playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ap1-180956สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่กลอง  อ.อุ้มผาง จ.ตากจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๓ มีสมาชิกที่ร่วมจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน รวม ๒๒ กลุ่ม มีเป้าหมายในการวางระบบการจัดการที่ดินแนวใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงและรักษาที่ดินอย่างยั่งยืนให้กับลูกหลาน  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนรวมทั้งนโยบาย ๑ หมู่บ้าน ๑ ป่าชุมชน

            ทั้งนี้ตำบลแม่กลอง ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอำเภออุ้มผาง มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๔๘,๗๕๐ ไร่ มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านตลอดทั้งตำบล  ครอบคลุม ๔ หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านแม่กลองใหม่ บ้านแม่กลองเก่า บ้านใหม่ป่าคา และบ้านแม่กลอง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร และพื้นที่กว่า ๘๐% ของอุ้มผางจะเป็นที่ดินของเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่กลอง-อุ้มผาง และส่วนหนึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชอุ้มผาง  การดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่เป็นความร่วมมือระหว่างชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และท้องถิ่น  ซึ่งมีนโยบายร่วมในการสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งในพื้นที่ ตามแนวทาง ๑  หมู่บ้าน ๑ ป่าชุมชน และขยายมาสู่การจัดการที่ดินโดยใช้การสำรวจที่ดินและทำผังตำบล เป็นเครื่องมือในการรวมความคิด รวมคน และหาทางออกร่วมกัน  

           ในด้านตำบลแม่กลอง ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอำเภออุ้มผาง มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๔๘,๗๕๐ ไร่ มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านตลอดทั้งตำบล  ครอบคลุม ๔ หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านแม่กลองใหม่ บ้านแม่กลองเก่า บ้านใหม่ป่าคา และบ้านแม่กลอง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรและมีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินทำกิน เมื่อมีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่กลองได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชุมชน

          นายปทุม  วงศ์คำ  ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่กลอง อ.อุ้มผาง patoum-180956จ.ตาก กล่าวว่า เพื่อให้ตำบลแม่กลองเป็นตัวอย่างนำร่องเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินแนวใหม่ โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีกลาง ที่ผ่านมามีการทำประชาคมหมู่บ้าน โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการตำบล ประธานสภาองค์กรชุมชน และตัวแทนแต่ละหมู่บ้านเข้าร่วม มาหารือกันในตำบล เพื่อให้ทราบถึงแนวการแก้ไขปัญหาภายในตำบลร่วมกัน มีการระดมความคิด และสร้างระเบียบและกฎเกณฑ์นำมาสู่การเคลื่อนต่อ เพราะจะพึ่งพาหน่วยงานภายนอกไม่ได้ และการช่วยเหลือจากภายนอกเองไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้อง

          “การจัดการที่ดิน และการทำผังตำบลของ ต.แม่กลอง มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกันของตำบลนำร่อง และขยายสู่ตำบลอื่น จากการทำเวทีประชาคมและสำรวจข้อมูลในหมู่บ้าน พบว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน และการบุกรุกป่าของพี่น้องเป็นปัญหาสำคัญ ที่นำมาสู่การจับกุมโดยจนท.ของรัฐ จึงเล็งเห็นปัญหาเพื่อนำมาสู่แนวทางการแก้ไข และประสานนโยบาย ๑ หมู่บ้าน ๑ ป่าชุมชน จากผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ โดยให้เจ้าหน้าที่และชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการป่าร่วมกัน”

          จากปัญหาการจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้าน นำมาสู่การหาทางออกร่วม โดยใช้นโยบายของท้องถิ่นมาเป็นเครื่องมือในการคลี่คลายปมความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จากกรณีที่ชุมชนอาศัยอยู่ทั้งที่ดินในเขตป่าสงวน หรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กระทั่งเกิดโครงการ “๑ หมู่บ้าน ๑ ป่าชุมชน” เป็นรูปแบบการจัดตั้งป่าชุมชน ต.แม่กลอง มีการทำเวทีประชาคม มีข้อตกลงและวางกฎเกณฑ์ร่วม และกำหนดทุกพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่า ต.แม่กลอง ให้เป็นป่าชุมชนทั้งหมด

          นายสมคิด  อินตา เลขาสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่กลอง อ.อุ้มผาง จ.ตาก กล่าวว่า สิ่งที่เราคุยและวางเป้าหมายร่วมกันคือ ป่าอยู่ได้ คนอยู่ได้ โดยไม่เดือดร้อน และอยากให้พี่น้องชุมชนมีความมั่นคงในที่ดินทำกิน เพราะพื้นที่ที่พี่น้องอยู่นั้นอยู่ในเขตป่าสงวน ตำบลแม่กลองมีการทำเวทีประชาคมตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เรื่อยมา และได้เดินสำรวจแปลงป่าชุมชน โดยมีคณะกรรมการป่าชุมชน ตัวแทนชาวบ้าน เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ป่าสงวน เจ้าหน้าที่ผืนป่าตะวันตก และทหาร ร่วมกันในการเดินรอบแปลง จับพิกัดแบ่งเขตป่าชุมชน กลุ่มแม่บ้านเองก็ให้ความร่วมมือทำอาหารเลี้ยงกัน

         somkid-180956 “เรามีการต่อยอดกิจกรรมต่างๆ ที่ทำร่วมกันมากมาย ทั้งกิจกรรมปลูกป่าและพืชสมุนไพรในป่าชุมชน  เพราะคนอาศัยป่า ป่าอาศัยคนดูแล ทุกครั้งที่ไปเจ้าหน้าที่จะนำแผนที่ไปด้วย เพื่อทำข้อมูลก่อนและหลัง จากการสำรวจเราสามารถขอคืนที่ดินเพื่อกันไว้เป็นป่าชุมชนประมาณ ๒๐ กว่าไร่ ทุกหมู่บ้านมีการทำป้ายป่าชุมชน และทำป้ายกฎระเบียบร่วมกัน”

          นอกจากการทำกิจกรรมเพื่อต่อยอดแนวคิดเพื่อนำไปสู่การจัดการป่าอย่างยั่งยืนแล้ว ขบวนชุมชนมีการจัดตั้งกองทุนที่ดินคนอยู่ร่วมกันกับป่า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔  ด้วยการหักรายได้จากการนำใบตองตึงแห้งมาขายทำเป็นวัสดุหลังคาที่อยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้างอื่น ตับละ ๒๐ สตางค์เข้ากลุ่ม ในปี ๒๕๕๖ นี้มีเงินเข้าสมทบกองทุนถึง  ๑.๔ แสนบาท  และนำมาสู่การสร้างรายได้เพิ่มเติม และนำมาบริหารจัดการกับกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน เช่น กองทุน SML มาซื้อกล้าพันธุ์ปลูกกาแฟ และบุก  และยังนำเงินกองทุนดังกล่าวมาให้แม่บ้านทำอาหารเลี้ยงคณะทำงาน  ที่ลงวัดแปลงหรือคณะทำงานป่าชุมชน ส่วนที่เหลือจะนำมาดูแลในเรื่องการทำแนวกันไฟต่อ

          นายปทุม  วงศ์คำ  ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่กลอง อ.อุ้มผาง จ.ตาก กล่าวเพิ่มเติมว่า เราตั้งเป้าหมายในการจัดตั้งกองทุนคนอยู่ร่วมกันกับป่า คือ ชุมชนสามารถจัดการตนเอง มีการพัฒนาอาชีพ และการผลิต รวมทั้งการพัฒนาระบบน้ำทางการเกษตร มีการจัดสวัสดิการชุมชน เพื่อดูแลซึ่งกันและกัน และนำมาสู่การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของคนในชุมชน ที่ผ่านมาได้ทำนำร่องในหมู่ที่ ๑ และมีการสำรวจข้อมูลที่ดินทั้งที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ป่าชุมชน และเขตป่าอนุรักษ์ รวมทั้งข้อมูลผู้ยากไร้ในพื้นที่  ซึ่งกระบวนการพิจารณาและคัดกรองผู้ที่ยากไร้ในเรื่องที่ดินทำกิน  และพร้อมที่จะขยายผลสู่หมู่บ้านอื่นๆ ต่อไป

          “สิ่งที่เราหวงแหนนั้น เพื่ออนุรักษ์ให้ลูกหลานเรา และพื้นที่ที่เรากำหนดไม่ให้บุกรุกและสมควรอนุรักษ์ไว้ เช่น พื้นที่ภูเขา พื้นที่ต้นน้ำ เพื่อรักษาและอนุรักษ์ไว้ โดยมีข้อตกลงร่วมกัน เช่น จะไม่ถางต่อในพื้นที่ในป่าชุมชน มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการหมู่บ้าน มาเป็นคณะทำงานกลางในเรื่องดังกล่าว มีระบบการตรวจสอบระหว่างชุมชนเอง ทุกวันนี้ไม่ต้องเฝ้าป่า ทุกคนในพื้นที่เป็นเจ้าของป่าทั้งหมด แม้ในปัจจุบันหากจะขายที่ดินให้กับนายทุนก็ต้องมีการไตร่ตรองร่วมกัน และพื้นที่ที่ไม่มีกรรมการสิทธิ์จะต้องดำเนินการผ่านสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่กลอง เราเกิดที่นี่ตายที่นี่ เราต้องมีความมั่นคงและอยู่ได้อย่างยั่งยืน ทั้งอาชีพและเรื่องต่างๆ ไปยันรุ่นลูกรุ่นหลาน”

          ด้านนายสุพัฒน์  จันทนา  ผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือตอนล่างsupat-180956 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นับเป็นความพยายามของพี่น้องในการรวมตัวเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน มีประเด็นที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้อยู่มาก ในการร่วมกันแก้ไขปัญหา เพราะสภาองค์กรชุมชนก็มาจากพี่น้องที่เป็นตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ และโยงขบวนต่างๆ ในพื้นที่มาเคลื่อนงานร่วมกัน ถือว่าเป็นการรวมคนข้างล่างจริงๆ มีเวทีกลางในการพูดคุยระหว่างกัน เป็นการทำงานร่วมกันที่ยิ่งใหญ่

          ซึ่งพื้นที่อุ้มผาง เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ มีความอุดมสมบูรณ์ และมีผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ทั้งผืนป่าตะวันตก  และยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำแม่กลอง น้ำใสสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าและแม่น้ำ วันนี้เรามาวางโจทย์ใหม่ คือ การวางระบบการแก้ไขปัญหาและจัดทำข้อมูล โดยชุมชน เราต้องมาร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ทั้งระบบ ทั้งเรื่องป่า น้ำ ที่ดินทำกิน ที่ดินทางการเกษตร กองทุน และการสร้างรายได้ พี่น้องไม่ได้พูดถึงปัญหาใดปัญหาหนึ่ง และใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่ดิน โดยนำข้อมูลที่ได้รับจากการสำรวจ กระทั่งเกิดแผนการแก้ไขปัญหาขึ้นมา ทำให้เห็นภาพการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ นายสุพัฒน์กล่าว

          หลังจากนี้จากเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลแม่กลอง จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างเป็นระบบและสามารถสร้างความยั่งยืน ให้ชุมชนจัดการตนเองได้ คนแม่กลองจึงวางเป้าหมายในการเคลื่อนงานต่ออยู่ ๕ ประการ คือ (๑.) การสำรวจข้อมูลที่ดินทั้งหมด โดยมีเวทีประชาคมระดับหมู่บ้าน ว่าที่ดินนั้นมีที่ดินของใครบ้าง เช่น ที่ดินในเขตป่าสงวน มีกี่หมู่ พื้นที่เท่าไหร่ มีเอกสารสิทธิ์หรือไม่อย่างไร แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเท่าไหร่อย่างไร (๒.) การพัฒนาและอบรมผู้นำและตัวแทนของผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดิน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากภายนอกและในพื้นที่ ในการทำ GIS  (๓.) สำรวจที่ดินรายแปลง โดยแบ่งกลุ่มย่อยตามหมู่บ้าน (๔.) การทำแผนที่ทำมือ หรือทำโฉนดชุมชน ให้พี่น้องชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยการทำข้อมูลเพื่อมาคัดกรองข้อมูลและจัดลำดับประเด็นปัญหาร่วมกันก่อน (๕.) การจัดตั้งกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยของชุมชน (๖.) การทำข้อบัญญัติท้องถิ่น มีการเสนอแนวทางในรูปแบบต่างๆ โดยใช้บริบทของพื้นที่ในการเคลื่อนร่วมกันต่อไป (๗.) การจัดทำผังข้อมูลและศูนย์เรียนรู้ร่วมกันในชุมชน 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter