playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

mk1-301056เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ร่วมกับสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง (คทช.) ร่วมจัดงานมหกรรม พลังชุมชน ระดมกองทุน รักษ์ดิน รักษาบ้าน ก้าวทันอาเซียน” เนื่องในงานวันที่อยู่อาศัยโลกประเทศไทย ปี 2556 ณ อาคาร 80 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นางปวีณา หงสกุล) เป็นประธานปิดงาน และมอบโล่รางวัลแก่หน่วยสนับสนุน โดยมีขบวนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน  

“บ้าน” ที่มากกว่าบ้าน : 10 ปี การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่น

นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวแสดงความยินดี และให้กำลังใจขบวนองค์กรชุมชน โดยกล่าวว่า ศักดิ์ศรีของคนเป็นเรื่องพื้นฐาน เราอย่าปล่อยให้คนจนไม่มีที่อยู่ที่ยืน งานวันที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเรามีการเฉลิมฉลองกันเกือบทุกปี ซึ่งการจัดงานก็สอดคล้องกับแนวทางของสากล โดยการจัดงานของประเทศไทยที่ผ่านมานั้น ได้ส่งน้ำหนักของการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของประเทศไทยไปสู่การยอมรับของสากล ของประเทศในอาเซียน  

       งานนี้ ทุกคนมีส่วนร่วมกับงานที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ของโลกsomsuk-301056 ที่ชาวบ้านเป็นคนทำ คนคิด คนจัดการ และร่วมกันเป็นเจ้าของ เป็นแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เรามีส่วนร่วม แต่ละชุมชนที่เราทำนั้นเนื้อในมีลักษณะไม่เหมือนกัน เพราะรายละเอียดของปัจจัยแต่ละที่ไม่เหมือนกัน เป็นการตัดรองเท้าให้เข้ากับเท้าแต่ละเท้าของแต่ละที่ของชาวบ้าน

        อย่างไรก็ตาม การจัดงานทำให้เรามีโอกาสได้เจอได้เห็น โครงการในลักษณะต่างๆ ที่โน่นที่นั่น ทำให้เราพบเพื่อน พบกับฝ่ายการเมือง วันนี้เห็นความก้าวหน้ามาก ปีนี้เข้าปีที่ 10 ที่ เรามีการจัดงานที่อยู่อาศัย ต้องทำให้เกิดความคุ้มค่า การจัดงานแต่ละครั้งทำให้เห็นโครงการใหม่ๆ มีพี่น้องมานั่งคุยปรึกษาหารือ ไม่นั้นแต่ละที่ก็ยุ่งอยู่แต่บ้านของตนเอง มางานนี้ได้มาเจอเพื่อน ได้เวิกค์ช็อป ได้ความรู้ ได้ความคิดความเชื่อใหม่กลับไป ซึ่งตอกย้ำว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะคนจนจะต้องสร้างที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง

         เราไม่ทำแค่เรื่องบ้าน แต่เป็นการนำไปสู่การสร้างชุมชน สร้างคน สร้างระบบที่เราอยู่ร่วมกัน เมื่อก่อนต่างคนต่างอยู่ แต่ทำบ้านมั่นคงเราสามารถโยงบ้าน โยงชุมชน โยงคน เงิน สวัสดิการ ความมั่นใจ ฯลฯ เห็นคนที่มีความสามารถ สร้างความมั่นใจ เปลี่ยนคนเปลี่ยนสังคม จึงเป็นที่มาของการจัดงานในวันนี้

         นางสาวสมสุข กล่าวต่อว่า วันนี้ครบ 10 ปี ที่เราทำงานบ้านมั่นคงนี้ขึ้นมา บางคนเริ่มกระบวนการมาตั้งแต่ต้น บางคนเพิ่งเริ่ม และยังมีอีกหลายคนที่ยังสงสัย 10 ปีที่ผ่านมา เราแก้ได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็น เป็นเรื่องจริงที่คนจนทำได้ แต่ทั้งหมดต้องรวมพลังกัน สร้างความรู้ ความเชื่อ เห็นความแข็งแกร่ง ทั้งเรื่องกองทุนที่สร้างความมั่นคง บ้านคือทรัพย์สิน เรามีบ้าน มีกองทุน มีทรัพย์สิน

        ทุนชุมชน ทุนเมืองจะต้องโตขึ้น เพราะเป็นทุนที่เอื้ออารีย์ให้เรา สร้างโอกาสให้เรามากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องอาชีพ หรือเรื่องต่างๆ เราพัฒนาได้ เรื่องทุนเราต้องคุยกันว่าทำกองทุนให้เข้มแข็งอย่างไร สร้างโครงการให้เข้มแข็ง สร้างโอกาสให้คนเข้ามา เมื่อเราเข้มแข็ง ศัตรูภายนอกก็ทำอะไรเราไม่ได้ เรื่องบ้านมั่นคงไม่จบที่การสร้างบ้านแล้วต่างคนต่างอยู่ บ้านคือเครื่องมือการสร้างคน สร้างระบบการจัดการ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับชนบท เป็นบันได เป็นเครื่องมือ เป็นสะพาน เมื่อบรรลุเรื่องบ้าน ศักดิ์ศรีของคนจนก็เปลี่ยน เราคิดได้มากขึ้น และขยับไปได้เรื่อยๆ

        เมื่อมีความสัมพันธ์กับเมืองดีขึ้น เดี๋ยวนี้ทำอะไรเขาก็เชิญเรา เรามีความคิด เราเป็นมวลชนที่มีสำนึกสาธารณะ เป็นมวลชนที่มีคุณภาพ เราต้องสร้างระบบมวลชนที่มีคุณภาพมีความรักความตั้งใจช่วยเหลือพัฒนาเมือง ในแง่มุมต่างๆ เป็น 10 ปี ที่เป็นการปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปท้องถิ่นจากฐานล่าง เราทำทั้งเมือง ทำให้คนทั้งเมืองมาคุยกัน ทุกคนอยากแก้ร่วมกัน ให้อิสระภาพต่อทุกกลุ่มที่เอาปัญหามาร่วมคิดร่วมแก้ แน่นอนว่าโครงการยังเดินต่อไปเรื่อยๆ แปรปัญหาเป็นโอกาส เป็นเครื่องมือในการพัฒนา

           บ้านของคนจนต้องคนจนเท่านั้นร่วมกันคิดร่วมกันแก้ปัญหาบนพื้นฐานประชาธิปไตย ไม่ใช่ถูกกำหนดจากใครไม่รู้ มีการคิดให้คิดแทน ชาวบ้านเหมือนถูกแตะเป็นลูกฟุตบอลไปทางนั้นทีทางโน้นที สิ่งที่เรากำลังทำคือให้ชาวบ้านมีส่วนคิด มีส่วนจัดการ เพราะทุกคนมีความสามารถทั้งสิ้น แต่ระบบไม่เปิดโอกาส เราได้เห็นร่วมแล้วว่าการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้ออมทรัพย์ ได้วางผัง ได้หาที่ดิน ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุก็สามารถมาทำร่วมกันได้

           เราสามารถเปลี่ยนเมืองได้ แก้ปัญหาสลัมทั้งเมืองได้ สร้างชุมชนด้วยกัน เราอยากเปลี่ยนเมืองทุกเมืองให้คนไทยได้มีโอกาสยืน มีอิสระ มีชุมชนเข้มแข็งแบบพวกเรา ชัดเจนว่า พอช.ช่วยได้ ท้องถิ่นช่วยได้ แต่คนที่ทำจริงคือพวกเราชาวบ้าน เราคือผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง ความสำคัญของงานนนี้ มีนัยยะของการสร้างความเชื่อมั่น การเรียนรู้เพื่อที่จะเดินต่อทำความมั่นใจให้เข้มแข็งขึ้น ช่วยเหลือกันมากขึ้น ชุมชนจะทำงานดีขึ้นได้อย่างไร ชุมชนที่ยังมีปัญหาจะเข้าสู่กระบวนการอย่างไร การแก้ไขทั้งคุณภาพและปริมาณ เปลี่ยนระบบเมืองที่พัฒนาร่วมกับประชาชน วันนี้ประชาชนพร้อมแล้ว

          การเจอกันครั้งนี้เพื่อจะเรียนรู้หาคำตอบ จากสิ่งที่เป็นอยู่และเดินหน้าต้อ คำตอบไม่อยู่แค่รัฐมนตรี แต่อยู่ที่ตัวพวกเรา การแลกเปลี่ยน การได้ข้อสรุปของเมืองแต่ละเมืองเดินต่ออย่างไร จะเดินทางไปข้างหน้าอย่างไร เอาความสามารถของชุมชนขึ้นมาสนับสนุนให้ถูก จะเป็นพลังที่แก้ปัญหาในทุกสังคมได้ต่อไป นางสาวสมสุข กล่าวสรุปในตอนท้าย

ผอ.พอช.ระบุปัญหาที่ดินแก้ด้วยกฎหมายไม่ได้และเป็นเรื่องที่ต้องทำทันที

        นายพลากร  วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยพอช. กล่าวถึงการจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่น ว่า ปัจจุบันขบวนองค์กรชุมชนสามารถแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองได้ประมาณ 9 หมื่นครัวเรือน แต่ยังมีผู้เดือดร้อนอีกมากที่อยากแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วง ภายใน 8-10 ปีต้องแก้ให้ได้ ส่วนปัญหาที่ดินทำกินในชนบทเรื่องที่ซับซ้อน ซึ่งมีการผลักดันแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ และว่างานแก้ปัญหาที่ดินเป็นงานที่ยากแก้ด้วยกฎหมายไม่ได้  ซึ่งมีทางเดียวคือต้องทำเลยวันนี้ ทำให้เสร็จในช่วงชีวิตนี้ เพราะการแก้ปัญหาเรื่องนี้คือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม

      palakorn-301056 ผอ.พอช.มีความเห็นว่าปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยรัฐบาลควรแก้ไขเป็นลำดับแรก และมีข้อเสนอต่อฝ่ายนโยบาย 3 ข้อ

        1) กระบวนการแก้ไขปัญหาโดยชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง แก้ไขปัญหาพื้นฐาน ที่ดิน สวัสดิการ ที่อยู่อาศัย หนี้สิน เชื่อว่าทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีม็อบ แต่ที่มีการชุมนุมเพราะปัญหาของชุมชนไม่ได้การแก้ไขที่ตำบลเป็นลำดับแรก ชุมชนท้องถิ่นต้องมีความเข้มแข็งดำเนินการในพื้นที่ ร่วมกับท้องถิ่นและสถาบันการศึกษา 

     2) คำว่าที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาที่จะต้องประสานหลายหน่วย ประสานทบวง กรมต่างๆ อย่างที่ราชพัสดุ ที่ทหาร ท่าน รมว.พม.มีนโยบายที่ประสานกับกระทรวงคมนาคม และอีกหลายกระทรวง เช่น มหาดไทย ก.ทรัพยากรฯ ถ้าได้รับการประสานงานจากกระทรวง พม.การแก้ปัญหาจะลุล่วง พี่น้องไม่ต้องมาชุมนุม

       3) เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องสนับสนุนเรื่องงบประมาณ เพื่อเป็นโอกาสของภาคประชาน ที่ต้องแก้กันขนานใหญ่ เป็นระบบทั้งจังหวัด ตำบล ไม่แก้รายครัวเรือน รายบุคคล

 

รมว.พม.อาสาเสนอนายก กระทรวง ทบวง กรมสั่งชุมชนรวบรวมข้อมูล เร่งพิจารณา

       นางปวีณา หงสกุล รมว.พม. กล่าวว่า คนไทยต้องมีที่ดินในประเทศของตนเอง ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำที่อยู่ตรงนี้ เมื่อได้สัมผัสแล้วชื่นใจ จากการเดินชมจากนิทรรศการที่ชาวบ้านทำกันเอง มาจากจิตมาจากใจ มาจากประสบการณ์ของทุกท่านที่ผ่านมา เป็นพลังที่ท่านจะก่อให้เกิดความสำเร็จ เป็นกำลังใจและจะร่วมขับเคลื่อนให้ด้วย

      กระทรวงพม.จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปํญหาที่ดินทำpaweena-301056กินและที่อยู่อาศัยให้คนจน เพราะชุมชุนทำงานกันมาเยอะมากตนเชื่อว่าชุมชนทำได้ดีมาก   และอาสาเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ ท่านนายกให้ความใส่ใจในเรื่องนี้  งานนี้เป็นการทำงานที่ต้องบูรณาการ รวบรวมข้อมูลมาพิจารณาร่วมกัน   ตนเห็นว่าประเทศไทยยังที่ดินรกร้างว่างเปล่า ปล่อยรกร้าง บางแห่งเป็นสถานที่ที่เด็กถูกข่มขืน มีที่รกร้างว่างเปล่าเยอะเราจะปล่อยทิ้งไว้ทำไม เคยได้เรียนถามที่ว่างจากพระคุณเจ้าฯ และเจรจาขอที่วัดเพื่อให้ชาวบ้าน ตรงไหนได้เราก็นำมาให้ชาวบ้าน อย่าไปรุกที่เขาที่จะทำธุรกิจ  

        รมว.พม.กล่าวต่อว่าเราต้องจับมือกันทำงานเพื่อลูกหลานของเรา ตั้งเป้าหมาย 2 แสนครัวเรือน ให้ได้หมดทุกคน โดยให้ทุกกระทรวงช่วยกัน  ประสานหารือกัน ขนาดเมื่อก่อนแม่สนอง รวยสูงเนิน ยังเขียนไม่ได้เลย ปัจจุบันจะปริญญาตรีแล้ว เพราะตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ความเป็นจริงอย่างแม่สนองถือว่าจบปริญญาเอกแล้วเพราะมีความรู้จากประสบการณ์จริง  และอีก 10 ปี ตนให้คนจนครองเมือง อยากให้ทุกคนเท่าเทียม เสมอภาค คนเราแม้เลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นคนดี ทำสิ่งดีๆ ได้ เสมอภาคเท่าเทียม จะเป็นกำลังใจ ไม่ทิ้งกัน และจะผลักดันให้กระทรวงแต่ละกรมมาช่วยในเรื่องนี้ นางปวีณา กล่าวสรุป

          ภายหลังจากกล่าวมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของรัฐบาล และกล่าวปิดงานมหกรรม “พลังชุมชน ระดมกองทุน รักษ์ดิน รักษาบ้าน ก้าวทันอาเซียน” แล้ว นางปวีณา ได้มอบโล่รางวัล แก่หน่วยงาน/ ภาคี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ที่ให้การสนับสนุนและการสร้างความร่วมมือ ในการจัดการที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่น แก่ชุมชนเมือง 51 เมือง และชนบท 22 ตำบล

          thicomeporn-301056นางสาวนิติการ เลิศอนันตมาศ และนางฑิฆัมพร กองสอน ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน สอช.และคทช. กล่าวรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และผลการจัดงานมหกรรมที่อยู่อาศัยในปีนี้ ระบุว่า 10 ปี ที่ผ่านมา มีการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้คนจนในเมืองถูกมองว่าเป็นตัวสร้างปัญหา เป็นแหล่งสลัมทำให้เมืองสกปรก ไร้ระเบียบ ไม่ใด้รับการยอมรับ  กลายเป็นผู้ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย  และมักจะถูกไล่รื้อ  ถูกจับกุมดำเนินคดี  เช่นเดียวกันกับพี่น้องที่อยู่ในภาคชนบทในหลายพื้นที่ที่มักจะถูกมองว่าเป็นพวกผู้บุกรุกพื้นที่ป่า  อุตทยาน  พื้นที่ของรัฐ  แต่ในความเป็นจริงพวกเราได้อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า   แต่มาวันนี้หลายพี่น้องในหลายตำบลไม่สามารถทำกินในพื้นที่ที่อยู่กันมาชั่วลูกหลานนั้นได้  ต้องกลายเป็นผู้กระทำความผิด ถูกดำเนินคดีไม่ต่างกันกับพี่น้องชุมชนในเมือง  

 

         จากปัญหาเหล่านี้ที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน ได้ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงองค์กรชุมชนที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ซึ่งได้มีความพยายามในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยรวมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จัดตั้งกองทุนสวัสดิการ เพื่อเป็นการช่วยเหลือกันในกลุ่มคนจนอย่างแท้จริง และได้ร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของพี่น้องคนจนในเมืองและชนบท โดยมุ่งเน้นการลุกขึ้นมาจัดการแก้ไขปัญหาของตนเอง วันนี้พวกเราได้รวมตัวกันประสานความร่วมมือเป็นเครือข่าย 2 เครือข่าย คือสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ หรือ (สอช)ซึ่งเป็นองค์การชุมชนที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาชุมชนแออัดในเมือง และ “เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.)” เป็นเครือข่ายของพี่น้องภาคชนบท ที่มีการรวมตัวกันเพื่อมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในชนบท  

        ซึ่งในวันนี้เครือข่ายพี่น้องทั้ง 2 เครือข่าย ได้ผนึกพลังกันในการลุกขึ้นมาจัดการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ผ่านโครงการสำคัญของรัฐ เช่น โครงการบ้านมั่นคง และโครงการบ้านมั่นคงชนบท เพื่อผู้ยากจนและด้อยโอกาสในชนบท” ที่พอช.ดำเนินการ โดยมีเป้าหมายให้รัฐบาลได้เห็นพลังของคนจน  คนเล็ก คนน้อย ที่มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาของตนเอง ด้วยการทำงานประสานหน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐ 

 

         mk2-301056และการขับเคลื่อนงานของพวกเรา สอช. ได้มีกระบวนการในการทำงานในการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน  ทำให้วันนี้เราสามารถสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยของพี่น้องในเมืองได้ครอบคลุม 70 จังหวัด 285 เมือง/เขต 846 โครงการ 1,660 ชุมชน  88,742 ครัวเรือน นอกจากนี้ สอช. ยังมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องในเมือง  โดยการยกระดับการทำงานให้ครอบคลุมปัญหาของพี่น้องในทุกมิติ  เช่น การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยได้ทั้งเมือง  เช่น  เมืองชุมแพ เมืองนครสวรรค์ การส่งเสริมให้มีการออมทรัพย์เพื่อจัดระบบสวัสดิการชุมชนในชุมชนบ้านมั่นคง  และพัฒนาเป็นกองทุนสวัสดิการระดับเมือง ซึ่งปัจจุบันมีกองทุนระดับเมือง 69 กองทุน มีสมาชิกกองทุน จำนวน 17,513 ครัวเรือน รวมถึงการจัดให้มีกองทุนรักษาดิน รักษาบ้าน  ที่มีระบบบริหารจัดการโดยขบวนชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนจำนวน 94 กองทุน 12,864 ครัวเรือน กองทุนสมทบรวม  2,652,260 บาท   ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาไปสู่การใช้กองทุนจัดการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิก   นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเพิ่มรายได้  ลดรายจ่ายของสมาชิกในโครงการบ้านมั่นคง  เช่น  ส่งเสริมการใช้พื้นที่ว่างในโครงการปลูกพืชผักสวนครัว  ปลูกเห็ด  เช่น  ชุมชนบ้านมั่นคงบางพราน  หรือ การเลี้ยงไก่  ในโครงการบ้านมั่นคงเมืองเกาะขวาง  เป็นต้น  

           mk3-301056สำหรับพี่น้องเครือข่าย คทช.  ได้มีกระบวนการในการทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในภาคชนบทอย่างกว้างขวางโดยมีพื้นที่ดำเนินการ 76 จังหวัด 273  อำเภอ 644 ตำบล 2,434 หมู่บ้าน  64,000 ครัวเรือน ซี่งมีพื้นที่ดำเนินการเข้มข้น 69 ตำบล ที่มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทางการจัดการที่ดินแนวใหม่ที่ชุทชนท้องถิ่นร่วมกันจัดการ  เช่น  เกิดกองทุนที่ดินเพื่อการดูแลคนในตำบล เช่น ตำบลคลองหินปูน จังหวัดสระแก้ว  ตำบลบัวใหญ่  จังหวัดน่าน   เกิดการจัดการทรัพยากรน้ำ(ระบบฝาย ,ประปาหมู่บ้าน)  เช่น ตำบลปิล๊อค  จังหวัดกาญจนบุรี    เกิดการดูแล/จัดการทรัพยากรในพื้นที่ของคนในตำบลร่วมกับท้องถิ่น  จนนำมาสู่การออกเทศบัญญัติ ที่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง  เช่น ตำบลแม่ทา  ตำบลแม่ทาเหนือ  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น    โดยมุ่งเน้นการประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น

         ในการจัดงานเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกในปีนี้ สอช. และ คทช. ได้จัดให้มีมหกรรม” “พลังชุมชน  ระดมกองทุน  รักษ์ดิน  รักษาบ้าน  ก้าวทันอาเซียน” พวกเรามุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน  และนำเสนอรูปธรรมความสำเร็จของเครือข่ายองค์กรชุมชน  เพื่อประชาสัมพันธ์กระบวนการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการการขับเคลื่อนของเจ้าของปัญหาคือ ชุมชน ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น จึงได้จัดงานขึ้นในทุกภุมิภาค

        ซึ่งการจัดงานในระดับภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง มีหน่วยงาน/ภาคี สถาบันการศึกษาเข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้น 235 คน เครือข่ายองค์กรชุมชนทั้งสิ้น 7,068 คน ผลที่ได้จากกการจัดงาน เกิดการเรียนรู้กระบวนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ทั้งในพื้นที่เมืองและชนบท เกิดแผนการขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้งเมืองและชนบททั่วประเทศ และแผนการจัดตั้งกองุทนเมืองและกองทุนที่ดิน รวมถึงการรวบรวมข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่นในระดับนโยบายเพื่อนำต่อรัฐมนตรีกระทรวงพม.

           สำหรับข้อเสนอของชุมชนต่อรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางปวีณา หงสกุล คือ 1.รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนเมืองตามโครงการบ้านมั่นคงและการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชุมชนในชนบท 3ปีต่อเนื่อง 2.ใช้กลไกการขับเคลื่อนของชุมชน ในการทำงานคือสหพันพัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.)  3.ปรับปรุงแก้ไขกฏหมายหรือมติครม.ที่ไม่เอิ้อในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน  4.ประกาศนโยบายกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง 5.ชะลอการดำเนินการจับกุม/ดำเนินคดี/หยุดไล่รื้อชุมชน จนกว่าจะมีข้อยุติในมาตรการดำเนินการ

    สืบเนื่องจากในทุกปีต้นสัปดาห์ที่ ๑ ของเดือนตุลาคม  สำนักงานโครงการตั้งถิ่นฐานแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Settlements Programme : UN-HABITAT) ได้กำหนดให้มีการจัดงาน World Habitat Day เป็นประจำทุกปี และจะเชิญชวนประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมเพื่อให้ความสำคัญในที่อยู่อาศัย การมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม สร้างความตระหนักและรับผิดชอบร่วมกันในการจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน ซึ่งในปี ๒๕๕๖ หัวข้อหลักในการจัดระดับนานาชาติ คือ “URBAN MOBILITY” หรือ “การขับเคลื่อนของเมือง”

      สำหรับประเทศไทย ขบวนองค์กรชุมชนเมืองได้กำหนดหัวข้อหลัก คือ “พลังชุมชน ระดมกองทุน รักษ์ดิน รักษาบ้าน ก้าวทันอาเซียน มีการจัดงานตลอดเดือนตุลาคม จำนวน ๗ ครั้ง พบว่าชุมชนเมืองและชนบท ได้มีกระบวนการในการแก้ไขปัญหา โดยการสำรวจข้อมูลชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเตรียมความพร้อม  ประสานความร่วมมือกันเป็นเครือข่าย เพื่อช่วยเหลือกัน  ซึ่งได้มีการเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดแก้ไขปัญหาร่วมกันมาโดยตลอด

     และในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ เป็นการจัดงานเพื่อสรุปการแลกเปลี่ยนรู้ของชุมชนกว่า ๓,๐๐๐ คนเพื่อจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โซนความรู้ ๕ โซน โซนที่ ๑ กองทุนที่ดิน และเวทีเสวนา โซนที่ ๒ การทำข้อมูลทั้งเมือง/ แผนที่ทำมือ/ GIS/ ผังตำบล โซนที่ ๓ ข้อบัญญัติท้องถิ่น และความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี และเวทีเสวนาท้องถิ่นกับการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัย โซนที่ ๔ รูปธรรมการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ผลกระทบจากโครงการของรัฐ และเวทีเสวนา และโซนที่ ๕ พื้นที่รูปธรรม ที่ดินเมืองและชนบท

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter