playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

sm1-1710561วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล เป็นประธานเปิดงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต คนจน คนไร้บ้าน ในเมืองการท่องเที่ยว เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี”  ที่ชุมชนโครงการบ้านมั่นคงทั้งสามโครงการฯ โดยมีรองผู้ว่าการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุย  ผู้แทนเครือข่ายบ้านมั่นคง และหน่วยงานร่วมงานกว่า ๖๐๐ คน 

               ทั้งนี้ตามที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และเครือข่ายชุมชนทีทำงานด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ได้ร่วมจัดงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ในเทศกาลวันที่อยู่อาศัยโลก ปี ๒๕๕๖ ตลอดเดือนตุลาคมในพื้นที่ทุกภูมิภาคกว่า ๑๓ แห่ง รวมทั้งโครงการมั่นคงที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

 นายวงศศิริ  พรหมชนะ  รองผู้ว่าราชการจ.สุราษฎร์ธานี  rongpw-171056กล่าวขอบคุณที่ปรึกษารมว.พม.  ที่ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ฯ พร้อมที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี นางศุภรัตน์ นาคบุญนำ ที่มาร่วมงานด้วย  และเห็นด้วยกับสิ่งที่ชุมชนและผู้เดือดร้อนในเทศบาลนครสมุยได้ร่วมกันแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย  ซึ่งหน่วยราชการในจังหวัดพร้อมที่จะร่วมมือกับชุมชนเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยและเรื่องอื่นๆของเมืองต่อไป

 ด้านนายสุนทร ภู่ไพบูลย์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุย กล่าวว่าเทศบาลฯ  มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ. ๒๕๔๒  ในการปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย      ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย 9 ความสุขของเทศบาลฯ  ซึ่งได้มีการติดตามการทำงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนตลอดมาพบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ได้เกิดจากการทำงานของส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่เทศบาลเท่านั้น  แต่เกิดจากความเข้มแข็งของพี่น้องชาวชุมชนทั้งหมด  และจะส่งผลต่อการแก้ปัญหาเรื่องอื่นๆของชุมชนเช่นปัญหายาเสพติด  ปัญหาความเสื่อมโทรมในที่อยู่อาศัย  ปัญหาการอยู่อาศัยในที่ไม่มั่นคง   ปัญหาค่าครองชีพ  เป็นต้น

rongnayok-171056รองนายกเทศมนตรีฯกล่าวต่อว่า เทศบาลนครสมุย  จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรชุมชนในด้านอื่นๆโดยใช้หลักการกระจายอำนาจการบริหารงานสู่ชุมชน  เปิดโอกาสให้ประชาชนในเขตเทศบาลมีส่วนร่วมในการบริหารงานของเทศบาล  ซึ่งจะทำให้ประชาชนกับราชการและท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น  เพื่อร่วมแก้ปัญหาของชุมชนไปด้วยกัน

ด้าน ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ที่ปรึกษารมว.พม. กล่าวว่า รู้สึกยินดี ที่ส่วนราชการและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่ร่วมมือกันสนับสนุนชุมชน  ทำให้โครงการบ้านมั่นคงจังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้ง ๑๓ โครงการมีความก้าวหน้ามากขึ้น  สามารถแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนได้ตามที่ต้องการ ทำให้ชาวชุมชนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย  มีความปลอดภัยในการดำรงชีวิต  และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความเป็นธรรม  ลดความเหลื่อมล้ำ ในด้านการจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของพี่น้อง  โดยใช้“โครงการบ้านมั่นคงเป็นเครื่องมือ”

ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล กล่าวต่อว่า การทำโครงการบ้านpcw-171056มั่นคงนอกเหนือจากการทำงานเพื่อให้ได้บ้านแล้ว ชุมชนต้องให้ความสำคัญกับการออมเงิน การบริหารเงินกองทุนของตนเอง  เพื่อให้มีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีระบบประกันความเสี่ยง เพื่อรักษาดินรักษาบ้านด้วย และให้ข้อมูลว่ารัฐมนตรีว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นางปวีณา หงสกุล) พร้อมที่จะสนับสนุนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงอย่างต่อเนื่องและมีนัดหารือกับนายกรัฐมนตรี

            และกล่าวต่อว่าพี่น้องที่มีบ้านมั่นคงที่สวยงามแล้ว ต้องช่วยกันดูแลรักษา ไม่ไปขายต่อ เนื่องจากราคาที่ดินในหลายโครงการ หลังจากได้รับการพัฒนาตามโครงการบ้านมั่นคงแล้ว ที่ดินมีราคาสูงขึ้น จากเดิมที่ดินไร่ละล้าน ในบางแห่งสูงขึ้นเป็นหลายล้านบาท  จึงขอฝากให้สมาชิกในโครงการช่วยกันรักษาบ้าน รักษาดิน เพื่อประโยชน์ของตนเองและลูกหลานในอนาคต  และนี่คือหลักการของบ้านมั่นคง ที่ปรึกษารมว.พม.กล่าว

            ด้านนางศุภรัตน์ นาคบุญนำ ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมบทบาทสตรี และที่ปรึกษารมว.พม.ด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งได้เดินทางมาร่วมงานด้วยกล่าวว่า กองทุนพัฒนาสตรีจะเป็นช่องทางหนึ่งของชุมชนที่จะใช้กองทุนนี้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน ซึ่งพี่น้องส่วนใหญ่มีการรวมกลุ่มกันอยู่แล้ว และสามารถประสานกองทุนพัฒนาสตรี ได้ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

            sm2-171056ทั้งนี้ในวันเดียวกัน หลังจากมีการเปิดงานฯและเปิดบ้านที่โครงการบ้านมั่นคงเกาะสมุย 2 ที่หมู่ 2 ตำบลแม่น้ำเป็นจุดแรกแล้ว   ทีมที่ปรึกษารมว.พม. รองผู้ว่าราชการจังหวัด ทีมนายกเทศมนตรี เครือข่ายชุมชน หน่วยราชการในจังหวัดและสื่อมวลชน ได้เดินทางไปร่วมงานมหกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต คนยากจน คนไร้บ้านอีก 2  พื้นที่ที่คือโครงการบ้านมั่นคงไทยพุทธ-มุสลิม  (ชุมชนหัวถนน)  ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล เป็นชุมชนดั้งเดิมอาศัยในที่เอกชน สภาพบ้านเรือนแออัดและทรุดโทรม  ปัจจุบันมีผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงแล้ว ๓๒๒ ครัวเรือน

          นายฮัจยี สมหมาด โต๊ะอิหม่ามของชุมชน กล่าวว่า เมื่อกว่า ๑๐๐ ปี มีชาวบ้าน ๑๐ กว่าครัวเรือนได้อพยพเข้ามาอาศัยในชุมชนหัวถนนแห่งนี้ เหมือนนกบินหาฝั่ง (ในข้อมูลนิทรรศการระบุว่าอพยพจาก จ.ปัตตานี)  ต่อมามีผู้คนอพยพเข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นชุมชนหนาแน่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพี่น้องมุสลิม

           ทั้งนี้โครงการไทยพุทธ-มุสลิม ที่ชุมชนหัวถนน  เป็นอีกพื้นที่imam-171056หนึ่งที่ได้รับการอนุมัติแผนงานและงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนทั้งเรื่องการปรับปรุงสาธารณูปโภคและสินเชื่อเพื่อจัดซื้อที่ดิน/สร้างบ้าน โดยมีรูปแบบการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในสองลักษณะคือ ปรับปรุงในที่ดินเดิม ๑๖๔ ครัวเรือน และการสร้างบ้านในที่ดินใหม่ ๑๕๘ ครัวเรือน ปัจจุบันสถาปนิกชุมชน ได้ช่วยออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของชาวชุมชนต่อไป

        ส่วนโครงการบ้านมั่นคงเกาะสมุย  ๑ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อกุด มีสมาชิกในโครงการ ๓๐๐ ครัวเรือน จาก ๖ ชุมชน ปัจจุบันดำเนินการสร้างบ้านแล้วเสร็จและสมาชิกเข้าอยู่อาศัยแล้ว ๒๘๐ หลังคาเรือน เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินเช่าของเอกชนบนพื้นที่ ๒๗ ไร่ สัญญาเช่า ๒๐ ปี เฉลี่ยค่าเช่า/คนๆละ ๑๕๖,๐๐๐ บาท

     sm9-171056ในด้านภาพรวมของการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์      มีการ ดำเนินการใน ๗ เมือง ๑๓ โครงการ ๔๔ ชุมชน ๑,๕๗๑ ครัวเรือน  การพัฒนาประกอบด้วยงบสนับสนุนสาธารณูปโภค  ๕๖.๓๔ ล้านบาท  งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ๒๙.๒๙ ล้านบาท งบบริหารจัดการปรับปรุงชุมชน จำนวน ๒.๒๗บาท  และงบสินเชื่อจำนวนเงิน ๑๑๕.๘๗ ล้านบาท  

        กล่าวเฉพาะในเทศบาลนครสมุย มีชุมชนที่ได้รับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงแล้วทั้งสิ้น ๓ โครงการ ๘ ชุมชน ๖๘๘ ครัวเรือน การพัฒนามีการสนับสนุนงบสาธารณูปโภค  ๓๑.๑๒ ล้านบาท  งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ๑๗.๒๐ ล้านบาท งบบริหารจัดการปรับปรุงชุมชน จำนวน ๑.๑๖ บาท  และงบสินเชื่อ จำนวนเงิน ๔๗ ล้านบาท   ทั้งนี้สมาชิก ที่เข้าร่วมโครงการฯส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่อพยพเข้ามาทำมาหากินจากทุกภาคและหลายจังหวัด  และยังคงรักษาวิถีชีวิต วัฒนธรรมเดิมของตนเองตามถิ่นที่มาด้วยความภาคภูมิใจ

sm4-171056sm3-171056sm5-171056sm6-171056sm7-171056sm8-171056sm10-171056

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter