เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2558 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ร่วมกับ มูลนิธิสัมมาชีพ ได้เปิดเวทีสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมปฏิบัติการตำบลรูปธรรมเศรษฐกิจและทุนชุมชนสู่สัมมาชีพชุมชน จาก ตัวแทน 23 พื้นที่ตำบลรูปธรรมทั่วประเทศ ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้กล่าวว่า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้จับมือกับมูลนิธิสัมมาชีพ เพื่อเชื่อมโยงกระบวนการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมเศรษฐกิจและทุนชุมชนให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพัฒนาชุมชนอย่างมีดุลยภาพและยั่งยืน โดยได้นำพื้นที่รูปธรรมตำบลที่มีการจัดการด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชนเข้มแข็ง 23 ตำบลทั่วประเทศมานำร่องในการนำไปสู่ชุมชนสัมมาชีพ ซึ่งพอช.มีภารกิจสำคัญประการหนึ่ง คือการสนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ด้านเศรษฐกิจและทุน ซึ่งมีพื้นที่ปฏิบัติการกระจายอยู่ทั่วประเทศ ในขณะที่มูลนิธิสัมมาชีพมีประสบการณ์ในการประสานงานกับภาคธุรกิจเพื่อชุมชน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเติมความรู้ที่ชุมชนยังขาดอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ด้านการตลาดซึ่งจะทำให้วิสาหกิจชุมชนได้มีช่องทางการตลาดที่มากขึ้น
ปัจจุบันนี้แผนปฏิรูปสัมมาชีพชุมชนได้ผ่านการเห็นชอบของสปช.แล้ว ซึ่งจากนี้ก็จะส่งต่อไปยัง ครม.รัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจมาก มีคนพูดถึงกันมาก ในส่วนพอช. ก็ได้มีการดำเนินงานในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนมาสองสามปีแล้ว โดยใช้กลไกของสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศในการขับเคลื่อน ปัจจุบันมีพื้นที่ทำงานด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชน 307 ตำบล มีสภาองค์กรชุมชนกว่า 4,600 สภา ซึ่งจะเป็นกลไกในการขยายพื้นที่ดำเนินงานอย่างดี และในแผนแม่บท 3 ปี ของพอช. ทางสถาบันก็ได้บรรจุดเรื่องนี้ไว้ถือเป็นยุทธศาสตร์งานที่สำคัญ
ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสัมมาชีพ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กล่าวว่า สัมมาชีพชุมชนเป็นกลไกปากท้องของประชาชน รัฐบาล คสช. ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้มาก เพราะเป็นเศรษฐกิจฐานราก ทำอย่างไรถึงจะดีขึ้น ดังนั้น วันนี้ถ้าเราจะทำสัมมาชีพชุมชนด้วยกัน ทางมูลนิธิก็จะเอานักธุรกิจมาจับคู่ เข้าไปช่วยให้ความรู้ ช่วยสร้างกระบวนการให้ และหวังว่าอนาคตจะได้มาทำงานร่วมกับพอช.มากขึ้น
อนึ่ง “สัมมาชีพชุมชน” มีความหมายว่า “ชุมชนที่มีการประกอบอาชีพโดยชอบ ซึ่งมีรายได้มากกว่ารายจ่าย โดยลดการเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ต้องมีความสอดคล้องกับวิถีของชุมชน เพื่อความมุ่งหมายในการสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชน”





