playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

bkk1-041256เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา สมัชชาองค์กรชุมชนภาคกรุงเทพ ๑๓ เครือข่าย กว่า ๖๐ คน สานพลังเสนอข้อคิดเห็นต่อร่างมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๕๖ ของจว.กรุงเทพมหานคร ณ ห้องประชุมไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือพอช.

          ทั้งนี้เป็นความร่วมมือของเครือข่ายสุขภาวะคน กทม. ร่วมกับ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) สำนักงานปฏิรูปเพื่อสังคมไทยที่เป็นธรรม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสภาพัฒนาการเมือง เพื่อนำเสนอนโยบายสาธารณะต่อเวทีสมัชชาสุขภาพระดับชาติ ปลายเดือน มีนาคม ๒๕๕๗ นี้

          ในการนี้มีเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “สานพลังเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของ คน กทม.” ได้รับเกียรติจากผู้แทนองค์กรชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายณัชพล  เกิดเกษม ผู้แทนสมัชชาองค์กรชุมชนภาคกรุงเทพ  นายพลากร  วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการพอช. นางสาวรุ่งตะวัน ศิริเลิศฤทัย หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมและโครงการปลอดภัยไว้ก่อน นายวิสุทธิ  บุญญะโสภิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และดำเนินรายการโดยนางสุภานิตร  จุมผา ผู้จัดการสำนักงานภาคกรุงเทพและปริมณฑล

          นายณัชพล  เกิดเกษม  ผู้แทนสมัชชาองค์กรชุมชนภาคกรุงเทพbkk2-041256กล่าวว่า คน กทม. จะมีการเชิญเครือข่ายต่างๆ มาคุยกันในประเด็นสุขภาวะในมิติต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มคนที่ทำงานได้มาทำงานร่วมกันทุกปี โดยการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการปฏิรูปและแก้ไขปัญหา เพื่อความอยู่ดีมีสุขของคน กทม. มีการการคุยกันเรื่องภัยพิบัติ มีการช่วยเหลือ เฝ้าระวัง และเป็นมติของ สช. เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว และการขับเคลื่อนเรื่องหลักประกันสุขภาพ มีการรับเรื่องร้องทุกข์ เกิดศูนย์สุขภาพ ในพื้นที่ ๖ โซน และ ๒ เขต ๑ ศูนย์ และมีกองทุนสุขภาพใน ๑๕๐ ชุมชน เพื่อมีการแก้ไขปัญหาสุขภาวะและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ เรื่องไม่อ้วนเอาเท่าไหร่ เรื่องเยาวชน เป็นต้น ซึ่งเป็นกองทุนที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดและจัดการกันเอง ทั้งนี้ดำเนินการไปแล้ว ๕๐ เขต มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สาธารณะสุข และสำนักงานเขต และมีคณะกรรมการจากเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วม รวมทั้งร่วมกำหนดโครงสร้างการบริหาร กทม. มีการเชื่อมโยงกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เช่น การปรับโครงสร้าง พ.ร.บ.ของภาคกรุงเทพ ปัจจุบันอยู่ในช่วงที่นำร่าง กม. ไปแจ้งต่อชุมชนเพื่อร่างรายชื่อเสนอต่อไป มีการจัดทำธนาคารขยะ ทำเรื่องจุรินทรีย์ สุดท้าย ประเด็นถูกไล่รื้อ ที่เกิดจากนโยบายของรัฐจากการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม เช่น พื้นที่รับน้ำ พื้นที่สร้างเขื่อน เสนอว่าควรมีการทำโฉนดชุมชน

          “พี่น้องสามารถจัดการตนเองได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่การที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนนั้น รัฐบาลจะต้องเข้ามาหนุนเสริมและสนับสนุน และสิ่งที่เห็นอยู่ประเด็นหนึ่งหลังจากเคลื่อนเรื่องประกันสุขภาพ  คือ เรื่องการเข้ารักษาสิทธิเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล ปัจจุบันมีการถอนตัวออกจากการรักษาด้วยหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากแรงงานต่างด้าวเข้ามาใช้สิทธิในการรักษาดังกล่าว ทำให้สถานพยาบาลบริการไม่เพียงพอต่อผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา จึงมีข้อเสนอต่อ กทม. ในการยกระดับศูนย์สาธารณสุข เพื่อรับการรักษาได้ อย่างน้อยเป็นการบรรเทาการเข้าถึงการรักษาสุขภาพ และให้ กทม. สนับสนุนงบประมาณในการรักษาผู้ป่วยของคน กทม.  รวมถึงการเปิดรับการรักษา ๒๔ ชม.”

          ด้านนางสาวรุ่งตะวัน ศิริเลิศฤทัย หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมและโครงการปลอดภัยไว้ก่อน กล่าวว่า ความปลอดภัยเป็นหนึ่งในสุขภาวะที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิต ที่ผ่านมาสมาคมปลอดภัยไว้ก่อน ร่วมมือกับสมัชชาองค์กรชุมชน กทม. มีการขับเคลื่อนเรื่องนโยบายและเรื่องการรณรงค์ เพื่อสร้างกระแสให้สังคมได้ทราบ และมีการรวมตัวของภาคประชาชน เพื่อให้ภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในจุดบกพร่องในการสร้างความปลอดภัยให้กับภาคประชาชน รวมถึงให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาในการขับเคลื่อนงาน การเตรียมพร้อมเฝ้าระวังและป้องกันสาธารภัยต่างๆ และการขับเคลื่อนเรื่องนโยบาย ควรมีกฎหมายที่กำหนดบทบาทหรือหน้าที่ของประชาชนในการป้องกันภัยขึ้น แต่ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐที่จะร่วมรับผิดชอบ เช่น สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เป็นความบกพร่องของการบริหารของรัฐ ทำให้ภาคประชาชนได้รับผลกระทบ รวมถึงการร่วมผลักดันเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐสภาทั้งพรรคการเมืองฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมถึง กทม. มีการเสนอประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเรื่องความปลอดภัย

          bkk3-041256“สิ่งที่เรายังคงขาดอยู่ คือ นโยบายระดับชาติ เราจะมีวิธีการรวบรวมอย่างไรเพื่อให้ตอบโจทย์ต่อสังคม เช่น  (๑.) นโยบายที่เสนอไปแล้ว เราต้องมีการขับเคลื่อน และ กทม. เองต้องประกาศให้เกิดนโยบายสาธารณะ ใน ๔ ประเด็น คือ ขอให้กรุงเทพมหานครส่งเสริมให้การบริหารงานของชุมชนมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ โดยชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสาธารณภัยร่วมกับกรุงเทพมหานคร  (๒.) ขอให้กรุงเทพมหานครมีการจัดทำแผนและนโยบายสาธารณะ พร้อมแผนปฏิบัติการทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสาธารณภัยทุกประเภทที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบ โดยขอให้เพิ่มอยู่ในระเบียบของกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบรรเทาสาธารณภัย (๓.) ขอให้กรุงเทพมหานครมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและศูนย์ฟื้นฟูเยียวยาที่เกิดขึ้นจากสาธารณภัยทุกประเภทในระดับพื้นที่เขตทุกเขต โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสภาองค์กรชุมชน (๔.) ขอให้กรุงเทพมหานครประสานกับชุมชนสำรวจจุดเสี่ยง ทั้งสิ่งปลูกสร้าง สิ่งกีดขวาง และดำเนินการจัดการอุปสรรคต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากสาธารณภัยทุกประเภท ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน”

          นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผู้อำนวยการพอช. กล่าวว่า ในฐานะที่พวกเราอยู่ในภาคองค์กรชุมชนหรือประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในเครือข่ายก็ตาม เราต้องร่วมกันจัดระบบใหม่ ที่เป็นการจัดระบบสังคม ดังนั้นเนื้อหาในวันนี้หากเราคิดกันดีๆ ในเรื่องสุขภาพ และนำมาเชื่อมต่อกับสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน ถ้าเราคิดกันให้ดีเราต้องช่วยเขาออกแบบ เพราะคิดว่าตอนนี้ระดับประเทศเขายังออกแบบไม่ได้ เราต้องออกแบบทั้งระบบ

          “จากวิกฤติที่เกิดขึ้นในวันนี้นับเป็นโอกาสสำคัญ ในเรื่องของการเขย่าโครงสร้างและเรื่องการกระจายอำนาจ เป็นอีกเรื่องที่เราต้องมาจัดการในเรื่องดังกล่าว  รวมถึงนโยบายสาธารณะของกรุงเทพเอง ที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงนับเป็นเรื่องใหญ่และพวกเราต้องร่วมคิดออกแบบระบบสังคม  ภายใต้มิติใหม่ให้ได้ หากเราสามารถต่อจิ๊กซอร์เรื่องต่างๆ ได้ จะทำให้เรื่องระบบสุขภาพของคน กทม. นำไปสู่การแก้ไขสุขภาพได้ รวมถึงบริบทของคน กทม. ที่เปลี่ยนไป เช่น การอยู่อาศัยที่ต้องอยู่บนคอนโดหรือตึกสูงๆ มากขึ้น รวมถึงเรื่องการปฏิรูป หากมีการปฏิรูปภาคประชาชนต้องยกร่างเอง แล้วให้คนอื่นมาช่วย นับเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะที่ผ่านมาคนที่เขียนคือนักการเมือง และสิ่งที่เขาเขียนคือเรื่องที่เขาถนัด แต่เราแทบไม่ได้เขียนอะไรจากสิ่งที่เราต้องการต่อไป”

          นายวิสุทธิ  บุญญะโสภิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สภาประชาชนเป็นของใหม่ ระดับแกนๆ เขารู้ และในฐานะที่เราเป็นสภาองค์กรชุมชน และกลุ่มต่างๆ เราต้องมานั่งคิดเช่นข้อเสนอ เพื่อนำมาสู่การนั่งปรึกษาหารือ รวมถึงการเตรียมคนที่จะเข้าไปเป็นตัวแทนในสภาประชาชน ขอเสนอ ๓ ประเด็น ประเด็นแรก สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน เกี่ยวกับสุขภาพโดยตรง เพราะเรื่องสุขภาพไม่ใช่อาหารการกิน ร่างกายเจ็บป่วยเพียงอย่างเดียว เรื่องประชาธิปไตย นักวิชาการแบ่งเป็น ๓ สาวก คือ ระบบที่รัฐเป็นใหญ่  ทุนเป็นใหญ่ มีบริษัทห้างร้านหนุนพรรค และ พลังประชาชน ซึ่งหลักประชาธิปไตยที่ดีคือการสร้างสมดุลทั้ง ๓ ส่วน ส่วนใดส่วนหนึ่งอ่อนแอก็ต้องนำอีก ๒ พลังมาเสริมกัน ต้องก่อให้เกิดประโยชน์ไม่ให้เสียของ นับเป็นทุนทางสังคมที่ใหญ่มาก และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยต้องเรียนรู้ ประเด็นที่สอง คำว่านโยบาย สมัยก่อนหากพูดถึงนโยบายจะต้องเป็นรัฐสั่ง แต่สมัชชาสุขภาพ นับเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นสิ่งที่สังคมเห็นพ้องต้องกัน หลังจากมี พ.ร.บ.สุขภาพ มีการรับรองนโยบายที่มาจากฐานรากของประชาชน คน กทม. จะขับเคลื่อนนโยบายอะไร นับว่ามีหลายเรื่องมากที่อยู่ในชุมชน แล้วมานั่งคุยกัน แม้จะอยู่ในฐานะองค์กร หากนำเอาแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของจังหวัดเรา มานั่งคุยเปิดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนกัน และประการสุดท้าย สมัชชาสุขภาพ เป็นเครื่องมือสร้างนโยบายสาธารณะ เราสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ นับเป็นกระบวนการที่ทุกฝ่ายมานั่งฟัง และอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ เมื่อก่อนเรารอให้ผู้มีอำนาจสูงสุดนั้นสั่ง แต่เราทำงานแบบเป็นพี่เป็นน้อง เป็นการทำงานแบบปรึกษาหารือกัน โดยมีพหุภาคีมาร่วมในกระบวนการปรึกษาหารือนี้ เพื่อได้ข้อยุติที่ดี ซึ่งนอกจากขับเคลื่อนเชิงนโยบายแล้ว จริงๆ มันมีคุณค่า เป็นการพัฒนาศักยภาพในการสร้างประชาธิปไตยอย่างมีส่วนร่วม

          “เราต้องวางบทบาทของเราเพื่อให้เกิดโอกาสมวลมหาพลังประชาชน และในระยะยาวเราต้องเตรียมคน ในนามตัวแทนองค์กรของเรา เพื่อเข้าไปร่วมสภาประชาชน”

          ทั้งนี้สมัชชาองค์กรชุมชนภาคกรุงเทพ ๑๓ เครือข่าย ประกอบด้วย bkk4-041256ประกอบด้วย สมัชชาสภาองค์กรชุมชน อาสาสมัครพัฒนาสังคม เครือข่ายสวัสดิการชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สภาเกษตรกร กลุ่มอนุรักษ์อ่าวไทย เครือข่ายสลัม ๔ ภาค เครือข่ายองค์กรงดเหล้าชุมชนท้องถิ่น เครือข่ายสื่อวิทยุชุมชน เครือข่ายศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน เครือข่ายแรงงานนอกระบบ และเครือข่ายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี  ร่วมให้ข้อคิดเห็นต่อร่างมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ พร้อมทั้งรับรองร่างมติดังกล่าว โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ (๑.) แผนยุทธศาสตร์ว่าด้วยการจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑ (๒.) ระบบการจัดอาหารในโรงเรียน  (๓.) นโยบายการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน (๔.) การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ร่วมแห่งชาติ ว่าด้วยระบบสุขภาวะชุมชน (๕.) เป้าหมายในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย (๖.) การสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อ “สุขภาพหนึ่งเดียว” ของคน-สัตว์-สิ่งแวดล้อม (๗.) ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ การป้องกันผลกระทบติ่สุขภาวะและสังคมจากการค้าเสรีระหว่างประเทศ และ (๘.) ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ การป้องกันผลกระทบต่อสุขภาวะและสังคมจากการค้าเสรีระหว่างประเทศ

          อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้เสนอให้มีคณะกรรมการเพื่อติดตามมติ ที่ได้เสนอต่อเวทีระดับชาติ และนำมาสู่การพัฒนาและยกระดับประเด็นในการเคลื่อนในครั้งต่อไป

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter