playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

โฉนดชุมชนและการจัดการที่ดินร่วม
กรณี บ้านปากน้ำปอย ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

ณัฐวุฒิ   อุปปะ : เขียน
จตุรงค์   พลจันทึก : เรียบเรียง

ความเป็นมา
     ตำบลวังนกแอ่น  จัดตั้งเป็นตำบลเมื่อ พ.ศ. 2479  ราษฎรอพยพมาจากหลายแห่ง เช่น เมืองเชียงตุง ประเทศพม่า ประเทศลาว และอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย เข้ามาทำไร่ ทำสวน และ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้เล่าขานกันว่า ในเดือนสามจะมีนกนางแอ่น มาเกาะตามบ้านเรือน ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “บ้านวังนกแอ่น”  ปัจจุบันมีเขตการปกครองจำนวน 20 หมู่บ้านมีประชากรทั้งสิ้น 16,179 คน   เป็นชาย 8,399 คน  หญิง 7,780 คน   5,267 ครัวเรือน  มีความหนาแน่น เฉลี่ย  26.16 คนต่อตารางกิโลเมตร   มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง และภูเขา  พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย และฝั่งขวา รวมทั้งในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ประมาณร้อยละ  80 ของพื้นที่ มีแม่น้ำเข็กไหลผ่านกลางตำบล จากทิศตะวันออก ไหลไปสู่ทิศตะวันตก  มีหมู่บ้านตั้งอยู่กระจัดกระจายอยู่ริมสองฝั่ง ของแม่น้ำและภูเขา   ซึ่งเหมาะกับการประกอบอาชีพทางการเกษตรกรรม ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ และเป็นที่ตั้งของ บ้านปากน้ำปอย  หมู่ที่ 16  ซึ่งมีประชากรรวม 422 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  พื้นที่บ้านน้ำปอยแบ่งออกเป็น 80% ของพื้นที่เป็นแปลงเกษตรกรรม 15 % ของพื้นที่เป็นป่าอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีการแบ่งเขตที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่อนุรักษ์ มีการจัดตั้งป่าชุมชน 2,000 ไร่ โดยชุมชนดูแลกันเองโดยแบ่งเป็น ภทบ.5 จำนวน 28.21 %,ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 69.23 % และอื่นๆ 2.56 %

แนวคิดสำคัญ
      จากสภาพปัญหาในชุมชนที่ไม่มีเอกสารสิทธ์และไม่มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ เนื่องมาจากพื้นที่ทำกินอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงจึงทำให้ชุมชนมีการขายที่ดินทำกินให้กับนายทุน ที่ดินมีการเปลี่ยนมือการถือครองให้กับคนภายนอก  “ที่ดินสู่ฐานความมั่นคงวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น”

กระบวนการทำงานของชุมชน

  • การสร้างความเข้าใจ โดยผ่านการประชาคมระดมความคิดเห็น สรุปประเด็นปัญหาการใช้ที่ดิน, สร้างความเข้าใจร่วมการจัดทำโฉนดชุมชนของคนในชุมชน,ใช้ข้อมูลการสืบค้นประวัติความเป็นมาการก่อตั้งชุมชนในการสร้างความเข้าใจ และรวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการในชุมชนเพื่อทำหน้าที่ในการดูแลและประสานงาน
  • การให้ความรู้ความเข้าใจและทำแผนที่ชุมชน  ได้แก่
    • ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้และอ่านค่าแผนที่
    • การกำหนดขอบเขตเบื้องต้นแปลงที่ดินในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ
    • ลงพื้นที่จัดพิกัด GPS โดยคนในชุมชน,นักวิชาการตรวจสอบความถูกต้อง
    • ประชาคมวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูล
  • ฐานข้อมูลชุมชน ได้แก่
    • แปลงค่าพิกัดเป็นแผนที่แปลงรวม
    • หล่อหมุดและลงหมุนชุมชนในแปลงพื้นที่
    • ลงพิกัด GPS ประจำหลักหมุดแสดงแนวเขตโดยคนในชุมชน
    • ฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน
  • จัดทำแผนแม่บทชุมชนในการจัดการที่ดิน 5 ปี โดยมีเป้าหมาย “ ที่ดินสู่ความมั่นคงในวิถีชีวิตชุมชน”  และกำหนดจังหวะก้าวในแต่ละช่วงเวลา คือ ระยะที่ 1 การพัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน โดยเน้น  พัฒนาพื้นที่รูปธรรม และขยายพื้นที่ระดับตำบล ,ระยะที่ 2 จัดทำธนาคารที่ดิน โดยเน้นการพัฒนาศูนย์ข้อมูลด้านทรัพยากรพื้นฐานและที่ดินภาคประชาชน , ระยะที่ 3 ยกระดับเป็นศูนย์ศึกษาพัฒนา โดยเน้นการทำวิจัยชุมชน ที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น การจัดการทรัพยากร พันธุกรรมท้องถิ่นและพัฒนาเป็นหลักสูตรชุมชน,ระยะที่ 4 ถอดบทเรียนเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิถีชุมชนและเชื่อมโยงประสานความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ,ระยะที่ 5 ต่อยอดการพัฒนาโดยปรับยุทธศาสตร์การดำเนินการด้านกลไกและผลักดันนโยบาย รวมถึงเน้นการวิเคราะห์และติดตามประเมินผลเป็นสำคัญ

การเชื่อมโยงร่วมกับท้องถิ่น ภาคีที่เกี่ยวข้อง

  • องค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่เพื่อร่วมดำเนินกิจกรรม
  • อบต. สนับสนุนและร่วมหาแนวทางการทำงานและวางแผนร่วม
  • บันทึกความร่วมมือ กับสาขาวิชาภูมิศาสตร์สารสนเทศ มหาวิทยาลัยนเรศวร เช่น ให้ความรู้เรื่องแผนที่และสนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูล และจัดทำฐานข้อมูล(Database) และศูนย์กลางข้อมูล (Saver)
  • อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเมี่ยง-ภูทอง
  • ผู้ว่าราชการจังหวัด  ผู้ตรวจกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  พัฒนาสังคมจังหวัด  ภาคีอื่นๆ

ผลการเปลี่ยนแปลง

  • โฉนดชุมชน เป็นนโยบายของรัฐบาล ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ข้อ ๔.๒.๑.๘
  • คุ้มครองและรักษาพื้นที่ที่เหมาะสมกับกรทำเกษตรกรรมที่ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประธานแล้ว เพื่อเป็นฐานการผลิตทางการเกษตรในระยะยาว ฟื้นฟูคุณภาพดิน จัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรยากจนในรูปของธนาคารที่ดินและเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่เกษตรกรยากจนและชุมชนที่ทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพป่าแล้วในรูปของโฉนดชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปของนิคมการเกษตร
  • มีรูปแบบการดำเนินการโฉนดชุมชนโดยชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, น่าน อยู่ในช่วงรวบรวมปรับแก้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องจัดให้มีโฉนดชุมชน
  • เป็นการชะลอการบุกรุก บุกเบิกที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง และชุมชนมีสิทธิร่วมในที่ดินตนเอง เป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม บริหารจัดการชุมชนตนเอง
  • ทั้งนี้ในทางกลับกัน การดำเนินการเรื่องโฉนดชุมชนจะติดขัดทางกฎหมายหลายฉบับ และเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยดำเนินการเรื่องสิทธิส่วนรวม ต้องทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งชุมชน

 

ข้อเสนอชุมชน
เป้าหมายสูงสุดหลังจากการแก้ไขปัญหาด้านเอกสารสิทธิ์ คือ การได้โฉนดถือครองที่ดิน ส่วนเป้าหมายรอง คือ การได้ใบเอกสารสิทธิ์ สปก./สทก. โดยมีข้อเสนอ ดังนี้

  • การแก้ไขปัญหาด้านเอกสารสิทธิ์ โดยมีแนวทาง ดังนี้
  • ให้ทำการวัดแนวเขต
  • ทำหลักหมุดปักตามแปลงที่ดินของชาวบ้าน
  • ให้ผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ ประชุมหมู่บ้าน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกับชาวบ้าน
  • ทำแผนที่แปลงที่ดินของตนเอง
  • ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สปก., กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช)
  • ทำประวัติชุมชน
  • ปัญหาที่ดินเปลี่ยนมือ โดยมีแนวทางดังนี้
  • ชาวบ้านควรหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้
  • มีการตั้งกฎกติกาการเปลี่ยนมือถือครองที่ดิน
  • ปัญหาการใช้สารเคมีทำการเกษตร  โดยมีแนวทาง ดังนี้
  • ลดการใช้สารเคมี
  • ควรทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้
  • มีการปลูกไม้ยืนต้น เพื่อที่จะชะลอน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีที่จะไหลลงสู่แหล่งน้ำ

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter