เมื่อเร็วๆมานี้ (๔-๕/๐๘/๕๘) เครือข่ายคนทุ่งกุลา ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด จับมือสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกันจัดโครงการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน โดยมี ๓ อำเภอ ๕ หมู่บ้าน ๒,๑๔๙ ครัวเรือน คือ ๑.)บ้านสำราญ หมู่ ๕ ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ ๒.)บ้านหนองบัวบาน ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ ๓.)ชุมชนตำบลกู่กาสิงห์ หมู่ ๑,๒,๓,๔และ ๙ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย ๔.) บ้านหนองหว้า หมู่ ๑๔ ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ ๕.) ชุมชนบ้านตาหยวก หมู่ ๑,๒,๑๐,๑๓, และ ๑๕ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
เพื่อพัฒนาหมู่บ้านยกระดับหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและเพิ่มช่องทางการตลาดระดับท้องถิ่น พัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าของฝากของที่ระลึกภายในชุมชนตนเอง การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เชิงวัฒนธรรมและภูมอปัญญาท้องถิ่น หมู่บ้านโฮมสเตย์ เพื่อให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ของจังหวัดร้อยเอ็ด ในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง เพื่อพัฒนาตลาดท่องเที่ยวระดับท้องถิ่น ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งนำผู้นำชุมชน กลุ่มอาชีพชุมชน ชาวบ้าน เดินทางเข้าร่วมโครงการ ร่วมกันเดินทางทัศนศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพชุมชน พื้นที่เทศบาลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ในช่วงวันที่ ๔-๕ สิงหาคม ๕๘ ที่ผ่านมา เทศบาลนาอ้อ มีการจัดการท่องเที่ยวภายในตำบล หมู่บ้าน การจัดหมู่บ้านที่พักโฮมสเตย์ ,การจัดการสินค้าชุมชนสินค้าพื้นบ้าน ,การจัดการอนุรักษ์วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ,การจัดการบริหารองค์กรหน่วยภายในตำบล ,การจัดการสวัสดิการชุมชน ,การจัดการระบบสุขภาพชุมชน ,การจัดการเรียนรู้เด็กและเยาวชน ,การจัดการระบบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการจัดการระบบเศรษฐกิจชุมชน
นายสว่าง สุขแสง ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ในโครงการนี้ตนเองเป็นผู้เขียนนำเสนอโครงการ เพื่อพลักดันเข้าสู่ที่ประชุมมติ คณะกรรมการบริหารจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อยกระดับท้องถิ่นชุมชน พี่น้องชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อให้ชุมชนได้แปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนเป็นของฝากของที่ระลึกก่อเกิดรายได้สร้างรายได้ในครัวเรือชุมชนพื้นที่เฉพาะในโครงการ พัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวท้องถิ่น หมู่บ้านมีที่พักรองรับแขกนักท่องเที่ยว บ้านพักโฮมสเตย์ และเชื่อโยงการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเอง จากทุ่งกุลาร้องไห้เป็นการผลิตจากจมูกข้าวหอมมะลิแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผงขัดหน้าเหมาะสมหรับบุคคลทั่วที่ต้องการบำรุงรักษาผิวใบหน้า ตรากุล โดยมีทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาร่วมวิจัยกับชาวบ้านสำราญ ตำบลหนองแคน นอกจากนั้นในชุมชนยังมีกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์ ข้าวพื้นบ้าน ปลูกผักปลอดสารเคมี
ทางด้าน นายก้าน กุณะวงษ์ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลนาอ้อ ตนเองบริหารดงรงตำแหน่งนายกมาแล้ว ๓ สมัย เหนื่อยจริงแต่ก็สนุกกับงานบริหารจัดการภายในตำบล เริ่มต้นทำงานร่วมกับกองทุนสวัสดิการชุมชน จัดสวัสดิการให้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดรับสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของกองทุน ในปีแรกทางกองทุนออกจ่ายค่าสมัคร ๓๕๖ บาท เข้ากองทุนพร้อม จึงทำให้เด็กที่แรกเกิดในเทศบาลนาอ้อได้รับการคุ้มครองมาตั้งแต่เด็กแรกเกิด ในชุมชนหมู่บ้านเดิมก็มีปัญหาเรื่องการจัดการถังขยะการจัดเก็บขยะชุมชน ใช้วิธีการเรียกผู้นำชุมชนผู้ใหญ่บ้านมาร่วมประชุมประจำทุกๆครั้ง โดยให้ร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นการออกแบบการจัดระบบระเบียบชุมชนของตนเอง ร่วมกับสภาเทศบาลนาอ้อให้ผู้นำชุมชนมีส่วนร่วมการพัฒนาการวางแผนเสนอข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี ส่วนที่พักบ้านพักโฮมสเตย์เชิญการท่องเที่ยวจังหวัดเลยมาร่วมดูมาร่วมวางแบบแต่ล่ะหลังครัวเรือที่จะขึ้นเป็นบ้านโฮมสเตย์รองรับแขกนักท่องเที่ยว เมื่อมีนักท่องเที่ยวเราก็ผลิตสินค้าชุมชนขึ้นมาขายของฝากของที่ระลึก จัดให้มีกลุ่มผลิตของฝากภายในชุมชน รายได้แบ่งสันปันส่วนก็แบ่งให้กลุ่มคนพิการในตำบล งานประเพณีเทศบาลตำบลนาอ้อปีล่ะครั้ง คืองานประเพณีบุญข้าวจี่ จัดเป็นงานใหญ่ประจำปี ๕ วัน ๕ คืน
นายนิคม บูระพันธ์ พัฒนาการอำเภอสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า จังหวัดร้อยเอ็ดได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัด “เป็นผู้นำการผลิตข้าวหอมมะลิสู่สากล พัฒนาคนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”โดยมีเป้าประสงค์เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อให้บุลุเป้าประสงค์จำนวน ๕ ประเด็น ซึ่งประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ ได้เน้นหนักเรื่องการส่งเสริมการผลิต การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง ประกอบกับสภาวะการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันเต็มไปด้วยความรวดเร็ว มีการแข่งขันสูง ไม่ว่าจะไปทำงาน หรือการใช้ชีวิตครอบครัว ก่อให้เกิดสภาวะตึงเครียด ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมีน้อยลง ชีวิตขาดความสมดุล เกิดการเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงมีการจัดทำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เชิงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น หมู่บ้านโฮมสเตย์ มีขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด นำเสนอโครงการเข้ามาสู่ระดับจังหวัด เชื่อโยงประสานกลุ่มชุมชนชาวบ้านในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ร่วมกันสร้างเสริมหนุนเสริมเป็นกลุ่มใหญ่ใช้ชื่อ”เครือข่ายคนทุ่งกุลา” จึงได้จัดโครงการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน ชุมชน องค์กรชาวบ้าน ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ
ในพื้นที่ดำเนินการโครงการ จำนวน ๕ หมู่บ้าน ในพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และมีประวัติศาสตร์ ตำนานในทุ่งกุลา เป็นเส้นทางอารยธรรมของชาวขอม ๒,๕๐๐ ปี มีโบราณสถานปราสาทกู่กาสิงห์ ปราสาทกู่พระกู่นา เส้นทางสายไหมชุมชนที่ผลิตไหมมีชื่อเสียง ผ้าไหมลายปูมโบราณ ,ผ้าไหมหมัดหมี่โฮล ,ผ้าไหมหมัดหมี่ลายประยุคต์ โครงการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน รวมกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว ในวงเงิน ๒,๘๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้
๑.สร้างความรู้ความเข้าใจกลุ่มองค์กรในการพัฒนาหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว
๒.ศึกษาดูงาน เพื่อเปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับแหล่งท่องเที่ยวที่ประสบผลสำเร็จ
๓.จัดเวทีวิเคราะห์ศักยภาพการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน และจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยว
๔.การปรับปรุงภูมิทัศน์ จำนวน ๕ หมู่บ้าน
๕.การส่งเสริมและการพัฒนาครอบครัวโฮมสเตย์ จำนวน ๕๐ ครอบครัว
๖.การส่งเสริมและพัฒนาศูนย์เรียนรู้แหล่งท่องเที่ยว
๗.ฝึกหัดอบรมมัคคุเทศก์ ๒ ภาษา จำนวน ๕๐ คน
๘.การพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นของฝากของที่ระลึก เช่น รูปปั้นจำลองปราสาท ,ซุ้มประตูจำลองเข้าหมู่บ้าน ,ทำกระเป๋าผ้าทุ่งกุลา ,แปรรูปผ้าฝ้าย ,บรรจุภัณฑ์ข้าวหอมมะลิ ข้าวอินทรีย์ ,ผลิตเสื้อรักถิ่นทุ่งกุลา ,ผลิตเนคไทผ้าไหมลายโฮล และลายปูมโบรา และบรรจุภัณฑ์โคนพอกหน้า ผลิตจากจมูกข้าวหอมมะลิ ซึ่งจากนั้นก็จะมีการนำไปจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนในระดับจังหวัด ระดับประเทศต่อไป











