ณ สถานีวิทยุชุมชนคนเมืองเกษ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เครือข่ายคนทุ่งกุลา ร่วมมือกับ สภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่าหลวง จัดเวที สร้างแนวคิดพัฒนาครอบครัวต้นแบบ “แนวคิดการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการผลิตอาหารปลอดภัยสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้”
(๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ )นายเถวียง ลุยตัน นายก องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าหลวง เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการพัฒนาและยกระดับครอบครัวต้นแบบการพึ่งตนเองทางด้านอาหารปลอดภัยเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่าครอบครัวต้นแบบทั้ง ๔๕ ครอบครัว มีความประสงค์ที่จะต้องพัฒนาตนเองให้เป็นศูนย์เรียนรู้ในชุมชนให้ครอบครัวอื่นๆ ทั้งในตำบลเหล่าหลวงและตำบลข้างเคียงได้มาเรียนรู้ประสบการณ์ เข้าศึกษาดูงาน และ เพื่อที่จะพัฒนาตนเองเป็นวิทยากรนำเสนอประสบการณ์ขยายผลสู่ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในตำบลเหล่าหลวงต่อไป
สภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่าหลวงจึงได้จัดทำโครงการยกระดับชุมชนต้นแบบการพึ่งตนเองทางด้านอาหารปลอดภัยสู่ระบบเศรษฐกิจทุนชุมชน ขึ้นและได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการจากสภาบันองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)พอช.
นายประจักษ์ อาษาธง ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่าหลวง และผู้ประสานงานโครงการฯ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมเรื่อง แนวคิดการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและการผลิตอาหารปลอดภัยสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสภาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. ภายใต้โครงการเศรษฐกิจทุนชุมชน โดยการกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ๑) เพื่อให้ครอบครัวต้นแบบการผลิตอาหารปลอดภัยมีแนวคิดเรื่องความจำเป็นในการผลิตอาหารปลอดภัยสู่การสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่ชัดเจนและถูกต้องมากขึ้น ๒.) เพื่อให้ครอบครัวต้นแบบได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาครอบครัวต้นแบบสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้ในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ๓) เพื่อจัดทำระบบข้อมมูละครอบครัวต้นแบบและวางแผนการขยายผลสู่ครอบครัวอื่นๆ ในชุมชน ซึ่งมีเป้าหมายเข้ารับการฝึกอบรมครั้งนี้ ทั้งสิ้น ๖๐ คน ประกอบด้วย ครอบครัวต้นแบบการผลิตอาหารปลอดภัยบ้านคุยผงดงน้อย คณะกรรมการและสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่าหลวง ภาคีความร่วมมือภาครัฐเอกชน ภายในตำบลเหล่าหลวง ผู้นำชุมชนและผู้สนใจผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน ทั้ง ๑๕ หมู่บ้าน ของตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
กิจกรรมวันนี้ เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลักทุกกิจกรรมโดยมีความร่วมมือกับทีมวิทยากรจากหลายหน่วยงานอาทิ พ่อแสวง มโนลัย ปราชญ์ชาวบ้านด้านเศรษฐกิจพอเพียง ผู้ผลิตอาหารปลอดภัย สมาคมพัฒนาชุมชน สภาเยาวชนอำเภอเกษตรวิสัย และถ่ายทดสดออกอากาศกิจกรรมจากสถานีวิทยุชุมชนคนเมืองเกษ
นายเถวียง ลุยตัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าหลวง เปิดเผยว่านับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่สภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่าหลวงเห็นความสำคัญกับเรื่องการส่งเสริมการสร้างการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสนับสนุนให้เกิดครอบครัวต้นแบบเกิดขึ้นที่หมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลเหล่าหลวง ส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัย และนอกจากการผลิตเพื่อมีกินแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากการผลิตอาหารปลอดภัยให้ครอบครัวด้วย กระผมในนามนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าหลวง ขอสนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งปกติก็กำหนดไว้ในข้อบัญญัติทุกปีอยู่แล้ว หากสภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่าหลวง ต้องการที่จะให้ อบต.สนับสนุนอะไรก็ยินดีครับ ซึ่งที่ผ่านมา กระผมก็ได้ร่วมงาน กับท่านประจักษ์ อาษาธง ตลอดทุกเรื่องอยู่แล้ว ครอบครัวต้นแบบ และยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ในตำบล ที่จะเป็นแหล่งให้พี่น้องมาศึกษาเรียนรู้ และขยายสู่ครอบครัวอื่นๆให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน นับว่าเป็นแนวทางที่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง กระผมในนามตัวแทนตำบลเหล่าหลวง คณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่าหลวง ต้องขอขอบคุณสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด และเครือข่ายคนทุ่งกุลา ที่ให้โอกาส และสนับสนุนงบประมาณโครงการ ภายใต้การรับผิดชอบของสภาองค์กรชุมชนตำบลเหล่าหลวง
คุณพ่อแสวง มะโนลัย ปราชญ์ชาวบ้าน เปิดเผยว่า ในสภาวะปัจจุบันนี้ชาวบ้านทุกวันนี้ได้รับผลกระทบหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจสังคม และการเมืองการปกครอง การปลูกพืชผักปลอดสารเคมี การอยู่การกินทุกวันนี้ไม่ปลอดภัยมีสารเคมี มีสารพิษ แม้ว่าข้างไร่นาสวนถึงพื้นที่แปลงนาตนเองไม่ได้ใช้สารเคมีมากเท่าใด แต่ทั้งนี้พื้นที่แปลงเพื่อนบ้านอยู่รอบๆข้างลมพัดมาเราก็มีโอกาสรับสารเคมีโดยไม่รู้ตัว ทำอย่างไรวันนี้ชาวบ้าน ชุมชนจะได้ตระหนักเรื่องอาหาร เรื่องการกินที่ปลอดภัยปราศจากโรค การรวมกลุ่มชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มทำกันในชุมชน สืบค้นภูมิปัญญาชุมชนค้นหาองค์ความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นบ้านเรา ก่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกัน พืชผักสวนครัว พืชสมุนไพรข้างบ้านที่มีในชุมชนบ้าน คนรุ่นใหม่ไม่ได้ศึกษาเรียนรู้สรรพคุณประโยชน์ขาดการเอาใจใส่องค์ความรู้รอบตัว อันที่จริงชุมชนอีสานท้องถิ่นบ้านเราชาวทุ่งกุลามีครบทุกอย่าง เดินทางเข้าป่าก็มีของกิน เดินทางลงไปท้องทุ่งกุลาทุ่งนา ลงหนองคลองน้ำก็มีอาหาร มีปู มีปลา มีสัตว์เป็นอาหาร อยากชักชวนชาวบ้านมาปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินแบ่งและแบ่งปันขายสู่ตลาดชุมชนตนเอง ยกตัวอย่างที่ชุมชนตนเองบ้านกระผม ชุมชนบ้านโพนฮาด มีการรวมกลุ่มเพาะปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง เหลือก็นำมาซื้อมาขายในชุมชน ตลาดชุมชนท้องถิ่นช่วยกันอุดหนุนส่งเสริมชุมชนคนบ้านเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านท้องถิ่นเราควรมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภูมิปัญญากรรมวิธีการรักษาพืชผักสวนครัว การปกป้องกันศัตรูพืชในช่วงฤดู หลักการขายตลาดชุมชนวิธีง่ายๆควรจดจำไว้ขึ้นใจ คือ
“สะอาด ปลอดสาร สวยงาม วาจา” เมื่อนำพืชผักที่ตนเองเพาะปลูกขายเอง ผักก็ต้องปลอดสารเคมี พืชผักที่นำมาขายก็จะต้องสะอาด ต้นพืชผักก็ต้องสวยงามน่ากิน คนขายจะเป็นแม่ค้าได้ก็จะต้องรู้วิธีการพูดคุยกับลูกค้าวาจาคำพูดสนทนาร่วมกับลูกค้าสำคัญ ครอบครัวต้นอย่างที่ดี การให้อภัยกัน มีการแบ่งปันกัน
นายสว่าง สุขแสง เปิดเผยว่า การทำงานกลุ่มชาวบ้านไม่สามารถเดินทางก้าวหน้าไปได้เพราะมั่วแต่มีมุมมองแนวคิดวิธีคิดเดิมๆวนเวียนอยู่กับการทำงานของภาครัฐ การมีส่วนร่วมความร่วมมือในการขับเคลื่อน องค์กรชุมชน กลุ่มชาวบ้านชอบรอคอยการยิบยื่นจากภาครัฐ จนอื่นติดเป็นอุปนิสัย เราจะทำอย่างไรช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับตนเองและครอบครัว ชุมชน บ้านเมือง แต่เราควรมีจิตสำนึกเริ่มต้นจากตัวเองครอบครัวเราเอง ชุมชนเราควรมีการจัดประชุมร่วมกันให้หันหน้ามองหน้าเข้าคุยกัน สู่การวางแผนชุมชนการจัดการตนเอง รัฐมีเพียงเข้ามาหนุนเสริมทางวิชาการเสริมความรู้ทักษะวิธีการ แต่อย่างไรก่อเกิดจากพลังในตัวเราชุมชนเราเอง
แผนงานโครงการพัฒนาเศรษฐกิจทุนชุมชน ค้นหาจุดอ่อนจุดแข็งจุดเด่นภายในชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ฐานเศรษฐกิจชุมชนที่มีอยู่ในปัจจุบัน พัฒนาแนวคิดการพึ่งตนเองทางด้านการผลิตอาหารปลอดภัยให้กับครอบครัวต้นแบบให้ชัดเจน แนวทางการพัฒนาสู่การเป็นศุนย์เรียนรู้ในชุมชนร่วมกันและขยายสู่ครอบครัวอื่นๆ








