playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 2846 resize

ในปีพ.ศ.2546 รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัยของคนจนในเมือง (โครงการบ้านมั่นคง) โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รับผิดชอบ ภายใต้แนวคิด ชาวบ้านเป็นเจ้าของโครงการและเป็นผู้สร้างบ้าน สร้างชุมชนด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้เกิดการตื่นตัวของพี่น้องชุมชนแออัดเป็นอย่างมาก เพราะความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัยเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน

        IMG 2837 resize  ชุมแพเป็นเมืองหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง โดยในปี 2547 ชาวชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ ได้ร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชนแออัดทั้งเมือง ซึ่งไม่เพียงข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่สำรวจข้อมูลด้านหนี้สินและเรื่องอื่น ๆ ด้วย โดยได้รับความร่วมมือจากเทศบาลและพอช. ซึ่งจากการสำรวจพบว่าชาวบ้านมีความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัยกว่า 900 ครัวเรือน จึงได้นำร่องโครงการบ้านมั่นคงที่ชุมชนสว่างแสงศรีเป็นแห่งแรก

          จากนั้นการดำเนินโครงการก็ขยายไปสู่ชุมชนอื่น ๆ โดยในปี 2551 ได้จัดทำโครงการบ้านมั่นคงทั้งในลักษณะของการเช่าอยู่ในที่ดินเดิมของกรมธนารักษ์ และจัดซื้อที่ดินใหม่โดยมีบ้านที่สร้างเสร็จแล้วเพิ่มเป็น 8 ชุมชน จำนวน 350 ครอบครัว จนกระทั่งในปี 2552 ได้มีการสำรวจข้อมูลความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยอีกครั้งหนึ่งพบว่ามีผู้เดือดร้อนอีกประมาณ 600 ครอบครัว

       11715298 475865845914748 144883729 o resize   ป้าสนอง รวยสูงเนิน แกนนำบ้านมั่นคงชุมแพบอกว่า โครงการบ้านมั่นคงที่ชุมแพ ชาวบ้านเป็นผู้ทำเอง โดยจัดตั้งกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยขึ้นเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่การแก้ปัญหา โดยสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการทุกคนเป็นผู้สมทบ จนกระทั่งปี 2556 ได้มีการสร้างบ้านมั่นคงเพิ่มอีกหนึ่งโครงการ รวมได้มีการสร้างบ้านมั่นคงแล้ว 600 หลังคา เหลืออีกประมาณ 400 หลังคาเรือน คนจนเมืองชุมแพก็จะมีบ้านที่มั่นคงกันทั้งเมือง เนื่องจากได้จัดทำแผนพัฒนาแล้วว่าในปี 2560 คนชุมแพจะมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยกันทั้งเมือง

          “แม่ได้ยิน ได้รับรู้เรื่องบ้านมั่นคงจากโทรทัศน์หลายครั้ง ก็อยากได้บ้านมั่นคงด้วย เอาข่าวไปคุยให้ชาวบ้านฟัง แล้วติดตามไปร่วมประชุมในที่ต่าง ๆ เพื่อให้รู้ว่าเขาทำกันอย่างไร จนรู้ว่าถ้าจะมีบ้านมั่นคงก็ต้องรวมกลุ่มและออมเงินร่วมกัน แล้วช่วยกันสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนช่วยกันวางแผน” แม่สนองย้อนอดีตให้ฟัง

          ป้าสนอง บอกอีกว่า เราไม่ได้สร้างบ้านเพียงอย่างเดียวแต่เราใช้กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาอื่น ๆ ของพี่น้องไปด้วย เช่น นำไปปลดหนี้นอกระบบ กู้ไปสร้างบ้านไม่เกินรายละ 150,000 บาท กู้ไปต่อเติมบ้าน กู้ยืมเพื่อการศึกษาของลูกหลาน รวมทั้งนำเงินกองทุนไปสร้างบ้านให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนแล้ว 3 หลัง

          สมาชิกบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ อดีตมาจากชาวชนบทที่สูญเสียที่นา ที่ทำกิน พอมาอยู่ในเมืองชุมแพบางคนก็เช่าที่ทำนาอยู่ จึงมีความคิดร่วมกันว่าควรจะมีการทำนาเพื่อลดค่าใช่จ่ายและสร้างแหล่งอาหารไว้ให้ลูกหลาน ดังนั้นไม่เพียงเรื่องที่อยู่อาศัยเท่านั้น กองทุนยังทำให้เกิดความมั่นคงทางอาหารได้หลาย ๆ แนวทาง เช่น การซื้อที่ 38 ไร่ เพื่อทำนารวม ในราคา 2.6 ล้านบาท โดยกองทุนสมทบหกแสนบาทและขอใช้สินเชื่อจาก พอช.อีก 2 ล้านบาท ซึ่งการทำนารวมได้มีคณะทำงาน 15 คน ขึ้นมารับผิดชอบอย่างครบวงจร มีการระดมหุ้นจากสมาชิก หุ้นละ 150 บาท ซึ่งการทำนาแต่ละปีได้ข้าว 15 เกวียน ทำให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกประมาณ 5,000 คน มีข้าวกิน กองทุนก็มีเงินเพิ่มขึ้น

          “ตอนนี้เราจ่ายหนี้ค่าที่นาหมดแล้ว แถมที่นายังมีราคาสูงเป็น 38 ล้านบาท เรามีที่ปลูกข้าวเป็นของเราเอง ใครมาเยี่ยมชุมชนเราก็มีข้าวถุง “ทับทิมชุมแพ” เป็นของฝาก โดยในอนาคตอันใกล้เราจะมีโรงสีเพื่อสีข้าวเอง จะทำให้ครบวงจร รวมทั้งได้ปล่อยเงินจากกองทุนให้สมชิกกู้ไปทำอาชีพเสริมเช่น เพาะเห็ด ปลูกผัก ซึ่งมีผู้ใช้ประโยชน์แล้ว 246 ราย” แม่สนองกล่าว

          ไม่เพียงเรื่องบ้าน เรื่องข้าว เรื่องอาหารเท่านั้น บ้านมั่นคงชุมแพยังได้มีโรงผลิตน้ำดื่มเป็นของตนเอง กินอิ่ม นอนอุ่นกันทั่วบ้าน ซึ่งแม่สนองบอกว่าเท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ดูแลสมาชิกครบวงจรชีวิต โดยสมาชิกสมทบคนละ 365 บาทต่อปี และรัฐบาลสมทบในอัตตราที่เท่ากัน ซึ่งกองทุนสวัสดิการชุมชนนี้ทำให้สมาชิกมีความมั่นคงในชีวิตหลังจากมีความมั่นคงในการอยู่อาศัยแล้ว รวมทั้งได้ขยายกองทุนไปสู่การจัดตั้ง “กองทุนสวัสดิการ “บ้านรักเด็ก” โดยสมาชิกเป็นลูกหลานของคนในชุมชน ทำให้เด็ก ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและรู้จักประหยัด อดออม เตรียมตัวเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต

          แม่สนองบอกอีกว่า ตนมีความรู้เพียง ป.4 ไม่เคยทำงานพัฒนาชุมชนมาก่อน แต่ที่งานคืบหน้าไปด้วยดีเพราะมีหน่วยงานสนับสนุนที่ดี เราจัดความสัมพันธ์กับหน่วยงานต่าง ๆ เปิดโอกาสให้เข้ามาสนับสนุนตามที่เขาถนัด ภายใต้แผนของเราเช่น พอช. มีความถนัดเรื่องบ้าน เรื่องสวัสดิการชุมชน การสร้างชุมชนเข้มแข็ง เทศบาลเมืองชุมแพ พัฒนาสังคมจังหวัด ฯลฯ ก็หนุนเสริมงานในพื้นที่ เป็นต้น

          การดำเนินงานขยับจากเรื่องที่ชาวบ้านเห็นร่วมกันว่าเป็นปัญหาของตนเอง และร่วมกันพูดคุย วางแผน ปฏิบัติจริงโดยชาวบ้านเอง จากเรื่องบ้านโดยใช้การจัดตั้งกองทุนเป็นเครื่องมือขยายไปสู่เรื่องอาหาร จัดระบบสวัสดิการโดยมีภาคีร่วมพัฒนาทั้งในพื้นที่และจากส่วนกลาง วันนี้อาจพูดได้ว่า ชุมแพเป็นชุมชนเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้ กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ของชาวบ้านทั้งในและต่างประเทศ

          ภายใต้สถานการณ์งานพัฒนาในปัจจุบันที่มีความก้าวหน้าไปมาก จากที่ทำกิจกรรมงานพัฒนาเฉพาะ จนยกระดับไปสู่การพัฒนาที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง หมายความว่าในแต่ละพื้นที่จะต้องประมวลปัญหาความต้องการต่าง ๆ ประสานความร่วมมือกับภาคีพัฒนาต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การวางแผนแก้ปัญหาแบบองค์รวม หรือที่เรียกว่า ชุมชนจัดการตนเอง โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ซึ่งแนวคิดเช่นนี้เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สำคัญของภาคประชาชนในปัจจุบันและเป็นที่มาของแนวคิดการเกิดสมัชชาพลเมือง

          ที่ชุมแพ เริ่มจากการแก้ปัญหาทีละเรื่อง จากเรื่องหนึ่งเชื่อมโยงไปอีกเรื่องหนึ่ง จนเห็นความสัมพัน์และเชื่อมโยงการแก้ปัญหาแบบองค์รวมเป็นงานพัฒนาที่ขับเคลื่อนจากปัญหาจริง ๆ โดยชาวบ้านจริง ๆ ซึ่งในก็เดินไปสู่เป้าหมาย “ชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเอง” ได้ในที่สุด

          

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter