักดันให้มีกฎหมายรองรับ
- จัดสรรงบสนับสนุนกองทุนธนาคารที่ดินของชุมชน
- เร่งผลักดันเรื่องภาษีก้าวหน้า
- ให้หน่วยงานที่จัดทำเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน ให้ใช้แผนที่มาตราเดียวกัน คือ 1 : 4000





