ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ คณะกรรมการดำเนินการตามกติกาที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ครั้งที่ ๑/๒๕๕๖ ณ ห้องประชุมศรีวราแกรนด์บอลรูม โรงแรมทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล ผู้แทนหน่วยงาน เข้าร่วมประชุม ประมาณ ๒๐๐ คน ซึ่งได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาเป็นประธานเปิดการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนในครั้งนี้
นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า สภาองค์กรชุมชนตำบล เป็นการเสนอมิติใหม่ของกระบวนการพัฒนาโดยชุมชนเอง ซึ่งมีความเข้มแข็งเป็นอันมากทั้งในเชิงปริมาณและเนื้อหา ชุมชนได้มีการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน เป็นเครือข่ายเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบล รวมถึงมีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันในระดับจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัด ซึ่งมีชุมชนเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกัน เป็นพลังทางสังคมที่ช่วยให้ประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างอบอุ่น การพัฒนาและการสร้างความเข้มแข็งเพื่อให้ชุมชนเป็นกลไกการบูรณาการร่วมกันระหว่างสภาองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนให้ทุกชุมชนท้องถิ่น มีแผนการพัฒนาชุมชนที่ครอบคลุมทุกเรื่องอย่างบูรณาการ และนำไปสู่การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต ทั้งเรื่องสวัสดิการ การแก้ไขปัญหาความยากจน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ดิน ป่า น้ำ การปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้ทุกคนสามารถมีที่ดินที่ทำกิน และนำที่ดินที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาของคนในท้องถิ่น การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ทุกคนมีงานทำมีรายได้ สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินเพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีระบบเศรษฐกิจพอเพียงและพึ่งตนเองได้มากที่สุด
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลในทุกระดับ ให้สามารถดำเนินงานตามบทบาทภารกิจและบรรลุผลตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน รวมทั้งการสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้ครอบคลุมทั่วถึงในทุกพื้นที่ การพัฒนาคุณภาพและความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชนในทุกด้าน เพื่อให้เป็นกลไกพื้นที่ในการเชื่อมโยงงานพัฒนาและจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนในทุกระดับ รวมถึงการรายงานผลการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชน นำเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาด้านต่างๆ ตลอดจนเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไข ซึ่งผ่านความเห็นจากที่ประชุมในระดับชาติในวันนี้ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
นายจินดา บุญจันทร์ ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวว่า การดำเนินงานการส่งเสริมการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบัน (๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๖) มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลรวมทั้งสิ้น ๓,๘๖๘ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๖๗ ของจำนวนตำบล/เทศบาล/เขตทั่วประเทศ มีจำนวนสมาชิกรวมทั้งสิ้น ๑๒๘,๐๐๓ คนหรือจำนวนสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลโดยเฉลี่ยแห่งละประมาณ ๓๓ คน และมีองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนที่จดแจ้ง จำนวนทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๕๑ องค์กร
โดยมีพื้นที่ตัวอย่างสภาองค์กรชุมชนในระดับตำบล เช่น สภาองค์กรชุมชนตำบลห้วยยางขาม จังหวัดพะเยา มีความโดดเด่นในการจัดทำแผนแม่บทชุมชน โดยมีการลงจัดเวทีระดับหมู่บ้าน สร้างความเข้าใจร่วมกันถึงคุณค่าและประโยชน์ของการจัดทำแผนแม่บทชุมชน มีการชวนคิด วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ การระดมทางออก จนได้ข้อสรุปร่วมของการแก้ไขปัญหา คือ คนในหมู่บ้านสามารถทำเองได้ ต้องไปร่วมมือกับคนอื่นหมู่บ้านอื่นทำ และขอรับและการสนับสนุนช่วยเหลือจากภายนอก
หรือที่สภาองค์กรชุมชนตำบลหนอกจิก จังหวัดสุโขทัย มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบโดยชุมชน ทั้งในส่วนของน้ำแล้ง น้ำท่วม โดยมีการจัดตั้งกองทุนบริหารจัดการน้ำ ทำให้ชาวบ้านมีน้ำไว้ทำนา ที่ดินได้รับการฟื้นฟู การอพยพแรงงานมีน้อยลง ไม่มีปัญหาอาชญากรรมที่รุนแรง กิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีชุมชนเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ผู้คนมากมายเข้ามาร่วมกิจกรรมกลางของชุมชน เพราะเศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น สามารถทำให้ผู้คนที่อพยพไปใช้แรงงานในเมืองกลับบ้านเกิด และมีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกมาสนับสนุนการทำกิจกรรมของชุมชนในด้านต่างๆด้วย
และสภาองค์กรชุมชนตำบลละมอ จังหวัดตรัง มีความโดดเด่นในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยขบวนองค์กรชุมชนที่ขับเคลื่อนงานในนามสภาฯ ละมอ ได้ร่วมกับท้องถิ่น ในการสำรวจพิกัด GPS สำรวจพื้นที่ทำกินของประชาชน แล้วนำข้อมูลมาสู่การจัดทำประชามติให้ยกเลิกพื้นที่สาธารณะ โดยออกหนังสือรับรองข้อมูลร่วมกันระหว่างท้องถิ่นและสภาองค์กรชุมชน ในลักษณะการรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินได้จำนวน ๓๙ ราย เป็นต้น
ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าสภาองค์กรชุมชน มีบทบาทที่สำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เป็นพื้นที่กลางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย ค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน นอกจากนั้น ยังเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาของขบวนองค์กรชุมชนทั้งในพื้นที่และนโยบายได้ต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล มีเรื่องพิจารณาสำคัญๆ ดังนี้ ๑) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน ๕ ปี ๒) มาตรการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชนตำบล ๓) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางการแก้ไขของประชาชนในระดับจังหวัดเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ ๔) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาประเทศ และ ๕) การแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและพัฒนาข้อเสนอการแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน










