playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

es1-130956เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๖ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดอุดรธานี และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัด "สมัชชาเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน”

เพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายสาธารณะระดับภาค ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีตัวแทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ๘ จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หน่วยงานภาคี เข้าร่วม ประมาณ ๑,๐๐๐ คน

นายก้าน กุณะวงษ์ คณะทำงานเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กล่าวรายงานผลการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชน ระบุว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีพื้นที่ดำเนินงาน ๘ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี  เลย  หนองบัวลำภู  หนองคาย  บึงกาฬ  สกลนคร  นครพนม และจังหวัดมุกดาหาร การดำเนินงานที่ผ่านมามุ่งเน้นให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีระดมการมีส่วนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และร่วมวางแผนการพัฒนาในพื้นที่ร่วมกัน  โดยมีมีรายละเอียดผลการดำเนินงาน ดังนี้

งานสวัสดิการชุมชน  ผลการดำเนินงานจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนรวม ๔๘๖ กองทุน จากพื้นที่ ตำบลทั้งหมด  ๗๗๒ ตำบล  มีสมาชิกกองทุนรวม ๓๖๕,๗๙๓ คน  ได้รับการสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนจากรัฐบาลทั้งหมด ๑๗๕,๘๗๙,๗๑๗ บาท   โดยกลไกการทำงานในระดับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนงานจากผู้แทนสวัสดิการชุมชน  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐต่างที่เกี่ยวข้อง   ทำงานร่วมกันโดยมุ่งเน้นเป้าหมายเพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนให้เป็นรากฐานที่สำคัญของระบบสวัสดิการสังคมไทย    

งานสภาองค์กรชุมชนตำบล มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั้งหมด ๔๕๑ สภา ที่เป็นสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลและมีกลไกของสภาองค์กรชุมชนตำบล ระดับจังหวัดทั้ง ๘ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  ซึ่งมีกลุ่มที่ได้ดำเนินการจดแจ้งกับสภาองค์กรชุมชนตำบลไปแล้วทั้งหมด ๙,๙๓๗ กลุ่ม

งานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตเมือง (โครงการบ้านมั่นคง) ในพื้นที่ที่มีการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทั้งหมด ๗ จังหวัด ๑๕ เมือง ๖๑ชุมชน ๒,๘๒๓ ครัวเรือน รับงบสนับสนุนให้เปล่าทั้งสาธารณูปโภคและอุดหนุนที่อยู่อาศัย ๑๘๒,๕๓๐,๒๖๘ บาท และสนับสนุนการใช้สินเชื่อทั้งหมด ๑๖๓,๔๗๔,๗๔๒ บาท

งานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จากการที่พื้นที่ระดับตำบลมีปัญหาในเรื่องที่ดินทำกิน ก็ได้มีกลไกการทำงานที่เริ่มจากพื้นที่ระดับตำบล  และการวางแนวทางการจัดการที่ดินแนวใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งหมด ๘ จังหวัด ๕๙ ตำบล  งบประมาณสนับสนุนทั้งหมด ๑๙,๐๘๒๐๐๐ บาท

งานเศรษฐกิจและทุนชุมชน มีกลุ่มองค์กรชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และทุนชุมชนทั้งหมด ๔ จังหวัด ๕ ตำบล งบประมาณการสนับสนุนพื้นที่ตำบลละ ๙๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมด ๔๕๐,๐๐๐บาท ผลการดำเนินงานที่ผ่านของขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีกลไกในทำงานที่เริ่มตั้งแต่ระดับพื้นที่ที่มาจากประชาชนที่เดือดร้อนและมีการร่วมตัวขึ้นมาเป็นระดับตำบลหรือเมือง ระดับจังหวัด  ระดับภาค จนสุดท้ายมาอยู่ที่ระดับชาติ

es2-130956ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากรายงานที่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่ได้กล่าวมา แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการทำงานพัฒนาโดยภาคประชาชนที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาของตนเองให้นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน  และการจัดการตนเองให้ได้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานสภาองค์กรชุมชน  เรื่องการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน   และอื่นๆ ที่ครอบคลุมงานพัฒนาในทุกมิติที่ทำให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง  และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนที่ดีขึ้น     โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสดิการชุมชนให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูทุนทางสังคมในชุมชนให้กลับมาเป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ขบวนองค์กรชุมชนได้ดำเนินการทำงานพัฒนาร่วมกันมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน   พร้อมกับการสนับสนุนของหน่วยงานท้องถิ่น  หน่วยงานภาครัฐ ที่ทำงานร่วมกันกับขบวนองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา  เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้    

ความมุ่งมั่นของการดำเนินงาน จะเป็นการทำงานที่ส่งผลให้องค์กรชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตั้งแต่ในระดับพื้นที่ตำบล  จังหวัด  ภาค   ถือว่าเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่น  ความตั้งใจที่แท้จริงของขบวนองค์กรชุมชน  และการแก้ไขปัญหากันอย่างบูรณณาการที่มีส่วนร่วมท้องถิ่นและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องที่จะคอยสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนนั้นๆ และนำไปสู่การผลักดันเชิงนโยบายของภาคประชาชนได้   

ตนเองมีความยินดีและพร้อมที่จะคอยช่วยสนับสนุนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนให้มีความต่อเนื่อง  เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาได้นั้น  จะต้องเป็นการแก้ไขปัญหาของคนในพื้นที่ที่แท้จริง การมีหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ  ภาคเอกชนก็ตาม  ที่จะคอยเป็นตัวช่วยในการสนับสนุนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชน  เท่านั้น  เพื่อให้องค์กรชุมชนท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้   นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของภาคประชาชน

 

ข้อเสนอนโยบายสาธารณะของขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

 

จากการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนภายใต้การสนับสนุนของ

ชุมชนท้องถิ่น/หน่วยงานภาครัฐ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ขับเคลื่อนงานพัฒนา  เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันและจากการสรุปบทเรียนถอดองค์ความรู้ พบว่าการขับเคลื่อนไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชน โดยมีสภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญให้เกิดพื้นที่กลาง ในการเชื่อมร้อยภาคีทุกภาคส่วน  เวทีสมัชชาขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จึงมีข้อเสนอดังนี้

 

ข้อเสนอต่อสภาองค์กรชุมชนตำบล

1.ประชาสัมพันธ์ พรบ.สภาองค์กรชุมชนตำบลให้ประชาชนหน่วยงานภาคีได้รับทราบบทบาทหน้าที่ความสำคัญของ พรบ.

2.ขยายการจัดตั้งจดแจ้งองค์กรชุมชนและให้องค์กรชุมชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนวทางการพัฒนาร่วมกัน

3.พัฒนาศักยภาพสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลและองค์กรชุมชนในระดับตำบลให้สามารถปฎิบัติตามภารกิจของสภาองค์ชุมชนตำบลตลอดจนการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพไห้เกิดการยอมรับของทุกภาคส่วน

4.สนับสนุนพื้นที่ตำบลให้เกิดการจัดทำแผนแบบบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาประเด็นร่วมของตำบลให้เกิดรูปธรรมอย่างน้อย ตำบลละ 1 ประเด็น

5.ทำให้เกิดกติกาชุมชน/ธรรมนูญชุมชนท้องถิ่น/นโยบายสาธารณะระดับตำบล

6.เป็นแกนหลักในการประสานภาคีเครือข่ายเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงงานพัฒนาและแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น

 

ข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด

1.ให้จังหวัดจัดงบประมาณสนับสนุนให้เกิดพื้นที่กลางระดับจังหวัด โดยให้สัดส่วนของทุกภาคส่วนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน(รัฐ ร่วม ราษฎร์)(เวทีสภาพลเมือง)

2.การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ต้องมาจากเวทีสภาพลเมือง(พื้นที่กลาง) นำไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการของจังหวัด

3.หน่วยงานทุกหน่วยงาน ต้องปฏิบัติตามแผนฯ อย่างเคร่งครัด

 

โดยให้มีการสนับสนุนจากจังหวัดตามประเด็นงานดังนี้

            ***สวัสดิการ

           1.ให้มีคำสั่งประกาศเป็นนโยบายจังหวัดให้ท้องถิ่น ท้องที่ สนับสนุนงบประมาณ กิจกรรมของกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกพื้นที่

           2.ให้มีคำสั่งให้นายอำเภอขยายการจัดตั้งกองทุนให้ครบทุกพื้นที่ในจังหวัด

          3.ให้มีคำสั่งต่อประชาสัมพันธ์จังหวัดสนับสนุนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

           4.มีคำสั่งให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้ทุกกองทุนสวัสดิการชุมชน

          

***สภาองค์กรชุมชน

         1.มีคำสั่งให้ท้องถิ่น ท้องที่ สนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้ครอบคลุมทุกตำบล

          2.ให้นำแผนพัฒนาของสภาองค์กรชุมชนตำบล ตามมติที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับ

            จังหวัด   เข้าบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด

          3.มีคำสั่งให้ท้องถิ่น ท้องที่ เข้าไปร่วม/สนับสนุนกิจกรรมของชุมชนภายใต้สภาองค์กรชุมชนตำบล

 

ข้อเสนอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

1.ให้ขบวนองค์กรชุมชนเป็นกลไกร่วม ในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ นโยบายการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับตำบลและระดับจังหวัด

2.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผลักดันเรื่องชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ให้เป็นวาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งระดับตำบลและจังหวัด

3.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอุดหนุนงบประมาณแก่สภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อให้เกิดเวทีกลางการประชุมเสนอปัญหา/ แนวทางการแก้ไขปัญหา/การจัดทำแผนงาน และข้อเสนอเชิงนโยบายระดับตำบล เดือนละ  1 ครั้ง

4.ท้องถิ่นต้องทบทวนกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งที่ไม่เอื้อต่อการจัดการตนเองของชุมชน ขบวนองค์กรชุมชน (อปท.+ภาคี+ขบวนองค์กรชุมชน/ชุมชน )ร่วมกันกำหนดเป็นข้อบัญญัติของชุมชนท้องถิ่น

 

ข้อเสนอต่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)

1.ระบบข้อมูลสารสนเทศ

    1.1 ระบบข้อมูลของ พอช.ให้สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้

    1.2 ลดขั้นตอนเอกสารและโปรแกรมการทำงานพัฒนาให้น้อยลงและลดการเปลี่ยนแปลงเอกสาร

    1.3 โปรแกรมการทำงานพัฒนาและตัวเอกสารให้มีข้อมูลที่ตรงกันหรือให้สอดคล้องกัน

    1.4 พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่รับผิดชอบข้อมูลให้มีคุณภาพให้สอดคล้องกันทั้งระดับตำบลจังหวัด

          ภาค  และชาติ

    1.5 สนับสนุนให้พื้นที่จัดทำระบบฐานข้อมูลตำบล/จังหวัด เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาและ

         เผยแพร่ประชาสัมพันธ์

2.ระบบงบประมาณ

    2.1 หนุนเสริมงบประมาณในการจัดพื้นที่กลางตั้งแต่ระดับตำบล จังหวัด ภาค และประเทศ

    2.2 กรอบเกณฑ์ในการสนับสนุน เป็นของขบวนองค์กรชุมชน ที่มาจากตำบลไปสู่จังหวัด ภาค

          และชาติ  อย่างแท้จริง

    2.3 หนุนเสริมงบประมาณให้สภาองค์กรชุมชนตำบลโดยตรงโดยเท่าเทียม

    2.4 จัดสรรงบประมาณให้อยู่ในกรอบงบประมาณประจำปีที่สอดคล้องกับการทำงานของขบวนองค์กร

         ชุมชน

    2.5 สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยเรื่องการสรรหาผู้นำชุมชนท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนใน

         การศึกษาวิจัย    

 

3.ความสัมพันธ์ระหว่างพอช.กับสภาองค์กรชุมชน

    3.1 ให้บทบาทแก่สภาองค์กรชุมชนตำบลอย่างแท้จริง

    3.2 ให้สภาองค์กรชุมชนเป็นองค์กรนำในการเชื่อมโยงทุกประเด็นงาน

    3.3 พัฒนาแกนนำขบวนองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

 

ข้อเสนอต่อรัฐบาล

1. ปรับปรุงกฎหมาย นโยบาย ระเบียบข้อบังคับ ของท้องถิ่นให้มีทิศทางสนับสนุนการทำงานขององค์กรชุมชน โดยเปลี่ยนจากระบบรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลางมาให้ความสำคัญกับ การ     เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามหลักการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter