จากข้อมูลมูลนิธินโยบายสุขภาวะ ที่มีดัชนีชี้ว่ารายได้ของจังหวัดเชียงรายอันดับหนึ่งมาจากภาคการเกษตร สูงสุด ๓๗.๐๑ เปอร์เซ็นของรายได้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด ประกอบกับข้อมูลของสาธารสุขจังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการตรวจเลือกของเกษตรกร จังหวัดเชียงราย 91.17 เปอร์เซ็นต์ มีสารเคมีตกค้างในเลือด และนอกจากนี้ยังมีการสุ่มตัวเลือดของหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงรายภายใต้โครงการบูรณาการ อาหารปลอดภัยเชียงรายเป็นสุข จำนวน ๘๕ คน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้บริโภค พบว่า ทั้ง ๘๕ คนมีสารเคมีตกค้างในเลือด
เหตุปัจจัยดังกล่าว คณะทำงานภาคประชาสังคมจังหวัดเชียงราย จึงจัดเวทีถอดองค์ความรู้จากกลุ่มผู้ผลิตที่เป็นกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นประชาชนทั่วไป สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และชมรมภัตราคารร้านอาหาร รวมถึงหน่วยงานกลุ่มองค์กรที่ให้การสับสนุนหนุนเสริมกระบวนการผลิตสินค้าสีเขียว สินค้าที่ปลอดภัยและมีความมั่นคงทางอาหาร จำนวน ๓ ครั้ง และ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยพืชสวนที่ผ่านมา จึงเป็นเวทีสรุปแนวทางความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันพัฒนาสินค้าเขียว ที่สะอาด ปลอดภัย ต่อสุขภาพและเสริมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรมั่นใจในกระบวนการผลิต โดยมีองค์กร/หน่วยงานต่างๆ พร้อมให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือในการดำเนินงาน โดยเน้นเป้าหมายร่วมเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่คนเชียงรายและนักท่องเที่ยวที่แวะมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ประกอบด้วยสภาองค์กรชุมชนตำบล ๑๗ ตำบล สมัชชาสุขภาพ ชมรมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย สำนักงานฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรฯ สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๒ เชียงราย ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และผู้แทนส่วนท้องถิ่น จำนวน ๔๔ คน พอมีข้อมูลร่วมกันดังต่อไปนี้
๑) ด้านการผลิต
- การรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อพัฒนาระบบผลิต การบริหารจัดการแปลง การควรปลูกผักตามฤดูกาล และต้องอดทน
- จัดทำฐานข้อมูลเพื่อประกอบการวางแผนการผลิต ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค
- วางแผนการผลิตสินค้าสีเขียว อาหารปลอดภัยที่หลากหลาย
- พัฒนากระบวนการผลิตและเกี่ยวกับที่สะอาดและปลอดภัย
- เชื่อมโยงผู้ผลิตที่อยู่ชนบท และผู้บริโภคในเมือง
๒) ด้านการตลาด
- สร้างจุดหน่ายที่ชัดเจนของสินค้าเกษตรอินทรีย์ เช่น ตลาดนัดเกษตรกร(ค่ายทหาร) สหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย (นางแล)
- เชื่อมประสานงานกับระบบตลาดใหญ่ เช่น แมคโคร
- การทำ บันทึกข้อตกลง(
- ตั้งเครือข่ายพ่อค้าคนกลางในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตร
๓) ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง
- ส่งเสริม รณรงค์การบริโภคสินค้าสีเขียว สินค้าปลอดภัยภายในจังหวัด โดยการหาแหล่งทุนสนับสนุน
๔) ด้านนโยบาย
- ปรับวิถีคิด เสริมความรู้ในการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย ที่มีอยู่ตามฤดูกาล โดยใช้ “ภูมิปัญญาความรู้เรื่องการกิน”
- ควรสร้างพื้นที่ของอาหารปลอดภัย ผักอินทรีย์ เช่น ร้านอาหารสร้างอัตลักษณ์ในการกำหนดเมนูที่เป็นผักพื้นบ้านอาหารปลอดภัย
- กำหนดมาตรการด้านภาษี “ภาษีสุขภาพ” กับสินค้าเกษตรจากประเทศจีน ที่เป็นสินค้าในการทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะสินค้าที่มีสารพิษเคมีและโรคของพืชผัก
- เสนอให้มีมาตรการในการควบคุมเรื่องการใช้สารพิษเคมีทางการเกษตร
๕) แนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป
- ตัวเกษตรกรต้องปรับวิธีคิดและวิธีการผลิต
- การเชื่อมโยงผู้ผลิตผู้บริโภคต้องมีรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่ตำบลนั้นๆ
- เพิ่มช่องทางการตลอดใหม่ๆ
- เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคในความต้องการบริโภคพืชผักชนิดต่างๆ
- ผู้บริโภคต้องปรับค่านิยมหรือทัศนคติต่อสินค้าสีเขียวที่ดีต่อสุขภาพ
- ต้องมีองค์กรเชื่อมต่อระหว่าระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค เช่น สหกรณ์ เครือข่ายพ่อค้าคนกลางเพื่อสังคม

๖) วิธีการ
- ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล องค์กรชุมชน/เครือข่ายระดับพื้นที่ หรือหมู่บ้านเป็นพื้นที่ปฏิบัติการในการขับเคลื่อนงาน “เมืองพิเศษเกษตรสร้างสรรค์”
- จัดทำฐานข้อมูลกลุ่มสมาชิกที่จะดำเนินการเรื่องนี้ /พื้นที่ที่ดำเนินงาน /ชนิดพืชผักที่ปลูก
ทิ้งท้ายไว้ด้วย ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ย้ำทิ้งท้ายไว้ว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนด้านงบประมาณในการฝึกอบรมต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร เชื่อมโยงเครือข่ายระบบตลาดกับผู้บริโภคในเมืองในระยะต่อไป





