playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 8932 resizeนางวารุณี ธารารัตนกุล ประธานที่ประชุมในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตด้านการท่องเที่ยวแบบก้าวกระโดด เนื่องจากรัฐมุ่งเน้นให้เกิดความเติบโต โดยไม่มีแผนรองรับ จนก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น ปัญหาแรงงานแฝง ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก มีความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสม ปัญหาจราจร ปัญหายาเสพติด ปัญหาความเสื่อมถอยทางวัฒนธรรมที่มองหาอัตลักษณ์ของคนภูเก็ตแทบไม่เจอ อีกทั้งผลประโยชน์ที่เกิดจากการท่องเที่ยวจะตกอยู่กับนายทุน คนภูเก็ตแทบไม่ได้อะไรเลย

          ประธานที่ประชุมในระดับจังหวัดกล่าวอีกว่า ในแต่ละปีภูเก็ตทำรายได้ให้กับประเทศจำนวนมาก แต่เงินที่กลับมาพัฒนาภูเก็ตมีน้อยมาก จึงไม่สามารถนำไปแก้ปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นได้อย่างเพียงพอ ประกอบกับการพัฒนาจะวางแผนมาจากส่วนกลางทำให้แก้ปัญหาได้ไม่ตรงกับความต้องการและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

        IMG 8933 resize  ในภูเก็ตเรามีกลุ่มองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองภาคประชาชนอยู่หลายกลุ่ม เรามีสภาองค์กรชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนครบทั้ง 18 ตำบล มีการทำงานร่วมกับภาควิชาการ ประชาสังคม ราชการหลายหน่วยงาน ซึ่งเราเห็นร่วมกันว่า การแก้ปัญหาของคนภูเก็ตจะต้องทำโดยคนภูเก็ตเท่านั้น โดยเรามีแนวทางในการสร้างรูปแบบจัดการตนเอง ตามกระบวนการของสมัชาพลเมืองให้เกิดขึ้นทุกพื้นที่ภายใน 2 ปี โดยไม่รอว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร เพราะกระบวนการสร้างชุมชนเข้มแข็ง หรือประชาธิปไตยฐานรากเข้มแข็งที่เขียนเอาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญก็สรุปมากจากบทเรียนการพัฒนาของชาวบ้านนั่นเอง

          นางวารุณี ธารารัตนกุล เล่าถึง 4 ขั้นตอนในการสร้างประชาธิปไตยฐานรากว่า จะต้องเริ่มจากการปรับระบบคิดจากที่หวังพึ่งรัฐเป็นพึ่งตนเอง ทั้งนี้เพราะรัฐเป็นผู้วางแผนพัฒนา ประชาชนเป็นผู้รอรับมาเป็นเวลาร่วม 100 ปี แล้ว ทำให้ประชาชนมีความเคยชินกับการรอรับ ดังนั้นการจะก้าวไปสู่ชุมชนจัดการตนเองได้จะต้องเริ่มจากการปรับความคิดไปสู่การพึ่งตนเองและมีความเชื่อในความสามารถของชุมชนเอง ถัดมาก็ใช้สภาองค์กรชุมชนเชื่อมโยงภาคีพัฒนาทุกภาคส่วนในตำบล/จังหวัด ให้มาร่วมกันในรูป “สมัชชาพลเมือง” หรือ “สภาพลเมือง” ต้องไม่ให้กลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดได้ตกหล่นเพราะทุกคนล้วนแต่เป็นพลเมืองทั้งสิ้น เพราะหากกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดตกหล่นไป การทำงานจะเกิดปัญหาได้ การวางแผนพัฒนาที่จะตามมาก็จะเป็นแผนที่ไม่สมบูรณ์ ทุกกลุ่มจะต้องมีส่วนร่วมในการทำแผนพัฒนา

          ถัดมาคือการจัดการข้อมูลปัญหาของคนในพื้นที่ เพราะข้อมูลที่เป็นจริงและตรงกับความต้องกาของคนในพื้นที่ จะนำไปสู่ความเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับเพราะทุกฝ่ายต่างก็นำข้อมูลและปัญหาของตนเองมากองรวมกัน กลายเป็นข้อมูลชุดเดียวกันไม่ใช่วางแผนโดยใช้ข้อมูลคนละชุดเหมือนที่ผ่านมา และสุดท้ายก็นำข้อมูลนั้นไปสู่การบูรณาการเป็นแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เป็นแผนของทุกกลุ่มของทุกคน

       IMG 8934 resize   “แนวทางดังกล่าวเชื่อว่า จะเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ “คนภูเก็ตจัดการตนเองได้” ซึ่งเราวางเป้าหมายว่า ภายใน 2 ปี แต่ละตำบลจะเดินตาม 4 ขั้นตอนดังกล่าวได้ มีแผนพัฒนาของแต่ละตำบลแล้วนำแผนของทุกตำบลมาบูรณาการเป็นแผนพัฒนาจังหวัดต่อไป” วารุณีกล่าว

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter