เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2556 นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการ พอช. และคณะ ลงดูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วม รับฟังปัญหาความเดือดร้อน เยี่ยมศูนย์พักพิง วัดไพบูลย์ศรัทธาทำ (วัดเกาะแดง) หมู่ 15 ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สำรวจสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนบ้านเกาะแดง มอบทุนสมทบจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยคณะประสานงานองค์กรชุมชน มอบให้กับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อบต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี และกองทุนสวัสดิการชุมชน ช่วยเหลือสังคมจังหวัดปราจีนบุรี (ภาคประชาชน) และร่วมหารือแนวทางและวิธีพัฒนาการจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม และการรับมือในปี 2557 ให้เป็นจริงร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดปราจีนบุรี
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ต่อไปเรื่องภัยพิบัติจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ต้องพบเจอ เป็นเรื่องหนึ่งในเรื่องราวที่เราต้องเผชิญหน้า ซึ่งตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น สมารถสร้างตึกที่สามารถรับแผ่นดินไหวได้ หรือรับมือกับสึนามิได้ แต่สิ่งที่คนญี่ปุ่นวิตกคือการผสมผสานภัยพิบัติจากธรรมชาติกับภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์เป็นเรื่องที่คนญี่ปุ่นกลัวมาก สารกัมมตรังสีกับภัยธรรมชาติ อย่างสถานการณ์น้ำท่วมที่อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี น้ำท่วมโรงงานอุตสาหกรรม ท่วมบ่อบำบัดเราจะล้อมกรอบจัดการกับสถานการณ์ตรงนี้อย่างไร
ปัญหาที่ไม่เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ หรือการจัดการที่ไม่ดี เกิดจากโครงสร้างที่ทำให้วิถีเปลี่ยน คำถามเราจะจัดการชีวิตเราตนเองอย่างไร เราจะพึ่งใคร คนปราจีนบุรีพึ่งคนปราจีนบุรี เราทำอย่างไรให้เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ขบวนชุมชนต้องอาศัยจังหวะนี้ให้เกิดการก่อการ นายพลากร กล่าว
สถานการณ์น้ำท่วมทำให้เราเห็นว่า แม้กระทั่งผู้ว่าฯ องค์กรเอกชน ก็ทำอะไรไม่ได้ เราจะจัดการอย่างไร เริ่มจากจุดที่ทำได้ มาครั้งนี้เห็นพลังจากที่ไปเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เห็นการจัดการอาหารการกิน เห็นน้ำใจที่หลั่งไหลมาตลอด อาหาร และที่พักพิงก็ดี และที่สำคัญทำให้เห็นว่าทรัพยากร หรือทุนข้างล่างนั้นมีมาก แต่ที่ผ่านมาละเลยขาดการวางแผนรับมือมาตลอด
สร้างการพัฒนาที่สมดุล คิดร่วมพัฒนาด้วยกัน ที่นี่มีต้นทุน อย่าง ต.ดงขี้เหล็กตำบลเดียว เงินทุนหมุนเวียนประมาณ 237 ล้าน ซึ่งเป็นทุนในชุมชนท้องถิ่น หน่อไม้ไผ่ตรงหวาน ความรู้เรื่องที่ดิน ผังตำบล มีต้นทุนสวัสดิการ แผนที่ชีวิต ผังตำบล ผังน้ำการจัดการน้ำ โดยทำงานร่วมกันผ่านสภาองค์กรชุมชน
นายบรรจง พรมวิเศษ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี สรุปสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรี ระบุว่า น้ำท่วมปราจีนบุรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 7 อำเภอ 54 ตำบล จากทั้งหมด 64 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 47,651 ครัวเรือน พื้นที่เกษตร 218,649 ไร่ บ่อปลา 2,725 บ่อ บ่อกุ้ง 2,399 บ่อ เป็นภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรงมากที่สุดในรอบ 100 ปี
เรามีการชวนพื้นที่มาพูดคุย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา มาค้นหาสาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ว่าเป็นเพราะอะไรเราวิเคราะห์ ต้นน้ำ สรุปว่าทางน้ำถูกหักเหไม่ไหลไปตามธรรมชาติ โครงการขนาดใหญ่ของรัฐ เขื่อนห้วยโสมง ปริมาณน้ำฝนสะสมสูง เกิดจากความไม่ชัดเจนเรื่องการบริหารจัดการน้ำ และไม่มีแผนในการรับมือภัยพิบัติ แนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องนี้สภาพลเมืองปราจีนบุรีมองว่า ต้องมีการทำข้อมูลวิเคราะห์เรื่องน้ำ (แผนที่ทำมือ) การจัดทำศูนย์ข้อมูล เพื่อประสานงาน แจ้งข่าวสาร การจัดทำยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ และข้อบัญญัติท้องถิ่น นายบรรจงกล่าว
ส่วนพื้นที่กลางน้ำ ปัญหาเกิดจาก การพัฒนาพื้นที่ขวางทางน้ำ อย่างสิ่งปลูกสร้าง อาคาร ถนน การรับรู้ข้อมูลข่าวสารไม่เท่าทัน เส้นทางน้ำคดเคี้ยว ขาดการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ย่อย ทั้งลุ่มน้ำสาขาไม่มีระบบ ทางออกในเรื่องนี้เรามองว่า การจัดการระบบวางผังเมือง การก่อสร้างสาธารณูปโภคไม่กีดขวางทางน้ำ
สำหรับปลายน้ำ นั้นมองว่า แม่น้ำมีความคดเคี้ยวทำให้ไหลระบายได้ช้า ประกอบกับพื้นที่อ.เมือง อ.บ้านสร้างเป็นพื้นที่ต่ำน้ำไหลมารวมกันที่คลองบางพวง ไม่มีการผันน้ำ ลอกคลอกบางซอยทำให้น้ำระบายไม่ทัน และมีพื้นที่ บ่อปลา สวนปาล์มขนาดใหญ่กั้นทางน้ำ
วันนี้เริ่มเดินก่อนฝนมาปีหน้า เราเอาข้อมูลมาคุยกันบนโต๊ะ เสนอข้อมูล การจัดการประตูน้ำ เปิดแล้วเป็นอย่างไร ต่อไปไม่บ่นไม่ว่า แต่จะผลักดันการรับมือปี 2557 เมื่อทุกคนคิดว่าตัวเองทำถูก แต่ชาวบ้านเฮด่า ถนนขาดเพราะอะไร น้ำรวมรับน้ำหนักมาก ทำไมขาด แคบไปหรือไม่ทำกว้างได้ไหม และจะไปโยงแปดริ้วอย่างไร เราต้องช่วยกัน แต่เรื่องสำคัญคือเรื่องทำการฟื้นฟู เราจะทำอย่างไร
ทางกองทุนสวัสดิการช่วยเหลือสังคมจังหวัดปราจีนบุรี (ภาคประชาชน) ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทุนการศึกษา ภัยพิบัติ ผู้ติดเชื้อ มีงบประมาณจากการสมทบในหลายภาคส่วน รวม 63,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินที่กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยคณะประสานงานองค์กรชุมชน ที่ผ่านผู้อำนวยการ พอช. จำนวน 40,000 บาท รวมมีทุนทั้งสิน 103,000 บาท
นายธีรพงษ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคตะวันออก พอช. กล่าวว่า เรื่องน้ำท่วมทำให้เห็นปัญหาในเชิงนโยบายที่เกิดจากโครงการของรัฐ การส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ การก่อสร้างการพัฒนาต่างๆ มีผลกระทบทำให้ปัญหา 2) ต้องสร้างระบบการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สถานการณ์ร้อน สร้างระบบแก้ปัญหาเร่งด่วน เฉพาะหน้า 3) เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แต่ปัญหายังไม่จบ เป็นเรื่องการฟื้นฟู ผู้คน อาชีพ การจัดการทั้งระบบในอนาคต น้ำเข้าน้ำออก ความรู้เรื่องน้ำ จำลองวิธีการแก้น้ำ จะเป็นประสบการณ์ต่อเรื่องอื่นๆ ตัววัดที่สำคัญ คือ สร้างคนให้มีความเข้าใจ ผนึกกำลัง ตื่นตัวโดยตลอด
อยู่มาเป็นร้อยปีไม่เคยเจอน้ำท่วมขนานนี้ น้ำท่วมเกิดจากหลายสาเหตุ เกิดจากการบริหารจัดการจริง เพราะน้ำไม่สามารถไหลในสภาพปกติ ต้องมีการจัดการเข้ามาช่วย การจัดการไม่ได้ไหลไปในทางที่ควรจะเป็น ระบบการจัดการส่อเชื่อมกับโครงการรัฐที่กำลังจะทำ ระบบที่ทำให้ขวางทางน้ำมีจริง ถนน โรงงาน หมู่บ้าน ทำให้การไหลของน้ำมีปัญหาจริง เป็นปัญหาผังเมืองการวางระบบ ถมคลองทำหมู่บ้าน ฯลฯ
สำคัญคือระบบการจัดการรวมศูนย์ แทนที่อำนาจจะให้ข้างล่าง ระบบพื้นที่ ต้องรอระบบตรงกลางสั่งการ ทำให้กลไกไม่สามารถตัดสินใจดำเนินการ เรียกร้องการกระจายอำนาจ เรียกร้องให้แก้ปัญหาให้ความสำคัญกับคนข้างล่าง เป็นทิศทางที่ถูก รวมศูนย์ไม่ได้อีกต่อไป ในวิกฤติมีโอกาส งานนี้ สามารถโยงผู้คน มาทำงานเป็นขบวนการ เราทำงานได้เยอะมาก หลังจากน้ำลดมีปัญหาแน่นอน ภาพอนาคต เคลื่อนเตรียมทำงานพัฒนาทางความคิดเป็นโอกาสจากวิกฤติการแก้ปัญหาน้ำ นายธีรพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ในช่วงท้าย นายพลากร กล่าวสรุปตอนท้ายว่า “ประเทศที่เจริญประสบความสำเร็จ และพ้นวิกฤติมาได้เกิดจากคนเล็กคนน้อยลุกขึ้นมาแสดงศักยภาพ ถ้าเราใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสอย่างไรบ้าง เพราะภัยพิบัติเป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญหน้า หรือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องประสบ จะประชุมฝ่ายบริหารดูว่าจะเชื่อมโยงกันอย่างไร โดยเฉพาะการฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์ข้าวและพันธุ์พืชต่อไป” นายพลากร กล่าวตอนท้าย





