เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๖ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดอุดรธานี และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัด "สมัชชาเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน”
เพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายสาธารณะระดับภาค ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีตัวแทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ๘ จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หน่วยงานภาคี เข้าร่วม ประมาณ ๑,๐๐๐ คน
นายก้าน กุณะวงษ์ คณะทำงานเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กล่าวรายงานผลการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชน ระบุว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีพื้นที่ดำเนินงาน ๘ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และจังหวัดมุกดาหาร การดำเนินงานที่ผ่านมามุ่งเน้นให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้ โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีระดมการมีส่วนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และร่วมวางแผนการพัฒนาในพื้นที่ร่วมกัน โดยมีมีรายละเอียดผลการดำเนินงาน ดังนี้
งานสวัสดิการชุมชน ผลการดำเนินงานจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนรวม ๔๘๖ กองทุน จากพื้นที่ ตำบลทั้งหมด ๗๗๒ ตำบล มีสมาชิกกองทุนรวม ๓๖๕,๗๙๓ คน ได้รับการสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนจากรัฐบาลทั้งหมด ๑๗๕,๘๗๙,๗๑๗ บาท โดยกลไกการทำงานในระดับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนงานจากผู้แทนสวัสดิการชุมชน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐต่างที่เกี่ยวข้อง ทำงานร่วมกันโดยมุ่งเน้นเป้าหมายเพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนให้เป็นรากฐานที่สำคัญของระบบสวัสดิการสังคมไทย
งานสภาองค์กรชุมชนตำบล มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้งหมด ๔๕๑ สภา ที่เป็นสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลและมีกลไกของสภาองค์กรชุมชนตำบล ระดับจังหวัดทั้ง ๘ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งมีกลุ่มที่ได้ดำเนินการจดแจ้งกับสภาองค์กรชุมชนตำบลไปแล้วทั้งหมด ๙,๙๓๗ กลุ่ม
งานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตเมือง (โครงการบ้านมั่นคง) ในพื้นที่ที่มีการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทั้งหมด ๗ จังหวัด ๑๕ เมือง ๖๑ชุมชน ๒,๘๒๓ ครัวเรือน รับงบสนับสนุนให้เปล่าทั้งสาธารณูปโภคและอุดหนุนที่อยู่อาศัย ๑๘๒,๕๓๐,๒๖๘ บาท และสนับสนุนการใช้สินเชื่อทั้งหมด ๑๖๓,๔๗๔,๗๔๒ บาท
งานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จากการที่พื้นที่ระดับตำบลมีปัญหาในเรื่องที่ดินทำกิน ก็ได้มีกลไกการทำงานที่เริ่มจากพื้นที่ระดับตำบล และการวางแนวทางการจัดการที่ดินแนวใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งหมด ๘ จังหวัด ๕๙ ตำบล งบประมาณสนับสนุนทั้งหมด ๑๙,๐๘๒๐๐๐ บาท
งานเศรษฐกิจและทุนชุมชน มีกลุ่มองค์กรชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และทุนชุมชนทั้งหมด ๔ จังหวัด ๕ ตำบล งบประมาณการสนับสนุนพื้นที่ตำบลละ ๙๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมด ๔๕๐,๐๐๐บาท ผลการดำเนินงานที่ผ่านของขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีกลไกในทำงานที่เริ่มตั้งแต่ระดับพื้นที่ที่มาจากประชาชนที่เดือดร้อนและมีการร่วมตัวขึ้นมาเป็นระดับตำบลหรือเมือง ระดับจังหวัด ระดับภาค จนสุดท้ายมาอยู่ที่ระดับชาติ
ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากรายงานที่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่ได้กล่าวมา แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการทำงานพัฒนาโดยภาคประชาชนที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาของตนเองให้นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน และการจัดการตนเองให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานสภาองค์กรชุมชน เรื่องการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน และอื่นๆ ที่ครอบคลุมงานพัฒนาในทุกมิติที่ทำให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสดิการชุมชนให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูทุนทางสังคมในชุมชนให้กลับมาเป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ขบวนองค์กรชุมชนได้ดำเนินการทำงานพัฒนาร่วมกันมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน พร้อมกับการสนับสนุนของหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ที่ทำงานร่วมกันกับขบวนองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
ความมุ่งมั่นของการดำเนินงาน จะเป็นการทำงานที่ส่งผลให้องค์กรชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตั้งแต่ในระดับพื้นที่ตำบล จังหวัด ภาค ถือว่าเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่แท้จริงของขบวนองค์กรชุมชน และการแก้ไขปัญหากันอย่างบูรณณาการที่มีส่วนร่วมท้องถิ่นและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องที่จะคอยสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนนั้นๆ และนำไปสู่การผลักดันเชิงนโยบายของภาคประชาชนได้
ตนเองมีความยินดีและพร้อมที่จะคอยช่วยสนับสนุนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนให้มีความต่อเนื่อง เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาได้นั้น จะต้องเป็นการแก้ไขปัญหาของคนในพื้นที่ที่แท้จริง การมีหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชนก็ตาม ที่จะคอยเป็นตัวช่วยในการสนับสนุนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน เท่านั้น เพื่อให้องค์กรชุมชนท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของภาคประชาชน
|





